ตอนที่ 185
บทที่ 559 นอนตายด้วยรอยยิ้ม
October 28, 2026
“ฮึ?” ซือห้าวเฉินก็เห็นว่านี่คือตัวอักษรเช่นกัน แต่กลับดูไม่ออกว่ามีกลไกอะไร “คืออะไรหรือ?”
“รอสักครู่” หมิงโร่คลำเอากล่องผ้าไหมใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแขนเสื้อ
ซือห้าวเฉินเห็นกล่องผ้าไหมใบนั้นก็รู้ว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นก็คือตราประทับของนักบวชที่อาจารย์เปี้ยนหยีให้โร่เอ๋อร์เอาไว้
ตอนที่หมิงโร่ได้ตราประทับมานั้นก็รู้สึกว่าร่องรอยตื้นลึกหนาบางที่ประทับอยู่บนนั้นดูพิเศษมาก ก็เลยทำการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียดเป็นเวลานาน ดังนั้นเมื่อครู่ก็เลยรู้สึกว่าสัญลักษณ์นั้นก็รู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
หมิงโร่เอาตราประทับปรับมาไว้ตรงตำแหน่งที่พอเหมาะกับตัวอักษรของสัญลักษณ์ แล้วกดตราประทับลงไป ร่องระหว่างหม้อนั้นแตกออกเป็นห้าแฉก เหมือนกับว่าเป็นดอกไม้ที่บานสะพรั่งออก สิ่งที่อยู่ตรงกลางรอบกลีบดอกนั้นพอดีเป็นยันต์เสือสีหมึกครึ่งชิ้น
ซือห้าวเฉินหยิบยันต์เสือชิ้นนั้นออกมา พอยันต์เสือถูกหยิบออกมาในจังหวะนั้นเสียงก็ดังเพ้งขึ้นมาทันที หมอกควันสีขาวกระจัดกระจายออกมาจากในห้องหินเต็มไปหมด ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่หลิงหลงก็ยังตั้งตัวไปติดเลย ได้เพียงกลืนกินหมอกควันเล็กน้อยที่อยู่ใกล้มันเข้าไปเท่านั้นเอง
“เอ๋อ......” หมิงโร่ขบฟันไปมา ในหัวมีแต่ความบ้าคลั่งหยุ่งเหยิงวุ่นวายเต็มไปหมด ด้วยความเร็วที่อื้ออึงหูอย่างไม่หยุดจนทะลวงออกมา
“เกิด......ฮ่าๆ ......อะไรขึ้น......ฮ่าๆๆ ......” ซือห้าวเฉินถาม
“เป็นควัน......เฮ้ยๆๆ ......พิษ......” หมิงโร่ก็ควบคุมความขำขันของตนเองไม่ได้
“นอน......ฮ่าๆๆ ......ตายด้วยรอยยิ้ม......” จวินเช่อกล่าวขึ้นอย่างยากลำบาก
“อืม......เหอะๆๆ ......” หมิงโร่หัวเราะจนปวดท้องไปหมด นั่งยองหัวเราะเสียงดังฮ่าๆๆ อยู่ตรงนั้น
ซือห้าวเฉินและจวินเช่อก็ไม่ได้ดีกว่ากันเสียเท่าไรนัก ก็หัวเราะอย่างเก็บอาการไม่อยู่เช่นกัน
‘นอนตายด้วยรอยยิ้ม’ ตามความหมายของชื่อก็คือหัวเราะทั้งที่เป็นๆ อยู่จนตาย แล้วก็เลยยังคงรักษารอยยิ้มไว้ในภพภูมิยมโลกอยู่เช่นกัน
ที่จริงแล้ว แค่หัวเราะก็ไม่อาจทำให้ตายได้หรอก เพียงแค่เพราะว่าพิษนี้ไม่อาจกำจัดไปได้ก็จะต้องหัวเราะแบบนี้ต่อไป แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่อาจหยุดพักได้เลย คนตัวเป็นๆ กินไม่ได้ ดื่มไม่ได้ นอนไม่ได้ ผ่านไปไม่กี่วันก็ย่อมตายไปอย่างไม่ต้องสืบเลย
