ตอนที่ 153
บทที่ 527 ไม่สนใจมิตรภาพ
October 28, 2026
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงหันมองหมิงโร่ : “เหยาฮั๋ว เมื่อคืนในรือนของเจ้ามีอะไรหายไปหรือ ?”
“เครื่องประดับที่เป็นสินสอดของข้าหายไปเจ้าค่ะ ส่วนภาพวาดของท่านพี่ก็หายไปสองสามภาพ” หมิงโร่ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? ทำไมไม่เห็นมีใครบอกยาย ?” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงรู้สึกตกใจ
“เมื่อวานกลับไปได้เพียงไม่นาน สาวใช้ก็สังเกตเห็นเข้าตอนที่นำเครื่องประดับกลับไปเก็บในคลังเจ้าค่ะ” หมิงโร่ทำสีหนุ้กข์ใจ “ตอนนั้นแขกในงานเลี้ยงยังไม่แยกย้ายกันกลับ หลายเองก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องดีนัก จึงไม่ได้ส่งคนมาบอกท่านย่าเจ้าค่ะ”
“มีอะไรหายไปบ้าง ?”ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงถาม หากไม่ใช่ของมีค่าก็ไม่เป็นไร
“สร้อยคอทองคำแปดสมบัติ กำไลหยกขาวที่ท่านป้ารองมอบให้ เครื่องประดับศีรษะหัวหินโมราหนึ่งคู่ กับหินเลือดไก่หนึ่งชิ้นเท่านั้นเพคะ ส่วนท่านพี่มีภาพวาดหายไปสามภาพ หนึ่งในนั้นเป็นภาพวาดซงฉือถูโชหนึ่งภาพ ซึ่งวาดเอาไว้เอมอบเป็นของขวัญวันเกิดให้แก่ท่านตาเจ้าค่ะ......” หมิงโร่ทำสีหน้าโศเศร้า แค่เห็นก็ทำให้รู้สึกเหมือน “ครอบครัวยากจนที่ถูกเคาระห์ซ้ำกรรมซัด”
ภาพวาดของ “ท่านชายเป่ยกง” เป็นของล้ำค่ายากจะประเมิณราคา ส่วนเครื่องประดับของฮูหยินน้อย เมื่อคำนวนคร่าว ๆ ก็น่าจะมีมูลค่าราว ๆ หมื่นตำลึง
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงดูแลบ้านมาหลายสิบปี ไม่เกิดเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้นที่เรือนหลังมาก่อน : “ข้าอยากดูซิว่า ใครนะที่ช่างใจกล้าเช่นนี้ หากข้าสืบรู้ละก็ จะลงโทษสถานหนักแน่นอน !”
เมื่อฮูหยินใหญ่ได้ยินว่าเรือนชิงชิวมีของหายไปจำนวนมาก ก็รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง ลูกสะใภ้คนนี้ไม่ได้เรื่องจริง ๆ แม้แต่สินสอดของตนเองก็ยังดูแลไว้ไม่ได้ !
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงสูดหายใจลึก : “ซื่อสี เจ้ารีบไปตามพ่อบ้านจูมา ข้ามีเรื่องจะสั่งเขา”
“เจ้าค่ะ” ซื่อสีรีบวิ่งออกจากเรือนไป
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงเรียกชิงหมิงเข้ามาซักถามต่อ
“ข้าน้อยคารวะนายหญิงเฒ่า” หลังจากชิงหมิงเข้ามาแล้วก็รีบคารวะ
“พวกเจ้าไปที่โณงจำนำตั้งแต่เช้า ก็เพื่อจะจับโจรอย่างนั้นหรือ ?” โรงจำนำในนครหยุนหลิง มีทั้งเล็กใหญ่อยู่หลายแห่ง แค่พวกเขานั่งเฝ้าก็จับขโมยที่นำของไปจำนำได้แล้ว ดูเหมือนจะง่ายเกินไปหน่อย
“คือว่า......” ชิงหมิงมองฮูหยินน้อย แล้วจึหันมองฮูหยินเฒ่าอีกครั้ง แล้วทำท่าทีอึกอักไม่กล้าพูด
ฮูหยินเฒ่าเห็นท่าทีของชิงหมิง ก็รู้ว่าต้องมีเรื่องบางอย่างปิดบัง จึงหันมองหมิงโร่ด้วยแววตาที่ดุดันขึ้นไม่น้อย
หมิงโร่ทำเหมือนตกใจฮูหยินเฒ่า รีบก้มหน้าก้มตาอย่างไม่อย่างสบาย และไม่พูดอะไรสักคำ
“ท่านชายใหญ่เป่ยกง” เห็นท่าทางของภรรยา ก็อยู่ไม่ติดและรีบปกป้องภรรยาทันที : “นายหญิงเฒ่าถามอะไร เจ้าก็จงตอบไปตามตรงก็พอ”
ชิงหมิงกัดฟันพูด : “เรียนนายหญิงเฒ่า ข้าน้อยตามชิงเฟิงไปที่โรงจำนำ ไม่ใช่เพื่อจับขโมย แต่ไปเพื่อจำนำสิ่งของขอรับ”
สีหน้าของ “ท่านชายใหญ่เป่ยกง” ไม่สู้ดีนัก และพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน : “เมื่อวานคลังถูกโจรกรรม สืบหายกใหญ็ไร้เบาะแส น้องหญิงเกรงว่าของที่เหลือหากเก็บไว้ในคลังจะสูญหายไปอีก จึงเลือกของที่มีค่ามีราคาสองสามอย่างเพื่อย้ายออกไป และให้ชิงเฟิงกับชิงหมิงนำไปจำนำเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วเงินมา
อีกทั้ง ปกติแล้วอยู่ในเรือนก็ต้องใช้จ่าย วันเกิดของท่านชายใหญ่เฮ่อเหลียนก็ใกล้จะถึงแล้ว จำเป็นต้องใช้เงินเล็กน้อยขอรับ”
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ : “ค่าใช้จ่ายในรือนของเจ้า รวมไปถึงการให้ของขวัญผู้อื่น ล้วนอาศัยเงินที่ได้มาจากการขายสินสอดของภรรยาเจ้าอย่างนั้นหรือ ?”
ฮูหยินใหญ่ตัวแข็งทื่อทันที นางกำลังคิดจะห้ามปราม
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ “ท่านชายใหญ่เป่ยกง” ปากไวใจเร็ว : “หลานเองก็อยากขายภาพวาดเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่น้องหญิงบอกว่า ภาพวาดเหล่านั้นล้วนเป็นของรักของหวงของหลาน ตอนนี้ให้ขายสินสอดจำนวนหนึ่งเพื่อประทังชีวิตไปก่อน ต่อไปหากหลานมีรูปที่วาดออกมาแล้วไม่ชอบ ก็ค่อยน้ำไปขายขอรับ”