ตอนที่ 194
บทที่ 568 โชคดีที่วิ่งไว
October 28, 2026
“คนพวกนั้นยังตื่นขึ้นมาได้อีกหรือไม่” ซือห้าวเฉินรู้เพียงว่าภรรยาของตนเองมอบยาเม็ดหนึ่งให้ฉืออู่ แต่ไม่รู้ว่ามีสรรพคุณอย่างไร
“กินยาถอนพิษก็ฟื้นขึ้นมาได้แล้ว” หมิงโร่เอ่ยปากอย่างแน่วแน่ “แต่ถ้าไม่กินยาถอนพิษจะหลับไปเป็นเดือนๆ ถึงจะฟื้นขึ้นมา”
“ไม่กินไม่ดื่มถึงครึ่งเดือน แต่ยังมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกน่ะหรือ” แววตาของท่านเหว่ยเป็นประกาย ยาตัวนี้น่าสนใจเสียแล้ว เขาเริ่มอยากทดลองกลั่นดู
“เอ่อ ถ้ามีคนดูแล แน่นอนว่าต้องอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีคนดู……เกรงว่าจะไม่……” หมิงโร่ตอบตามความเป็นจริง
ยานี้หมิงโร่เตรียมเอาไว้ใช้กับฮูหยินใหญ่เป่ยกง โดยคิดล่วงหน้าว่าหากนางกลั่นแกล้งตนมากเกินไปตอนอยู่ที่จวน จะได้เอายานี้ให้นางกิน ปล่อยให้นางกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไป ส่วนตนก็เป็นผู้ดูแลใกล้ชิด ตั้งใจดูแลนาง
แต่ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงคอยปกป้องนางอยู่ตลอด ทำให้นางไม่ได้ใช้ยานี้ เมื่อกลั่นยาเม็ดใหญ่ออกมาแล้วก็คร้านจะแบ่งเป็นเม็ดเล็กๆ เมื่อครู่นี้ตอนที่สั่งการฉืออู่ก็ได้บอกให้เขาแบ่งยาออกเป็นเม็ดเท่าเม็ดถั่วเหลืองแล้วค่อยเอาไปใช้
“เขียนสูตรยาให้ข้าได้หรือไม่” ท่านเหว่ยถูมือ
“ได้สิ” หมิงโร่หยิบดินสอและปากกาออกมาจากกระเป๋าแขนเสื้อ แล้วเริ่มเขียนสูตรยา
“ป้อนยานี้ให้เสี่ยวเอ้อ แล้วปล่อยพวกเขาไปตามเวรตามกรรมก็แล้วกัน” ซือห้าวเฉินจำได้ว่าฮูหยินเฒ่าเป่ยกงก็เคยกล่าวถึงโจรภูเขาที่ฉือหลี่โพมาก่อน การที่โจรภูเขาสามารถตั้งถิ่นฐานอยู่ไม่ไกลจากเมืองหยุนหลิงได้นั้น แสดงว่าจะต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง และเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากตามมาก จึงไม่อยากจะเข้าไปข้องเกี่ยวมากนัก
“ขอรับ” ฉืออู่พึ่งจะเดินไปได้สองก้าว ก็หยุดเดินแล้วถามว่า “แล้วแม่ครัวจะให้จัดการอย่างไรดีขอรับ”
“ช่วยปลดโซ่ตรวนให้นางก็พอ แล้วนางจะไปไหนก็ไป” หมิงโร่คิดหาทางออกให้
“ถึงแม้ว่าแม่ครัวคนนั้นจะไม่ใช่โจรภูเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะเป็นคนดี” ท่านเหว่ยกล่าวเตือน
