ตอนที่ 146
บทที่ 520 เชิญนายท่าน
October 28, 2026
ตอนนี้ในหัวของฮูหยินรองเป่ยกงรู้สึกสับสนวุ่นวาย ยากที่จะไตร่ตรองอะไรได้ คิดว่าหากยิ่งพูดก็จะยิ่งผิด จึงเลือกที่จะนิ่งเงียบเป็นการดี
ฮูหยินใหญ่เป่ยกงหัวเราะร่าแลพเอ่ยปากพูดว่า : “ท่านพ่อกลับมาจากการปลีกตัวฝึกตน ประกอบกับอาการของหลางเยว่ที่หายเป็นปกติ เช่นนี้ควรจัดงานเลี้ยงฉลองสักครั้งถึงจะถูก”
“อืม” ฮูหยินเฒ่าเองก็คิดเช่นนี้ “งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ ให้เจ้าเป็นคนจัดการก็แล้วกัน นอกจากบรรดาญาติ ๆ แล้ว ให้เชิญตระกูลต่าง ๆ ที่ไปมาหาสู่กันเป็นประจำมาด้วย”
“ลูกทราบแล้ว” เป็นเพราะฮูหยินใหญ่เป่ยกงให้กำเนิดลูกชายที่สติไม่ดี หลายปีมานี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เมื่อมีโอกาสที่จะได้เชิดหน้าชูตา จึงไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ แน่นอน
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงมองดูลูกสะใภ้ทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า—คนหนึ่งราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ส่วนอีกคนก็อารมณ์ดีจนออกนอกหน้า......
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ด้วยนิสัยเช่นนี้ของพวกนาง ไม่อาจแบกรับภาระนายหญิงของตระกูลเป่ยกงได้ : “เอาละ ไปทำงานขจองพวกเจ้าเถอะ ให้หลางเยว่กับเหยาฮั๋วอยู่คุยเป็นเพื่อนข้าก็พอแล้ว”
ฮูหยินใหญ่ร้อนใจอยากกลับเรือนเต็มทน : “เช่นนั้นลูกต้องขอตัวก่อน เมื่อเช้าให้แม่ครัวเคี่ยวเอ็นกวางเอาไว้ อีกเดี๋ยวจะนำมาส่งให้นายหญิงเฒ่านะเจ้าคะ”
“ลำบากเจ้าแล้ว” อากาศในตอนนี้นับวันจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ฮูหยินเฒ่าจึงไม่รู้สึกอยากอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนมากนัก
ฮูหยินรองเป่ยกงเองก็รีบร้อนกลับเรือนเช่นกัน เพื่อแจ้งกับผู้เป็นสามีให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบ้านใหญ่ จึงกล่าวลานายหญิงเฒ่า แล้วรีบร้อนจากไปทันที
นายหญิงเฒ่าให้แม่นมเว่ยยกผลไม้และขนมมา จากนั้นจึงเรียกให้ทั้งสองเข้ามาทานด้วยรอยยิ้ม : “เงาะนี่เพิ่งส่งมาเมื่อเช้า เหยาฮั๋วรีบมาชิมดูเร็วเข้า”
“เจ้าค่ะ” หมิงโร่หยิบเงาะขึ้นมาหนึ่งลูกอย่างสุภาพ และปอกเปลือกออกเองโดยไม่ต้องให้สาวใช้คอยช่วยเหลือ จากนั้นจึงกัดเข้าไปหนึ่งคำ “เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ทานแล้วสดชื่นมาก”
“หากชอบก็กินให้มาก ๆ หน่อย” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงมองดูหญิงสาวที่มีนิสัยเปิดเผยตรงหน้า ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ “ซื่อสี นำเงาะจำนวนหนึ่งให้ฮูหยินน้อยกลับไปกินที่เรือนนะ”
“เจ้าค่ะ ฮูหยินเฒ่า” ซื่อสีรับคำสั่ง
“ท่านย่าเก็บไว้ทานเถอะเจ้าค่ะ ข้ากินสักสองสามลูกก็พอแล้ว” หมิงโร่ปอกเงาะอีกสองลูก แล้ววางลงตรงหน้าฮูหยินเฒ่าเป่ยกง
“ยายอายุมากแล้ว กินของที่มีฤทธิ์เย็นมาก ๆ ไม่ได้หรอก” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงใช้ไม้จิ้มเงิน จิ้มเงาะที่หมิงโร่ปอก แล้วกัดเข้าปากคำเล็ก ๆ
“ท่านชายใหญ่เป่ยกง” มองดูเงาะที่ภรรยาปอกตาปริบ ๆ จนกระทั่งมาวางอยู่บนจานหยกตรงหน้าตนเองด้วยลองลูก จึงจะรู้สึกพอใจ
ฮูหยินเฒ่าเห็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสามีภรรยาก็รู้สึกโล่งใจ : “หลางเยว่กับเหยาฮั๋วอยู่ที่นี่ก่อนเถอะนะ กินมื้อเที่ยงเสร็จแล้วค่อยกลับ”
“ท่านย่าอุตส่าห์ชวน อันที่จริงหลานเองก็ควรอยู่ร่วมทานมื้อเที่ยงด้วย แต่อีกเดี๋ยวต้องเข้าเรียนวิชาของท่านสุ่ย” “ท่านชายใหญ่เป่ยกง” พูดอย่างนอบน้อม ดูท่าทางแล้วสมกับเป็นท่านชายของตระกูลใหญ่จริง ๆ
“ดี ๆ การเรียนนั้นย่อมสำคัญกว่า กินผลไม้เสร็จก็ไปเถอะนะ” แน่นอนว่าฮูหยินเฒ่าย่อมหวังให้หลานของตนเองมีอนาคตที่ดี
ทั้งสองสนทนาเป็นเพื่อนฮูหยินเฒ่าอีกสองสามประโยค จากนั้นจึงเอ่ยลา
ทันทีที่ออกจากเรือนใหญ่ ก็มีคนรับใช้เดินเข้ามา : “โตวฝูคารวะท่านชายใหญ่ คารวะฮูหยินน้อย”
“มีเรื่องอะไรหรือ ?” ซือห้าวเฉินพูดอย่างเคร่งขรึม
โตวฝูเห็นท่านชายใหญ่เป็นปกติดีแล้ว ก็แสดงความเคารพยิ่งขึ้นไปอีก : “นายท่านต้องการพบท่านชายใหญ่ จึงให้ข้าน้อยมาพาท่านไปพูดคุยที่สวนกวางขาน”
“น้องหญิงกลับเรือนไปก่อนเถอะ ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา” ซือห้าวเฉินปล่อยมือที่กุมหมิงโร่เอาไว้
“ได้” หมิงโร่พยักหน้า
เมื่อเห็นซือห้าวเฉินเดินจากไปพร้อมกับคนรับใช้ผู้นั้นแล้ว หมิงโร่จึงพาชิวสุ่ยและซิ่วจวีเดินกลับเรือนชิงชิวไป
ชิวสุ่ยรู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย : “ท่านชายใหญ่ไปคนเดียวจะดีหรือเจ้าคะ ? เมื่อครู่หากพาชิงเฟิงไปด้วยก็คงดี”
“มีโตวฝูคอยนำทางอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ไม่เป็นไรหรอก” หมิงโร่ไม่รู้สึกเป็นห่วงด้านความปลอดภัยของซือห้าวเฉินเลยสักนิด ซือห้าวเฉินไม่ใช่พวกอ่อนหัด มิหน้ำซ้ำเธอเองก็ให้หลิงหลงคอยตามไปแล้วด้วย