ตอนที่ 163
บทที่ 537 เข้าเขตหวงห้ามครั้งแรก
October 28, 2026
"เริ่มอยากให้ข้าไปพูดชมเป่ยกงซือซือที่เรือนของฉีเตียว ในตอนหลังได้ยินว่าฉีเตียวจะหมั้นหมาย จึงพุ่งเป้าไปที่เห้อเหลียนเจว๋" หมิงโร่รู้สึกว่าตนทำเต็มที่แล้ว
"รบกวนแล้ว" ซือห้าวเฉินพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"อืม" หมิงโร่เองก็รู้สึกว่าเรื่องของตระกูลเป่ยกงช่างยุ่งยาก อยู่ในเรือนของตนเองดีๆ ไม่ได้หรืออย่างไร จำต้องออกมาสร้างปัญหาทุกวัน "จริงด้วย มีเรื่องสำคัญยังไม่ได้บอกเจ้า"
"หื้ม?" ซือห้าวเฉินชะงักมือที่อยู่นอกเสื้อ เอียงศีรษะหันไปมองภรรยา
"พวกเราเข้าไปในห้วงกาลเวลากันเถอะ" หมิงโร่เปิดประตูห้องนอน
"ช่างยากนักที่ภรรยาเป็นฝ่ายเชิญสามีเข้าไปในห้วงกาลเวลา" ดวงตาของซือห้าวเฉินทอประกาย
หมิงโร่มองบน: "พูดเรื่องเคร่งเครียดกับท่าน!”
ซือห้าวเฉินจัดการสีหน้าของตนเองครู่หนึ่ง พยายามทำให้ตนเองดูจริงจังเล็กน้อย: "อะแฮ่ม เจ้าพูด"
"ค่ารักษาที่ท่านเหว่ยให้ข้า" หมิงโร่หยิบหยกสีนิลมงคลขึ้นมา “เขาบอกว่านี่คือกุญแจทางลับของสุสานจักรพรรดิคนก่อน จากทางลับสามารถเข้าออกสุสานได้......ท่านจำเป็นต้องเข้าไปในสุสานหรือไม่?”
ซือห้าวเฉินพยักหน้า:” ตอนที่ฮ่องเต้มู่จงถูกฝัง ได้นำตราหยกประจำแผ่นดินเข้าไปในสุสานด้วย ก่อนหน้านี้ข้าเคยคิดจะไปเอาตราหยกประจำแผ่นดินในสุสาน แต่จวินเช่อเคยตรวจดูเส้นทางแล้ว ยากที่จะเปิดสุสานโดยไม่ทำให้ผู้อื่นรับรู้”
“มีคนจำนวนมากเฝ้าอยู่ด้านในหรือ?” หมิงโร่คาดเดาด้วยความใจกล้า “พวกเขาล้วนอยากจะได้ตราหยกประจำแผ่นดิน?”
“อืม” ซือห้าวเฉินดึงตัวหมิงโร่เข้ามาในอ้อมกอด “ตามคำที่กล่าวว่าต้องมีเหตุและผลจึงจะพูดและทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างราบรื่น คนในใต้หล้ามองตราหยกประจำแผ่นดินเป็น ‘ลิขิตสวรรค์’ คนที่มีความทะเยอทะยาน แน่นอนว่าย่อมอยากจะครอบครอง”
“อืม” หมิงโร่วางหยกสีนิลมงคลไว้บนโต๊ะ “ท่านเหว่ยบอกว่า ทางลับนั้นตระกูลฉีเตียวมีเพื่อเหลือทางรอดให้กับยอดฝีมือของตระกูล ตอนเปิดไม่น่าจะเสียงดังเท่าใดนัก”
“โร่เอ๋อร์คือดวงดาวแห่งความโชคดีของข้า” ซือห้าวเฉินกอดภรรยาแน่น “ข้าจะตกรางวัลให้เจ้าอย่างงาม”
สัญชาตญาณของหมิงโร่บอกว่าซือห้าวเฉินจะออกกิริยาไปมากกว่านั้น รีบปฏิเสธทันที: “แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ควรค่าแก่การชื่นชม ไม่จำเป็นต้องชมเจ้าค่ะ”
“ได้อย่างไรกัน......ข้าคือคนสำนึกบุญคุณ......”
หมิงโร่เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าอย่างหมดคำจะพูด นางเป็นคนอยู่ติดเรือน ไม่อยากฝึกมาราธอนทุกวัน โปรดปล่อยนางไปจากรางวัลนักวิ่งระยะไกลเถอะ!
เป่ยกงซือซือได้ยินว่าตระกูลฉีเตียวไปสู่ขอตระกูลหลัน สินสอดเรียงยาวไปทั่วท้องถนน อิจฉาตาร้อน แค่ว่า เท้าของนางบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนบนเตียงไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ทำได้เพียงโมโหเอามือทุบเตียงเท่านั้น
ฮูหยินรองเป่ยกงเห็นบุตรีสูญเสียการควบคุมเช่นนี้ สอนนางไม่ให้แสดงความดีใจและโมโหออกมาทางสีหน้า พร้อมกับพูดปลอบโยน: “เมืองหยุนหลิงเต็มไปด้วยผู้ชายดีๆ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น คุณชายใหญ่ของตระกูลเฮ่อเหลียน เป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่ง”
เหตุเพราะถูก ‘เห้อเหลียนเหยาฮั๋ว’ ทำร้ายจิตใจหลายครั้ง เมื่อเป่ยกงซือซือได้ยินคำว่า ‘เห้อเหลียน’ สองคำนี้ก็รู้สึกหงุดหงิดทันที แต่เมื่อครุ่นคิดดูแล้ว หากนางแต่งงานกับเห้อเหลียนเจว๋ ‘เห้อเหลียนเหยาฮั๋ว’ เจอนาง ต้องเรียกนางว่าพี่สะใภ้ใหญ่......
เพียงแค่คิด นางก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก
หมิงโร่ตื่นแต่เช้าไปน้อมคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเป่ยกง ทางด้านท่านผู้เฒ่าเป่ยกงก็จะพาซือห้าวเฉินไปเดินบนหุบเขา
เมื่อได้ยินว่าชึ้นเขา หมิงโร่กังวลเล็กน้อย ให้หลิงหลงตามซือห้าวเฉินไป
“พวกเขาเข้าไปในหุบเขา คาดว่ากว่าจะกลับมาคงจะดึกมาก ‘เหยาฮั๋ว’ อยู่ที่นี่ ทานอาหารกลางวันกับย่าก่อน เจ้ากลับไปก็อยู่ตามลำพัง” ฮูหยินผู้เฒ่าเป่ยกงจับมือหมิงโร่แล้วพูด