ตอนที่ 139
บทที่ 513 ปีศาจร้ายจากไหน
October 28, 2026
หมิงโร่เลิกคิ้วเล็กน้อย ปีศาจร้ายมาจากไหนรนหาที่ตาย
จ้าวซิงไม่สนใจที่ซ่าเซินกำลังห้าม จึงเดินตรงเข้าไปยังห้องหนังสือ แล้วหยิบภาพวาดที่ใส่กรอบแล้วออกมาสองรูป จากนั้นเดินออกมา
“ท่านชาย นี่เป็นภาพที่ท่านชายใส่กรอบกับมือ ท่านเอาไปไม่ได้.......”
“เขาจะรู้อะไร!” จ้าวซิงจิกตามองซ่าเซิน แล้วก้าวยาวเดินออกมาด้านนอก
ซ่าเซินรับใช้ท่านชายมาหลายปี เขารู้ว่าท่านชายรู้เรื่องทุกอย่าง แต่พูดไม่ได้
หมิงโร่และซือห้าวเฉินฟังอยู่ข้างนอกสักพัก ทั้งสองรู้แล้วว่าคนผู้นี้เป็นใคร—จ้าวซิงหลานชายของฮูหยินใหญ่เป่ยกง คนผู้นี้เป็นคนที่ตระกูลเป่ยเลี้ยงมาจนโต ฮูหยินใหญ่เป่ยกงอ้างว่ามาเป็นเพื่อนลูกชาย จึงไปรับลูกชายคนโตของน้องชายมายังตระกูลเป่ยกง แล้วเป็นเพื่อนเล่นกับ‘เป่ยกงหลางเยว่’
เป่ยกงหลางเยว่มีนิสัยแปลกตั้งแต่เด็ก ไม่สนิทกับใคร แน่นอนว่าไม่เอาใจใครไม่เก่องเหมือนกับจ้าวซิง ฮูหยินใหญ่เป่ยกงก็มีใจโอนเอนไปทางตระกูลตัวเอง สนิทกับจ้าวซิงมากกว่าลูกชายตนเอง จนถึงตอนนี้ คนที่ไม่รู้จักตระกูลเป่ยกง ยังคิดว่าจ้าวซิงคือท่านชายใหญ่ตระกูลเป่ยกงเสียอีก
จ้าวซิงอาศัยความรักจากท่านป้า อีกทั้งเป่งกงหลางเยว่ก็พูดไม่ได้ ตั้งแต่เล็กจนโต คอยแอบกลั่นแกล้งเป่ยกงหลางเยว่ ตอนนี้ภาพวาดของเป่ยกงหลางเยว่ขายได้เงิน ก็มาหาผลประโยชน์บ่อยขึ้น
เริ่มต้นจากเอาภาพที่เป่ยกงหลางเยว่ไม่เอาแล้วไปขาย พอหลังๆ มา ก็เอาภาพที่เป่ยกงหลางเยว่ไม่ชอบ จึงไม่ได้ใส่กรอบ วันนี้มาเจอตอนเขา ‘เข้ามา’ แล้วกำลังเอาภาพที่เป่ยกงหลางเยว่ใส่กรอบกับมือตัวเอง
จ้าวซิงยังคงคิดคำนวณ ว่าภาพทั้งสองภาพนี้ไม่พียงแต่ขนาดใหญ่ ภาพวาดวาดได้ดีมาก ภาพหนึ่งน่าจะขายได้สามหมื่นถึงห้าหมื่นเหรียญทอง ได้ลาภก้อนโตอีกแล้ว
ขณะที่จ้าวซิงกำลังมีความสุขอยู่นั้น หมิงโร่ ซือห้าวเฉินที่กำลังเดินเข้าเรือน จึงเดินมาประชันหน้ากันพอดี
จ้าวซิงยังไม่ทันหุบยิ้มที่มุมปาก ก็ถูกหญิงงามในชุดแดงไหวพลิ้วตรึงตาไว้ เขาเข้าออกหอฉินฉู่ตลอดทั้งปี เจอผู้หญิงสวยมาก็มาก แต่ไม่มีใครที่เทียบได้กับนางฟ้าที่อยู่ตรงหน้านี้
จ้าวซิงยิ้มกว้าง แล้วจ้องมองหมิงโร่ด้วยสายตาเจ้าชู นิ่งอย่างกับคนปัญญาอ่อน
