ตอนที่ 193
บทที่ 567 รสชาติที่สืบทอดจากต้นตระกูล
October 28, 2026
เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่หมิงโร่และซือห้าวเฉินเก็บของจนเรียบร้อยแล้วลงไปด้านล่าง ก็เห็นเห้อเหลียนเจว๋มานั่งรออยู่ในโถงรับแขกชั้นล่างของโรงเตี๊ยมแล้ว
“สวัสดีคุณชายเฮ่อเหลียน” หมิงโร่กล่าวทักทายก่อน
“สวัสดีขอรับฮูหยิน” เห้อเหลียนเจว๋หยิบหนังสือนำทางออกมาแล้วส่งให้ซือห้าวเฉิน “นี่คือหนังสือนำทางจากเมืองหลิงหยุนไปยังนครชิงซวน โชคดีที่ในตระกูลมีญาติที่มาจากนครชิงซวนพอดี จึงสามารถยืมชื่อของญาติได้”
“อือ” ซือห้าวเฉินพยักหน้า
“หากเดินทางผ่านคูเมืองของท่าน้ำ จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่หากเป็นเมืองทั่วๆ ไปจะดูแค่ป้ายหยกที่เอวเท่านั้นไม่ตรวจหนังสือนำทาง” เห้อเหลียนเจว๋บอกชื่อโรงเตี๊ยมที่เป็นของตระกูลเฮ่อเหลียนสองสามที่ เพียงแค่แสดงป้ายหยกของตระกูลเฮ่อเหลียน เถ้าแก่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ทันที หากมีเรื่องอะไรก็สามารถขอให้พวกเขาช่วยส่งข่าวได้”
หมิงโร่รู้สึกว่าเห้อเหลียนเจว๋จัดการได้อย่างยอดเยี่ยมมากจึงยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณ
“มิบังอาจรับคำขอบคุณจากฮูหยินขอรับ ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ” เห้อเหลียนเจว๋กล่าวก้มตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“ทางด้านสำนักซ่างบูได้ส่งออกจดหมายมาหรือยัง” ซือห้าวเฉินกล่าวต่อ
“เมื่อคืนวานส่งออกไปแล้ว ไม่ว่าจะได้ข่าวคราวหรือไม่ ข้าน้อยจะส่งข่าวให้ท่านอย่างแน่นอน”
“ดีมาก” ซือห้าวเฉินพยักหน้า และพาหมิงโร่ขึ้นรถม้าไป
ชูอีและฉืออู่จัดสัมภาระขึ้นรถม้าเรียบร้อยแล้ว อะยวนนั่งด้านนอกของรถม้ากับฉืออู่ ส่วนชูอีไปยังรถม้าข้างๆ
“สัมภาระของพวกเราเยอะขนาดนั้นเลยหรือ” หมิงโร่เดินไปดูด้านหลังรถม้าคันนั้น ทั้งๆ ที่นำของสำหรับเอาไปเป็นตัวอย่างแค่สองห่อเท่านั้นเอง
“ข้าก็อยากไปที่นครชิงซวนเช่นกัน” ท่านเหว่ยที่ถูกชูชีจับแต่งตัวกลายเป็นเฒ่าเคราขาวแหวกม่านหน้าต่างออกมาแล้วยิ้มให้หมิงโร่
จวินเช่อเดิมที่แค่แต่งตัวเป็นบทพี่ชายก็พอแล้ว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเฒ่าไปแล้วแสดงความไม่พอใจออกมา
“เอ่อ……” หมิงโร่กุมหัว จะทำอย่างไรดีเมื่อนางรู้สึกว่าท่านเหว่ยกำลังแกล้งพวกเขาอยู่!
“ออกเดินทางเถิด” ซือห้าวเฉินไร้คำพูด ท่านเหว่ยเป็นคนท้องถิ่นของจงโจว จึงมักจะล้อเลียนพวกเขาอยู่บ่อยๆ
“ลาก่อน” หมิงโร่โบกมือให้ซือห้าวเฉิน
“รักษาสุขภาพ เดินทางปลอดภัยขอรับ” เห้อเหลียนเจว๋รู้ดีว่าเจ้านายและฮูหยินจะเดินทางจากนครชิงซวนกลับตงเหิง ส่วนเขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ จึงไม่สามารถไปนครชิงซวนได้ และได้แต่ส่งอยู่ที่นี่
ซือห้าวเฉินพยักหน้าให้เห้อเหลียนเจว๋ ฉืออู่ยกแส้ขึ้นแล้วฟาดเสียงดังเพี๊ยะ ม้ากระทืบเท้าวิ่งออกไปตามทางส่งเสียงดังก๊อกแก๊ก
บริเวณประตูเมืองมีการตรวจคนและขบวนรถขาเข้าเมืองอย่างเข้มงวด แต่ขาออกเมืองแสดงเพียงป้ายหยกห้อยเอวก็พอแล้ว
รถม้าเดินทางมาตลอดทั้งเช้า ในตอนกลางวันที่แดดร้อนแผดเผาที่สุดนั้น ทั้งขบวนก็ได้หยุดพักที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง
“ทุกท่านต้องการดื่มชาชาดับร้อนหรือไม่” เสี่ยวเอ้อร์เช็ดโต๊ะอย่างคล่องแคล่วพลางยิ้มกล่าวเชื้อเชิญให้ทุกคนให้นั่ง
ถ้ากล่าวตามตรง พวกเขาไม่คุ้นเคยกับการดื่มชาดับร้อนของเมืองจงโจว แต่ท่านเหว่ยกลับคุ้นเคย แต่เมื่อนึกถึงการเดินทางไปที่ภูเขาซางหลง ก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่ยอมดื่ม เขาอยากกินอาหารรสเลิศมากกว่า
“พวกเราไม่ดื่มชาคลายร้อน แค่อยากพักผ่อนเท่านั้น มีอะไรให้กินบ้างหรือ” ฉืออู่ประคองท่านเฒ่าชิงเหว่ยนั่งลงแล้วหันไปพูดกับเสี่ยวเอ้อร์
“มีๆ พวกเรามีก๊วยเตี๋ยวและขนมแป้งทอด” แววตาของเสี่ยวเอ้อร์กลิ้งไปมาแล้วตอบรับอย่างทันที