ตอนที่ 175
บทที่ 549 วันดูฤกษ์
October 28, 2026
“อ่อ” แม้ว่าซือห้าวเฉินจะรู้สึกว่าพูดถูก แต่ก็ยังรู้สึกโหดร้ายไปหน่อย
ซือห้าวเฉินกอดภรรยาเพื่อผ่อนคลายอยู่พักหนึ่ง ตอนบ่ายก็ต้องฟังท่านสุ่ยบรรยายอีก
ซือห้าวเฉินหยิบเอาแผนที่สถานที่ต้องห้ามซึ่งวาดออกมาในช่วงสองสามวันนี้ออกมา แล้วชี้ค่ายกลในแต่ละที่ให้จวินเช่อดู
“มีผู้ที่ชำนาญทางในการนำทางย่อมประหยัดแรงไปเยอะแน่นอน การจัดวางค่ายกลที่ซับซ้อนเช่นนี้ แค่พวกเราคลำหาเองกัน เกรงว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเข้าไปยังใจกลางได้” จวินเช่อมองไปยังค่ายกลใหญ่น้อยที่กระจัดกระจายอยู่ในแผนภาพ
“จำเป็นจะต้องเลือกเวลาที่เหมาะสม แล้วค่อยไปเอายันต์เสือ” นิ้วมือของซือห้าวเฉินเคาะอยู่บนโต๊ะเบาๆ
“ได้ งั้นข้าจะไปดูฤกษ์ยาม” จวินเช่อพยักหน้า
“ถุย” หมิงโร่ถูกทำให้ขำด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมเอาจริงเอาจังของซือห้าวเฉินและศิษย์พี่ “ตอนที่เจ้าอภิเษกก็ไม่ได้ให้ศิษย์พี่ของเจ้าเลือกวันให้ล่ะสิ?”
“......” คำพูดนี้ซือห้าวเฉินปฏิเสธไม่ออกเลยทีเดียวจริงๆ หากรู้ว่าจะแต่งเอานังหนูที่ประหลาดเช่นนี้กลับมาละก็ เขาจะต้องให้จวินเช่อเลือกวันที่ดีๆ ให้อย่างแน่นอน
“มิกล้าๆ” จวินเช่อยกถ้วยชาขึ้นดื่มหนึ่งคำ “วันอภิเษกใหญ่ของพวกเจ้า เป็นข้าที่หมั่นสังเกตรูปลักษณ์ดวงดาวทั้งเจ็ดวัน เป็นวันที่คาดการณ์โดยดวงดาว แม้แต่เวลาก็จะคลาดเคลื่อนไม่ได้แม้แต่นิด”
“......” หมิงโร่คิดไม่ถึงว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้ได้
ทั้งสามคนก็คุยเล่นไร้สาระกันอยู่ครู่หนึ่ง จวินเช่อก็กลับไปเรือนหน้าแล้ว
ฮูหยินใหญ่เป่ยกงและฮูหยินรองเป่ยกงพาเป่ยกงซือซือมาร่วมงานเลี้ยง เดิมทีควรจะกลับจวนตั้งแต่บ่ายแล้ว ผลสุดท้ายคือถึงตอนที่จุดคบไฟแล้วถึงจะกลับมา อีกอย่างทั้งสามคนต่างอิดโรยไปหมด โดยเฉพาะเป่ยกงซือซือที่มีท่าทางที่เหมือนคนไว้ทุกข์ก็ว่าได้
เป่ยกงซือซือถูกประคองมาโดยสาวรับใช้สองคน พเข้ามาในห้องของตนก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
ฮูหยินรองเป่ยกงให้เสี่ยวเถารีบปิดประตูเรือนเสีย แล้วจึงไปปลอบลูกสาวในห้องนอน
เช้าวันถัดมา หมิงโร่และซือห้าวเฉินจัดแจงเนื้อตัวเรียบร้อยแล้วก็มาคารวะรายงานตัวที่เรือนหลัก
ทั้งสองคนเพิ่งจะเดินมาถึงทางเข้าเรือน ก็เจอเข้ากับคนของบ้านสามและบ้านสี่ คารวะทักทายกันตามมารยาทซึ่งกันและกันแล้วจึงเข้าไปในเรือนหลักพร้อมกัน
ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองเป่ยกงต่างมาถึงแล้ว เพียงแต่ว่าสีหน้าของฮูหยินรองเป่ยกงดูหน้าดำคร่ำเครียด ดูแล้วแปลกจนน่าตกใจ
ทั้งสองคนรายงานตัวเสร็จก็นั่งลงบนเก้าอี้
“ท่านยาย คนของตระกูลโจวส่งสินสอดมาให้คุณหนูใหญ่แล้ว......” แม้ว่าพ่อบ้านจูจะเข้ามารายงาน แต่ว่าตนเองนั้นก็ยังงุนงงอยู่ ก่อนหน้านี้แม่สื่อก็ยังไม่เคยมาเหยียบที่นี่เลย นี่ก็มาส่งสินสอดแล้วหรือ ฝ่ายนั้นพูดอยู่นาน เขาก็ยังงุนงงอยู่ว่าไม่รู้ว่าเป็นตระกูลไหน
อีกอย่างเขาอยู่ที่นครหยุนหลิงมาเกือบค่อนชีวิตแล้ว นึกไม่ออกจริงๆ ว่าตระกูลไหนกันที่แซ่โจว
“ฮึ?” ท่านยายเป่ยกงเอนหัวมองมายังฮูหยินรองเป่ยกง “เกิดอะไรขึ้นกัน?”
“ท่านแม่ ข้ามีเรื่องที่ต้องคุยกับท่านตามลำพัง......” ตอนนี้ฮูหยินรองเป่ยกงในใจสับสนวุ่นวายไปหมด
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงเห็นสีหน้าของสะใภ้รองไม่สู้ดีนัก ก็เลยพาเข้าไปในห้องนอนของตน