ตอนที่ 151
บทที่ 525 ขโมยมาแล้ว
October 28, 2026
หมิงโร่ถูกซือห้าวเฉินเชยชนจนทำตัวไม่ถูก อย่างไรเสีย บทกวีนั่นตนก็ไม่ได้แต่งขึ้นมาเอง : “แคก ๆ ท่านบอกว่าลายมือของข้าสวยก็พอแล้ว”
“บทกวีก็ไพเราะมาก พวกเขาต่าง “ตกใจในบทกวีจากสวรรค์” กันหมดแล้ว” ซือห้าวเฉินจูงมือหมิงโร่ แล้วเดินขึ้นชั้นบนไป
“กวีสวรรค์ ? ที่สามารถไล่ล่าสัตว์ประหลาดได้ใช่ไหม ?” หมิงโร่จงใจขัดคอ
“ฮ่า ๆ” ซือห้าวเฉินพาหมิงโร่เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของหอหนังสือ ที่นี่มีโต๊ะน้ำชาจัดวางเอาไว้ และมีปิงเจี้ยนจัดวางอยู่ด้วย นับเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การหลบซ่อนตัวอย่างสงบ
เมื่อนั่งลงตรงโต๊ะน้ำชา ซือห้าวเฉินก็เริ่มชงชา ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกัน เวลาจึงพาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ชิวสุ่ยขึ้นไปชั้นบนเพื่อเชิญ : “ท่านชาย ฮูหยินน้อย กำลังจะเริ่มงานเลี้ยงแล้วเจ้าค่ะ พวกเราควรไปได้แล้วนะเจ้าคะ”
“ได้” หมิงโร่จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“ส่งหวีมา” นิ้วมือเรียวยาวของซือห้าวเฉินยื่นไปตรงหน้าหมิงโร่
หมิงโร่หยิบหวีไม้จันทน์ออกมาจาก “กระเป๋าแขนเสื้อ” ซือห้าวเฉินรับไป แล้วเก็บปอยผมที่ร่วงลงมาให้เป็นระเบียบ
หมิงโร่เขย่งปลายเท้า แล้ว “จุ๊บ” ลงบนแก้มของซือห้าวเฉิน : “ขอบคุณท่านพี่”
ซือห้าวเฉินหันหน้า แล้วชี้ที่แก้มอีกข้าง หมิงโร่ไม่ลังเลที่จะจูบ จึง “จุ๊บ” ลงไปบนแก้มอีกข้างหนึ่งครั้ง
“ซุกซนนัก !” ซือห้าวเฉินบิดรีบฝีปากสีเชอร์รี่เบา ๆ “จูบไม่เคยถูกที่สักครั้ง......”
“หึ !” หมิงโร่เชิดหน้าอย่างหยิ่งยโส “รังเกียจขนาดนี้เลยหรือ ? เช่นนั้นต่อไปการจูบแบบ “หลงทิศทาง” เช่นนี้ก็จะไม่มีอีกแล้ว !”
“ข้าไม่เรื่องมากแล้ว” ซือห้าวเฉินยื่นไปหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาไปด้านหน้าหมิงโร่ “น้องหญิง เชิญตามสบาย ข้าไม่เรื่องมากหรอก”
“เลิกเล่นได้แล้ว พวกเราไปสายจะไม่ดีนัก” หมิงโร่จูงมือซือห้าวเฉินเดินลงชั้นล่างไป สามีของตนเองหล่อจนเกินพอดี แค่ “หยอกล้อ” นิดเดียว หัวใจจะไม่เต้นรัวได้อย่างไร ?
