ตอนที่ 186
บทที่ 560 ความสัมพันธ์สนิทแบบดอกไม้
October 28, 2026
เป่ยกงซือซือแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว บนหัวสวมมงกุฎดอกไม้เตี่ยนชุ่ย บนตัวก็ใส่ชุดพิธีการสีแดง เนื่องจากจงโจวเปรียบเสมือนพื้นที่ที่ไร้ซึ่งเจ้าของ ชุดแต่งงานของเป่ยกงซือซือก็เลยปักหงส์ทองที่กางปีกบินไว้อยู่ ดูไปแล้วสูงศักดิ์อย่างไร้ที่ติ
“วันนี้ซือซือสวยมากจริงๆ” หมิงโร่ก็ไม่ได้คุยโวเลยเช่นกัน จริงๆ แล้วเป่ยกงซือซือก็นับว่าเป็นคนงามคนหนึ่ง วันนี้แต่งชุดที่เป็นทางการเช่นนี้ยิ่งเห็นได้ชัดถึงความพราวเสน่ห์
“ดูฮูหยินน้อยพูดเข้าสิ ราวกับว่าในวันปกติที่ผ่านมาซือซือไม่สวยอย่างนั้นแหละ” คุณหนูที่สวมชุดกระโปรงเหมยแดงเหมยทองทั้งตัวท่านหนึ่งกล่าวออกมา
ทำตัวเป็นคนดีๆ ไม่ได้หรือไง จะต้องทำตัวขัดคอด้วยหรือ? หมิงโร่ดูคุ้นหน้าคุ้นตากับคนผู้นี้ นางเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ของเป่ยกงซือซือ ครั้งก่อนที่แต่งโคลงกลอนก็พยายามทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อนางทั้งทางตรงและทางอ้อม
หมิงโร่ค่อยๆ ยิ้มออกมา ยังไงเดี๋ยวตนก็จะหนีไปแล้ว ก็ไม่ต้องมาทนกับเจ้ามารขัดคอนี้แล้ว: “ซือซือของพวเรางามมาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ย่อมงดงามแน่นอน
แต่คุณหนูว่านนั้นก็จะแตกต่างกันไปหน่อย ผิวของเจ้าดำไปนิด ใส่ชุดเหมยสีแดงก็เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างจะคล้ำไปมาก ชุดสีน้ำเงินอ่อนครั้งก่อนนั้นดูจะเหมาะกับเจ้ามากกว่า”
สีผิวของคุณหนูว่านค่อนข้างคล้ำ เกลียดชังที่คนอื่นมาว่านางดำมาก อีกอย่างทุกครั้งที่ออกจากบ้านก็จะทาแป้งรองพื้นที่หนาๆ ไว้ ได้ยินฮูหยินน้อยเป่ยกงพูดเช่นนี้ก็เลยโมโหจนกลอกตามองบน: “เจ้า......”
แค่ฝีมือเท่านี้ยังกล้าจะเป็นมารขัดคออีก ใครกันที่ให้ความกล้าแก่เจ้านะ หมิงโร่ยักไหล่ขึ้นแล้วหาเก้าอี้ว่างนั่งลง
บ่าววางชาหนึ่งจอกไว้ข้างมือของหมิงโร่: “ฮูหยินน้อย เชิญดื่มชาเพคะ”
“ขอบใจ” หมิงโร่ส่งซิกสายตาไปทางซิ่วจวี
ซิ่วจวีเอากล่องผ้าไหมนั้นวางลงบนโต๊ะที่วางกองของขวัญ: “นี่คือของขวัญที่คุณหนูใหญ่เตรียมไว้ให้ฮูหยินน้อย”
เป่ยกงซือซือเปิดกล่องออก ด้านในเป็นโมราติดศีรษะหนึ่งชุด สีสันสดใสเป็นประกาย รูปลักษณ์ดูประณีต แม้จะบอกว่าไม่ใช่ของที่สูงค่าอะไรมากมาย แต่ก็หยิบออกมาพบเจอผู้คนได้
คุณหนูที่เป่ยกงซือซือเรียกว่าพี่หญิงฉินก็เอ่ยปากขึ้น: “หยา โมราติดศีรษะนี้ช่างงดงามจริงๆ ไม่ว่าจะดูอย่างไร ข้าก็ยังคิดว่าเป็นทับทิมไปเลยนะ”
“โอ้ว คุณหนูฉินมีความช่ำชองในเครื่องประดับเป็นอย่างมาก ไม่ทราบว่าท่านมอบเครื่องประดับอะไรเป็นของขวัญแก่ซือซือเหรอ?” หมิงโร่ยกน้ำชาขึ้นซดไปหนึ่งคำ