ซือห้าวเฉินจับมือภรรยาแล้วยืนตัวแข็งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยายามควบคุมตนเอง ไม่ให้ต่อยผู้ชายตรงหน้าจนตาย
หมิงโร่รับรู้ได้ว่าอารมณ์ของซือห้าวเฉินไม่ปกติ จึงเปลี่ยนมาเป็นคนจับมือเขาแทน เตือนซือห้าวเฉินไม่ให้วู่วาม
“ทำไมถึงมีผู้ชายซึ่งเป็นคนนอกมาอยู่ในเรือนชิงชิว?” หมิงโร่ถามแล้วทำหน้าบูด
เมื่อจ้าวซิงได้ยินเสียงดั่งเสียงนกนางแอ่นร้อง จึงรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว จึงรีบยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คือน้องสะใภ้หรือ ข้าไม่ใช่ชายคนนอก ข้าอาศัยอยู่ที่จวนเหมือนกัน ต่อเป็นเจ้าเรียกข้าว่าผู้พี่ เหมือนหลางเยว่”
หมิงโร่ถามซ่าเซินด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ทำไมตระกูลเป่ยกงถึงทำอะไรไม่คิด? ให้ท่านชายพักที่เรือนหลัง?”
ซ่าเซินรีบอธิบาย “ไม่ใช่ขอรีบ ท่านชายพักอยู่ที่เรือนรับรองด้านหน้า”
จ้าวซิงกลับยิ้มแล้วพูดว่า “น้องสะใภ้ไม่ต้องเห็นใจข้า ข้ากับหลางเยว่เราโตมาด้วยกัน ถึงแม่จะพักอยู่เรือนหน้า แต่ก็เหมือนกับพี่น้องแท้ๆ”
หมิงโร่เงยหน้าขึ้นอย่างสง่างาม แสดงอำนาจของผู้ที่เหนือกว่า “ถึงแม้จะเป็นพี่น้องแท้ๆ ก็คงไม่มีเหตุผลที่พี่เขยจะเข้าออกในเรือนของน้องสะใภ้หรอกนะ ข้าไม่สนว่าเมื่อก่อนจะเป็นอย่างไร แต่ต้อนนี้ขอให้ท่านชายให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ด้วย!”
จ้าวซิงโกรธหน้าแดงหน้าซีด อยากแสดงอารมณ์โกรธ แต่ก็เห็นความงามของหมิงโร่ คิดอยากจะยั่วยุ ในสมองมีความคิดสองกำลังต่อสู้กัน ท่าทางที่แสดงออกมาจึงเหมือนกับคนโง่
“ซ่าเซิน ส่งแขก!” หมิงโร่เห็นคนโง่อย่างจ้าวซิง จึงรู้สึกบาดตามาก
“ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องส่ง....” จ้าวซิงยังคงคิดว่าผู้หญิงก็อยากให้คนเอาอกเอาใจ รอให้ขายภาพวาดสองภาพนี้แล้ว ค่อยซื้อเครื่องประดับให้คนสวย คนสวยต้องเห็นเขาดีกว่าเจ้าท่อนไม้นั้นหน้าร้อยเท่า ก็คงจะไม่ทำตัวเย็นชาใส่เขาอีก......
คนสวยอย่างนี้หากอยู่กับเจ้าท่อนไม้ก็เสียของแย่ ให้ตนเองได้แสดงความรักบ้าง....
“อย่าขยับ!” หมิงโร่พูดเสียงเย็นชา
“โอ้ น้องสะใภ้เรียกข้าเหรอ?” จ้าวซิงหันหลังกลับ ยิ้มได้อย่างน่าขยะแขยง