ตอนที่ 188
บทที่ 562 ความซาบซึ้งใจ
October 28, 2026
เมื่อเป่ยกงหลางเยว่กลับมาถึงเรือนชิงชิว ห้องนอนก็ได้กลับคืนสู่สภาพราวกับไม่มีการแต่งงานเคยเกิดขึ้น ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าที่นี่เคยมีนายหญิงอาศัยอยู่
เขานั่งลงตรงโต๊ะข้างหน้าต่าง แสงจันทราลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง ต้นไม้ใหญ่ในสวนมีเงาดำเคลื่อนผ่าน
หรือว่าแม่นางคนนั้นจะยังนั่งอยู่ตรงนี้ และมองไปที่ต้นไม้ต้นเดียวกัน
เป่ยกงหลางเยว่รู้ดีว่าคนคนนั้นที่ปลอมตัวมาใช้ชีวิตเป็นเขาอยู่ที่จวนเป่ยกงหลายเดือนนั้น ท่านย่าเป็นคนเลือกผู้หญิงคนนั้นเพื่อเขา
แต่เป่ยกงหลางเยว่กลับไม่ได้โกรธอะไร มีเพียงความเสียดายเท่านั้น หากคนที่แต่งงานกับสตรีคนนั้นคือตนเอง……
แต่เป่ยกงหลางเยว่ก็หัวเราะแล้วส่ายหน้า หากคนที่อยู่แต่งงานที่นี่เป็นตนเองจริงๆ เกรงว่าคนที่ตนจะแต่งงานด้วยคงไม่ใช่แม่นางคนนั้น เขารู้ดีว่าด้วยพลังของพวกเขา หากกำจัดเขาทิ้งไปเลยโดยตรงคงจะจัดการอะไรๆ ง่ายกว่านี้ แต่พวกเขาไม่เพียงทำอย่างนั้น แต่ยังช่วยรักษาโรคให้เขาด้วย……
สิ่งที่ตนพอจะทำได้ก็คือความซาบซึ้ง ซาบซึ้งที่พวกเขาไม่ได้ทำร้ายตนเอง และไม่ได้ทำร้ายครอบครัวของตน
หน้าผาที่หมิงโร่และซือห้าวเฉินเลือก เป็นถ้ำที่พวกเขาเคยซ่อนตัวด้วยกันมาก่อน
ในช่วงเวลาที่รถม้าตกหน้าผาไปนั้น ซือห้าวเฉินก็ได้พาหมิงโร่ออกไปจากรถม้า และเข้าไปในถ้ำพร้อมๆ กับฉืออู่
หลังจากนั้น ฉืออู่ก็ได้แอบกลับไปที่ชายฝั่งเพื่อนัดเจอกับเป่ยกงหลางเยว่ ส่วนหมิงโร่กับซือห้าวเฉินเข้าไปในห้วงกาลเวลาเพื่อเสพย์สุขกับช่วงเวลาพักผ่อนอันมีค่า โดยเริ่มจากการกินอาหารทะเลด้วยกันก่อน จากนั้นก็วิ่งออกกำลังกายด้วยกัน……และก็วิ่งออกกำลังกายด้วยกัน……และก็วิ่งออกกำลังกายด้วยกัน……
จากนั้นหมิงโร่ก็หลับสนิท นางรู้สึกจั๊กจี้ที่ใบหน้าของตัวเอง ไม่ว่าจะพยายามหลบอย่างไรก็หลบไม่ได้ สุดท้ายเลยเอาใบหน้าน้อยๆ ของตัวเองเข้าไปซุกอยู่ในผ้าห่ม
“ฮ่าๆ” ซือห้าวเฉินรู้สึกตลกกับท่าทางงัวเงียของภรรยาตัวเองมาก จึงลูบเบาๆ ลงที่ใบหูน้อยๆ ของนาง หมิงโร่ส่งเสียงงอแงเล็กน้อย จากนั้นจึงเอาศีรษะเข้าไปซุกอยู่ใต้หมอน
“โร่เอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว” ซือห้าวเฉินคะเนเวลา หากยังไม่ออกไปอีก เกรงว่าถ้ำน่าจะโดนน้ำทะเลทะลักเข้ามาจนเต็มเสียก่อน
“ไม่เอา” หมิงโร่รู้สึกว่าตนเองอ่อนแอและไม่มีแรง จึงซุกตัวเป็นก้อนอยู่อย่างนั้น
“อย่างนั้นก็รอให้ผ่านตอนเที่ยงไปก่อนแล้วค่อยออกไปก็แล้วกัน” ซือห้าวเฉินยอมโอนอ่อน ไม่รังเกียจที่จะอยู่ในห้วงกาลเวลาให้นานขึ้นสักหน่อย
เมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างของซือห้าวเฉิน หมิงโร่ที่ยังไม่ตื่นพลันตัวสั่นขึ้นมา แล้วลุกพรวดขึ้นมานั่ง “ไม่ๆๆ! ข้าไม่นอนต่อแล้ว”
“เอ๊ะ?” หมิงโร่รู้สึกแปลกใจ นางยังไม่ทันจะใช้น้ำในบ่อมาอาบน้ำเลย ทำไมร่างกายกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“ทำไมหรือ” ซือห้าวเฉินเอามือข้างหนึ่งไปแตะหน้าผาก เขานอนเอนพิงหมอนอยู่ ในท่าทางขี้เกียจของเขามีความอันตรายซ่อนอยู่
“ไม่มีอะไร……” สมองเล็กๆ ของหมิงโร่กระตุกราวเกลียวคลื่น หากนางบอกว่าร่างกายของนางปกติดีมาก เกรงว่านางจะต้องออกกำลังกายกับเขาอีกครั้ง
นางรู้สึกจริงๆ ว่าไม่ไหวแล้ว วันหน้าจะไม่เอาอาหารทะเลที่ช่วยบำรุงร่างกายขนาดนี้ให้สามีกินอีกแล้ว อย่างเช่นเมนูปลิงทะเลผัดหอม หอยนางรมย่าง อะไรพวกนี้ได้ถูกขึ้นบัญชีดำเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“ยังเจ็บเอวอยู่อีกหรือไม่” ซือห้าวเฉินกล่าวถามอย่างอ่อนโยน
“อืมๆ” หมิงโร่พยักหน้างึกๆ
“เอ๊ะ?” ซือห้าวเฉินขมวดคิ้ว เขาโคจรกำลังภายในไว้ที่มือ แล้วเริ่มที่เอวของหมิงโร่ ค่อยๆ จัดการการไหลเวียนชีพจรและคลายเส้นเอ็น
หมิงโร่รู้สึกราวกับว่าในร่างกายของนางมีน้ำอุ่นไหลเวียนอยู่ ทั้งผ่อนคลายและสบาย นางเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่นางตื่นขึ้นมาเอวของนางจึงไม่ปวดและขาไม่เจ็บอีกแล้ว
เมื่อได้รับกำลังภายในบวกกับการนวดขั้นสูง หมิงโร่รู้สึกว่าหลังจากที่นางตื่นขึ้นมาแล้วร่างกายสดชื่น “ตอนนี้ด้านนอกเป็นเวลากี่โมงแล้ว”