“แม้นางอาจจะไม่ใช่คนดี แต่ก็ช่วยเหลือพวกเราได้เล็กน้อย คิดเสียว่าชดใช้เป็นน้ำใจให้นางก็แล้วกัน” หมิงโร่หันไปยิ้มท่านเหว่ย “คนคนนี้ท่านเองก็รู้จัก เป็นคนโปรดของผู้อาวุโสใหญ่อย่างไรเล่า”
“หลีอิน?” ท่านเหว่ยประหลาดใจ
“แม้ว่าการแต่งตัวจะไม่เหมือนกัน แถมใบหน้ายังมีแผลเป็นเพิ่มมาอีก แต่บ่าวไม่มีทางจำคนผิดแน่ขอรับ” เมื่อครู่อะยวนแสร้งทำเป็นเดินไปตักน้ำที่กระท่อม มองปราดเดียวก็จำได้ว่าแม่ครัวคนนั้นคือหลีอิน
“พวกเรารีบขึ้นรถม้าแล้วออกเดินทางเถิด หากนางจำได้ขึ้นมาจะวุ่นวายเอาเปล่าๆ” ท่านเหว่ยเสนอให้ทุกคนรีบขึ้นรถ
หมิงโร่เห็นด้วยกับคำพูดของท่านเหว่ย แม้ว่าพวกเขาจะปลอมตัวไปบ้างแล้ว แต่หากหลีอินจำพวกเขาได้ ก็น่าจะตามติดพวกเขาไม่ปล่อย ซึ่งพวกเขามีเรื่องสำคัญต้องจัดการ ซึ่งการช่วยเหลือของหลีอินนั้นไม่สามารถเป็นเหตุผลที่จะทำให้พวกเขาพานางไปด้วยได้
ทุกคนกลับขึ้นรถม้า ส่วนฉืออู่คอยเก็บตกอยู่ด้านหลัง ฉุนยี่จึงต้องเปลี่ยนตัวเองจากองครักษ์ลับเป็นคนบังคับรถเพื่อขับรถแทนฉืออู่
เมื่อฉืออู่เห็นรถม้าวิ่งจากไปเร็วจี๋เช่นนั้นก็รู้สึกราวกับตนเองถูกทอดทิ้ง จากนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปในกระท่อม แล้วแบ่งยาเม็ดที่แหว่งราวกับโดนสุนัขแทะออกมาเป็นชิ้นแล้วเอายัดเข้าปากของเสี่ยวเอ้อ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นไปมองหลีอิน
“ท่าน……จอมยุทธ์……อย่าฆ่าข้าเลยนะ……ข้าไม่ได้เป็นคนวางยาเบื่อพวกนั้นนะ!” หลีอินในเวลานี้ มีท่าทางแตกต่างจากตอนที่อยู่ในตำหนักหยุนจงอย่างเห็นได้ชัด
พิธีแต่งงานในวันนั้น นางหอบเอาทรัพย์สมบัติมากมายแล้วหนีไป โดยคิดว่าขอแค่นางมีเงินก็ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไปที่ซีเจี้ยไม่ได้ แต่การที่นางหนีงานแต่ง ทำให้นางไม่สามารถอยู่ที่เมืองหยุนหลิงได้ หลีอินจึงเดินทางไปยังท่าเรือแล้วหาที่พัก จะได้ง่ายต่อการถามข่าวเรื่องเที่ยวเรือกลับด้วย
หลีอินอาศัยความทรงจำของตัวเองเดินทางไปยังท่าเรือ ระหว่างทางนางก็ได้เดินทางผ่านร้านน้ำชาของพวกโจรภูเขา นางอยากแวะพักผ่อนดื่มน้ำชาอยู่แล้ว และอยากหาข้อมูลด้วยว่าท่าเรืออยู่ไกลแค่ไหน
สุดท้ายหลังจากที่นางดื่มชาเข้าไปแก้วหนึ่ง นางก็ถูกลักพาตัวไปขังไว้ที่เขา และถูกปล้นเอาสมบัติไปจนหมด และเป็นเพราะว่านางขัดขืนทำให้ใบหน้าของนางมีรอยแผล และนี่เองที่ทำให้นางรักษาพรหมจรรย์ของตัวเองเอาไว้ได้
ฉืออู่กลอกตา ผู้หญิงคนนี้แสดงเก่งเสียจริง……