จวินเช่อนวดใบหน้าที่ขำค้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เสียสติไปมากน้อยเท่าไรนัก อย่างไรเสียเขาได้ทำนายการปฏิบัติการในคืนนี้ไว้แล้วว่าจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
แม้ว่าหมิงโร่จะกอดท้องนั่งยองหัวเราะอยู่ตรงนั้น แต่เรื่องที่ควรจะต้องทำก็ไม่ถ่วงเวลาเลยแม้แต่นิด จากนั้นได้เริ่มขั้นตอนการปรุงยาในระบบการแพทย์และปรุงยาถอนพิษออกมาด้วยความยากเย็นแสนเข็ญ อีกอย่างยังปรุงยาน้ำถอนพิษออกมาเป็นรูปแบบสูดพ่นอีกด้วย
ในขณะที่พวกเขาอยู่ในระดับการหัวเราะขั้นนี้ดื่มยาน้ำลงไป ก็เกรงว่าจะสำลักตายได้โดยง่าย
ซือห้าวเฉินเห็นว่านังหนูหัวเราะจนสะอึกออกมา ก็เลยเอาภรรยาโอบเข้ามาช่วยลูบหลังอยู่ในอ้อมกอด
หมิงโร่เริ่มสบายขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ก็เริ่มพูดจาแขวะด้วยคำพูด: “บรรพบุรุษของเจ้า......ฮ่าๆ ......เกรงว่าจะไม่ใช่บรรพบุรุษทางสายเลือดจริงๆ ......ฮ่าๆๆ ......วางยาพิษเช่นนี้......ฮ่า......วางพิษที่วิปริตเช่นนี้ได้......อ่าฮ่าๆๆ ......”
“เหอะๆๆ ......” ซือห้าวเฉินถูกท่าทางที่น่าหัวเราะของภรรยาเช่นนี้ทำให้ขำขันขึ้นมา
ในที่สุดยาถอนพิษก็ปรุงสำเร็จแล้ว หมิงโร่ก็เอายาฉีดบ่นเข้าไปในปากสองทีโดยตรงเป็นคนแรก ในที่สุดก็ยับยั้งการหัวเราะลงไป
“อ้าปาก” หมิงโร่แสดงท่าทางบ่งบอกว่าให้ซือห้าวเฉินอ้าปาก
ซือห้าวเฉินอ้าปากออกแล้วก็หัวเราะฮ่าๆๆ หมิงโร่อาศัยจังหวะนั้นกดลงไปที่หัวสเปรย์แล้วฉีดไปสองที จากนั้นก็ฉีดพ่นเข้าไปให้ศิษย์พี่สองทีเช่นกัน
ทั้งสามคนหัวเราะหนักมาเกือบสิบห้านาที ซือห้าวเฉินและจวินเช่อที่มีเต็มไปด้วยกำลังภายในก็ยังอ่อนแรงลงบางเลย หมิงโร่ยังคงอยู่ในสภาพการหัวเราะหนัก แล้วก็พยายามรวบรวมสติให้ได้ในการปรุงยาถอนพิษ รู้สึกว่าร่างกายของตนหมดสภาพเลย
ทั้งสามคนนั่งขัดสมาธิลงและรวบรวมลมหายใจ หมิงโร่ทำน้ำบาดาลที่อยู่ในห้วงกาลเวลาออกมาสามถ้วยให้ทุกคนได้ฟื้นฟูพลังภายในร่างกาย
แม้ว่านั่งอยู่ในห้องหินที่ฝุ่นควันฟุ้งไปหมด แต่จวินเช่อและซือห้าวเฉินกลับยังมีท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ดื่มน้ำสะอาดไปหนึ่งถ้วยกลับเหมือนดั่งได้ดื่มด่ำเหล้าดีกรีแรงก็ไม่ปาน
“พวกเจ้าถูกพิษเข้าไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หลงเหลือความกลัวในช่วงท้ายของชีวิตไว้บ้างเลยหรือ?” หมิงโร่ทำปากลีบ