จู่ๆ ฟางฉินก็ปิดปากเงียบไปเลย นางมอบปิ่นทองหนึ่งอันให้เท่านั้นเอง เมื่อครู่ทุกคนต่างก็เห็นกันหมดแล้ว
เป่ยกงซือซือรีบออกมาไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์ดีขึ้น: “ไม่ว่าจะให้อะไรก็ถือว่าเป็นน้ำใจทั้งนั้นแหละ ข้าก็ชอบมากหมดเลย”
ทุกคนต่างเบี่ยงเบนประเด็นออกไปเป็นเรื่องอื่นอย่างรวดเร็ว ที่จริงแล้วของขวัญในการออกเรือนที่คุณหนูแต่ละท่านให้ในวันนี้ต่างก็ธรรมดามาก อย่างไรเสียทุกคนต่างก็รู้ว่าบ้านรองกลับไปบ้านเกิดที่ชนบท เป่ยกงซือซือก็ต้องแต่งไปยังผิงหนานอีก เมื่อก่อนเป่ยกงซือซืออาศัยว่าเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเป่ยกง ก็ไม่ได้เห็นหัวของพวกนางอยู่ในสายตาอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่จำเป็นต้องมอบของที่ล้ำค่ามากจนเกินไปอยู่แล้ว
หมิงโร่ก็ไม่ได้พูดอะไร ได้เพียงนั่งทานของว่างอยู่ที่ด้านข้าง ฟังคุณหนูพวกนี้คุยกับเป่ยกงซือซืออยู่ หมิงโร่รักษารอยยิ้มที่มุมปากไว้ตั้งแต่ต้นมาโดยตลอด จะว่าไปแล้วเพื่อนพ้องสัมพันธภาพของเป่ยกงซือซือก็ไม่ได้ดีเท่าไรนัก ปากของคุณหนูพวกนั้นต่างก็พูดว่ารู้สึกใจหายไม่อยากให้เป่ยกงซือซือแต่งไปต่างเมืองเลย ที่จริงแล้วแต่ละประโยคต่างก็เป็นคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจทั้งนั้น ยังมีคุณหนูท่านหนึ่งที่คิดค้นคำพูดออกมาประโยคหนึ่งว่ารักกันด้วยใจจริงแค่มีน้ำกินก็อิ่มแล้ว นี่ไม่ใช่ก็ชี้ชัดเลยว่ากำลังกล่าวถึงว่าตระกูลโจวยากจนเหรอ
ในใจของหมิงโร่แอบตะลึงไปเล็กน้อย ช่างเป็นความสัมพันธ์สนิทแบบดอกไม้เสียจริงเชียว
ผ่านไปชั่วพริบตาเดียวห็มีคนมารายงานว่าขบวนที่มารับเจ้าสาวมาถึงแล้ว
แม่สื่อก็คลุมผ้ามงคลสีแดงให้เป่ยกงซือซือ เป่ยกงซือซือไปไหว้คารวะเพื่อลาท่านปู่ท่านย่าและฮูหยินรองเป่ยกงที่โถงหลักก่อน มีลูกคนโตของบ้านสี่แบกออกมาจากประตู
เนื่องจากตระกูลโจวอยู่ที่ผิงหนาน แม้ว่าเป่ยกงซือซือจะออกเรือนวันนี้ แต่กลับจะต้องไปที่ผิงหนานจึงจะสามารถเข้าพิธีทางการได้ ญาติที่ไปส่งก็ย่อมต้องไปถึงบนเรือของตระกูลโจวที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ
ด้านหน้าสุดของขบวน โจซื่อหมิงขี่อยู่บนม้าตัวสูงใหญ่อยู่ เป่ยกงซือซือนั่งอยู่บนเกี้ยวที่สมเกียรติตามติดอยู่ด้านหลัง หมิงโร่ในฐานะที่เป็นน้าคนโตที่จะไปส่งออกเรือนนั้นนั่งอยู่บนรถตามขบวนคันหนึ่งที่อยู่ด้านหลังเกี้ยว วันนี้ซือห้าวเฉินขี่ม้า เดิมทีควรจะต้องอารักขาเกี้ยว แต่กลับตามติดอยู่ด้านข้างรถม้าที่ภรรยานั่งอยู่
หมิงโร่มองผ่านผ้าม่านของรถม้า เห็นเพียงหัวใหญ่ๆ ของเจ้าบ่าวเท่านั้น ยังมีมงกุฎที่เห็นได้ชัดค่อนข้างเล็กไปหน่อยที่ใส่อยู่บนศีรษะ นี่ดูไปแล้วก็เหมือนบนแตงโมมีกล่องไม้ขีดไฟอยู่บนศีรษะ ช่างน่าตลกขบขันเป็นอย่างมาก