ตอนที่ 157
บทที่ 531 เรื่องพวกนั้นของครอบครัวรอง
October 28, 2026
หมิงโร่ปรับเปลี่ยนกำยานหอมแล้วก็ใช้ดีขึ้นจริงๆ ทั้งสองเข้าไปในเรือน ราวกับว่าไม่มีคนอยู่ ท่านปู่รองเป่ยกงก็นอนอยู่ในเรือนดีๆ หมิงโร่ถือโอกาสเจาะเลือดของเขา
หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งสองก็ออกจากเรือน มุ่งตรงไปที่เรือนชิงชิว
ซือห้าวเฉินโอบเอวของภรรยาไว้ ฝ่ากำแพงเข้าไปในเรือน ทั้งสองกลับถึงห้องนอน แล้วเข้าไปในห้วงกาลเวลาโดยตรง
หมิงโร่แกะเชือกชุดคลุมสีดำออก ซือห้าวเฉินดึงนางเข้าไปในอ้อมกอด แล้วประกบจูบอันนุ่มนวลลงไป
หมิงโร่รู้ว่านี่ไม่ใช่รถอนุบาล “เดี๋ยวก่อน... ข้านึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้...”
“อืม...อะไร...” เสียงของซือห้าวเฉินดังข้างหู เป็นเสียงทุ้มต่ำที่เสนาะหูเป็นพิเศษ
“คือว่า...เมื่อครู่นี้ลืมดับกำยานหอม...อื้ม...” หมิงโร่ถูกใครบางคนที่ไม่เอาถ่านช้อนตัวขึ้น “ดมกำยานหอมเยอะเกินไป พรุ่งนี้คนทั้งเรือนน่าจะตื่นสาย...”
ซือห้าวเฉินไม่สนใจเรื่องพวกนี้ วางภรรยาไว้บนเตียง แล้วปล่อยม่านที่ถูกตะขอเงินคล้องไว้ “เดิมทีก็เป็นแค่ธูปหนึ่งก้านเองมิใช่หรือ ตอนนี้จะกลับไปเอาทิ้ง ก็คงจะเผาไหม้จนไม่เหลือแล้ว”
“เหอะ...” เหมือนจะเป็นเช่นนี้จริงๆ
หมิงโร่รู้ว่าต่อไปก็จะเข้าไป บทกวีขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในที่เกิดเหตุ...
นิลเกศาผกาแก้มก้าวไหวทอง วิสูตรยองอุ่นนงพรรณวสันต์นิสา นิสาสั้นตะวันสูงสุดระอา แต่นั้นมาภูวไนยไม่ออกขุนนาง
รุ่งเช้าวันที่สอง หมิงโร่ทุบเอวที่ปวดเมื่อยของตัวเอง ลุกขึ้นจากเตียง ตอนนี้นางไม่ไปพัวพันอีก เหตุใดตัวเองถึงเหนื่อยปางตาย ซือห้าวเฉินกลับแข็งแรงมีชีวิตชีวาล่ะ แต่นางคิดอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบ
ใครบางคนที่แข็งแรงมีชีวิตชีวาเพียงเดินเข้ามาในห้องนอนด้วยยิ้มแฉ่ง “น้ำอาบน้ำเตรียมเสร็จแล้ว จะให้สามีอุ้มเจ้าไปหรือไม่”
“ไม่ต้อง” เดิมทีหมิงโร่อยากเดินไปเรือนอาบน้ำอย่างบ้าอำนาจโดยไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น สุดท้าย ทำได้เพียงเดินก้าวเล็กๆ ค่อยๆ ลอยไปอย่างช้าๆ ......
หมิงโร่แช่ใน ‘น้ำบาดาล’ เสร็จ ถือว่าฟื้นขึ้นมาอย่างแท้จริง
ซือห้าวเฉินยกโจ๊กรังนักมา “ดื่มโจ๊ก บำรุงร่างกายหน่อยเถอะ”
หมิงโร่กลอกตามองบน ทว่ายังคงรับโจ๊กไว้ แล้วกินอย่างรื่นเริง ประเดี๋ยวยังต้องทำงานอีก ต้องกินให้อิ่มก่อน
หมิงโร่ดื่มโจ๊กเสร็จ ก็ผลักหม้อตุ๋นออก แล้วเข้าไปในโรงกลั่นยา เก่อนหน้านี้ได้เลือดมาแล้ว ต้องทำการแบ่งให้เรียบร้อย จะได้สะดวกในการใช้สอยในภายหลัง
หมิงโร่เอาตัวอย่างกลุ่มเลือดที่จัดการเสร็จใส่เข้าไปในหลอดเก็บเลือด แล้วเอาสองหลอดออกมาไว้ด้านข้าง หลอดอื่นเก็บเข้าไปในระบบรักษา เตรียมเผื่อตอนที่ต้องการใช้งาน
ภายในใจยังแอบขอบคุณท่านปู่รองเป่ยกง ที่บริจาคเลือด 200 มิลลิลิตร
“สองหลอดนี้เจ้าพกติดตัวไว้ ถ้าเกิดผู้เฒ่าตระกูลเป่ยกงพาเจ้าไปเขตหวงห้ามอีก ถ้าไม่อยากปล่อยเลือดตัวเอง แล้วให้เจ้าปล่อย จะได้มีเลือดที่เตรียมเผื่อไป” หมิงโร่หวังว่าท่านปู่เป่ยกงรีบพาซือห้าวเฉินไปเขตหวงห้าม แต่ก็กลัวว่าที่นั่นจะเกิดข้อผิดพลาด นางอยากไปช่วยก็เข้าไปไม่ได้
“ได้” ซือห้าวเฉินเอาหลอดเก็บเลือดที่ปิดฝาแน่นทั้งสองหลอดเก็บไว้เป็นอย่างดี เขาสัมผัสได้ว่าสาวน้อยของเขากำลังเป็นห่วงเขา ยื่นมือไปลูบผมดำสลวยของหมิงโร่ “ข้าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นอะไรอยู่แล้ว”
“อืม” หมิงโร่ยื่นมือไปโอบเอวอันผอมเพรียวของซือห้าวเฉิน “ข้าอยากกลับบ้านแล้ว”
ตอนแรกที่มาถึงโลกใบนี้ หมิงโร่รู้สึกตัวเองเหมือนหญ้าป่าที่ไม่มีรากต้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย สุดท้ายนางก็หาความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าจนเจอ และเห็นตำหนักอ๋องเป็นบ้านของตัวเอง มีเพียงกลับที่นั่น ถึงจะรู้สึกสบายและอุ่นใจ
ซือห้าวเฉินรู้สึกเกร็งสันหลังขึ้นมาทันที เขาจำได้ว่าตอนที่ยัยสาวน้อยเพิ่งมาตำหนักอ๋องใหม่ๆ พอเจอเรื่องไม่มีความสุข ก็มักจะคิดถึงบ้าน.....
“รอให้จัดการเรื่องทางจงโจวเสร็จ ข้าจะกลับบ้านเป็นเพื่อนเจ้า” ซือห้าวเฉินไม่รู้ว่า ‘บ้าน’ ที่ภรรยาพูดถึงคือที่ไหน แต่แต่ก่อนแค่พูดถึง ‘บ้าน’ แววตาของยัยสาวน้อยก็จะดูว่างเปล่า จิตสัมผัสบอกว่าน่าจะเป็นสถานที่ที่ไกลมาก