หมิงโร่กับซือห้าวเฉินเดินไปด้วยกัน จนถึงโถงทางเดินเชื่อมระหว่างเรือนด้านหน้าและเรือนด้านหลัง งานเลี้ยงของแขกผู้ชายจัดขึ้นที่เรือนด้านหน้า ส่วนงานเลี้ยงของแขกผู้หญิงจัดขึ้นที่เรือนด้านหลัง ทั้งสองแยกย้ายกันตรงนี้
ที่นี่อยู่หากจากที่จัดงานเลี้ยงของผู้หญิงไม่ไกลนัก หมิงโร่หันไปพูดกับซือห้าวเฉินว่า : “รีบไปเถอะ ข้าเดินเลี้ยวไปก็ถึงแล้ว”
“ข้าจะไปส่งเจ้า” ซือห้าวเฉินไม่ได้ปล่อยมือหมิงโร่ เขาพานางเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนด้านหลัง
ทั้งสองเพิ่งเดินผ่านหัวเลี้ยวมา ก็ชนเข้ากับคนคนหนึ่ง ซือห้าวเฉินยื่นมือออกไปขวาง แล้วดึงตัวหมิงโร่มาไว้ด้านข้าง
ตอนที่เป่ยกงเจ๋อหนานชนเข้ากับผนัง ยังรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ภรรยาของเจ้าโง่ที่ดูอ่อนแอ มีร่างกายที่แข็งแรงขนาดนี้เลยหรือ ?
“พี่......พี่สะใภ้ พี่ใหญ่......” เมื่อเป่ยกงเจ๋อหนานมองย่างชัดเจน ก็พบว่าไม่ได้ทีแค่สาวงามเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เจ้าโง่นั่นก็อยู่ด้วย !
“อืม” ซือห้าวเฉินเหลือบมองเจ้าบ้ากามคนนี้หนึ่งครั้ง แล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชา “วันนี้ในจวนมีงานเลี้ยง เจ้าทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้ อย่าว่าแต่เดินชนแขกเลย แม้แต่เดินชนกำแพงจนพัง ก็คงทำให้จระกูลเป่ยกงต้องเสียหน้าไม่น้อย !”
“พี่ใหญ่ชี้แนะถูกต้องแล้ว” ท่านย่าไม่ถูกใจบ้านสามของพวกเขามากนัก ซ้ำ “เป่ยกงหลางเยว่” ก็ยังเป็นหลานชายคนโตของบ้านใหญ่อีก
ตระกูลสูงศักดิ์ให้ความสำคัญกับลูกชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก เมื่อถูกพี่ใหญ่สั่งสอน เป่ยกงเจ๋อหนานจึงต้องก้มหน้าก้มตารับฟังเพียงอย่างเดียว
“จะไปไหนก็ไป หากอยากยืนอยู่ที่นี่ก็หลบมุมไปสักหน่อย ขวางทางอยู่นะ” ซือห้าวเฉินผลกเขาไปด้านข้าง แล้วจูงภรรยาเดินหน้าต่อไป
เป่ยกงเจ๋อหนานมองดูคนทั้งสองเดินจากไป ก็รู้สึก “อัศจรรย์ใจ” เล็กน้อย--เป่ยกงหลางเยว่ที่ตัวใหญ่กว่ากระบอกไม้ไผ่เพียงเล็กน้อย กลับผลักตนเองเหมือนผลักเด็กตัวเล็ก ๆ ก็ไม่ปาน ? ตนเองไร้ความสามารถและอ่อนแอขนาดนี้เลยหรือ......
เป่ยกงเจ๋อหนานกำลังคิดจะเดินจากไป แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอก และกระอักเลือดออกมาจนเต็มพื้น
เป่ยกงเจ๋อหนานไม่เชื่อว่าเลือดนั่นตนเองเป็นคนพ่นออกมา จึงยกมือขึ้นลูบปาก แต่เห็นผ่ามือเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด......
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ก่อนหน้านี้ที่ชนเขากับสาวงาม แต่ถูกซือห้าวเฉินผลักเข้า จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่รนแรงขนาดนี้ คิดเพียงว่าตนเองเป็นโรคร้ายแรง ตาทั้งสองข้างกลอกขึ้นและหมดสติไป
เมื่อเดินห่างออกมาสักระยะ หมิงโร่จึงเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ ว่า : “ก่อนหน้านี้ท่านก็เห็นเขาแล้วหรือ ?”