ตอนที่ 195
บทที่ 569 ต้องใช้บัตรผ่านเข้าโรงเตี๊ยม
October 28, 2026
เจ้าขาวยังคงคิดถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดองค์ชาย ในตอนนั้นพลันรู้สึกว่าแผ่นหลังเย็นยะเยือกขึ้นมา……จนกระทั่งกระโดดเข้าไปในรังกระต่าย……ถึงจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
ซือห้าวเฉินรู้สึกขึ้นตลกขึ้นมา เขาไม่ได้คิดจะลงมือจริงๆ จู่ๆ กระต่ายตัวนี้กลับหลบไปดื้อๆ สัตว์ที่ภรรยาของตนเองเลี้ยงพวกนี้ชักจะรู้มากเกินไปแล้ว
ซือห้าวเฉินป้อนอาหารเจ้าเพลิงโขนและโม่อิ๋ง จากนั้นจึงไปเด็ดผลไม้ที่ภรรยาชอบมาและคิดจะเอาไปให้ที่ห้องกลั่นยา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าภรรยากำลังปรุงยาพิษอยู่ เขาก็ล้มเลิกความตั้งใจ แล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะหินที่อยู่ใต้เถาองุ่น พลางนั่งลงจัดการจดหมายลับที่ส่งมาถึง
ในช่วงเวลาใกล้ค่ำ รถม้าได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่าฮวาซี ในหมู่บ้านมีกำแพงที่มีรูปสะพานข้ามลำธาร ทำให้ได้ความรู้สึกราวกับอยู่ที่เจียงหนาน
“นายท่าน ถึงโรงเตี๊ยมแล้วขอรับ” ฉุนยี่บังคับรถมาถึงถนนเส้นที่คึกคักที่สุดของหมู่บ้าน จากนั้นจึงเห็นโรงเตี๊ยมที่มีป้ายของตระกูลเฮ้อเหลียนแขวนอยู่
เจ้าขาวแวบกลับไปที่ห้วงกาลเวลาเพื่อกลับไปรายงานนายหญิง
หมิงโร่ได้นำเอายาพิษและยาถอนพิษเก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว และกำลังเตรียมจะเอาห่อยาพิษแบ่งให้องครักษ์ลับทุกคน เผื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
“มาแล้วๆ” หมิงโร่หันไปตบบนหัวเสือเบาๆ “องค์ชายเสือขาวลำบากแย่แล้ว เดี๋ยวมื้อค่ำจะเอาตีนไก่ใส่ให้ด้วย
เจ้าขาวสะบัดหัวเสือ เพื่อแสดงให้รู้ว่าเบื่อตีนไก่แล้ว
“นี่……” หมิงโร่ทุบเบาๆ ลงบนหัวขององค์ชายเสือขาว “เลือกกินไม่ใช่นิสัยของเด็กดี”
เจ้าขาวกะพริบตาสีฟ้าของตนปริบๆ เดิมทีเทพเสือก็ไม่ใช่เด็กดีอยู่แล้วเพราะเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเลือกกินก็ย่อมได้
“เอ่อ……” หมิงโร่เองก็ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร “เอาล่ะ เดี๋ยวค่อยไปเดินเล่นข้างนอก ดูว่ามีอาหารสดใหม่อะไรให้กินบ้างหรือไม่”
หมิงโร่และซือห้าวเฉินลงจากรถม้า จวินเช่อได้เข้าไปด้านในโรงเตี๊ยมกับท่านผู้เฒ่าชิงเหว่ยเรียบร้อยแล้ว โชคดีที่พวกเขามีป้ายแขวนเอวของเห้อเหลียนเจว๋ ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้
เถ้าแก่พาลูกน้องออกมาต้อนรับด้วยตนเอง “ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลฮวาเสินของหมู่บ้านฮวาซี แขกที่เดินทางมาจากต่างถิ่นจำนวนมากมาเพื่อดูการประกวดความสามารถของแม่ฮวาขุย(ฮวาขุยคือโสเพณีชั้นสูง) โรงเตี๊ยมส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจึงถูกจองเต็มหมดแล้ว แต่พวกเรามีเรือนเล็กๆ อยู่หลังหนึ่ง เตรียมเอาไว้สำหรับเจ้าของตระกูลเข้าพัก โดยปกติแล้วจะไม่ปล่อยให้คนนอกมาอาศัย”
“ฮวาขุย?” หมิงโร่ประหลาดใจเล็กน้อย หมายถึงฮวาขุยที่นางเข้าใจรึเปล่า?
“แค่กๆ” เถ้าแก่รู้สึกว่าบางทีตนเองอาจจะพูดมากเกินไปหน่อย การพูดถึงฮวาขุยต่อหน้าฮูหยิน อย่างไรก็ไม่น่าจะเหมาะสมนัก แต่เมื่อฮูหยินถามขึ้นมาเช่นนี้แล้ว เขาก็จำเป็นต้องตอบ จึงได้แต่กล่าวเพิ่มเข้าไปว่า “คนที่เข้าร่วมการประกวดแม่ฮวาขุยล้วนเป็นหญิงที่ขายศิลปะ และสิ่งที่พวกนางแข่งขันกันคือดนตรี บทกวีและการชงชาและสุรา ทั้งหมดล้วนเป็นศิลปะขึ้นสูงทั้งสิ้น”
“พวกเรารอดูการแข่งขันกันเถิด!” หมิงโร่เขย่าแขนเสื้อของสามี
“......” ซือห้าวเฉินไม่เข้าใจว่าทำไมชายาของเขาถึงได้ชอบสถานที่เริงรมย์นัก ได้ยินเมื่อไรเป็นต้องตื่นเต้น
“อันที่จริงแล้วก็มีฮูหยินและคุณหนูหลายๆ คนตั้งใจมาดูการแข่งขันที่ฮวาซี และเดินเล่นตลาดกลางคืน ฮ่าๆๆ” เมื่อเถ้าแก่เห็นสีหน้าของคุณชายที่พาฮูหยินมาด้วยไม่ค่อยดีนักก็หัวเราะอย่างมีมารยาทและเขอะเขิน
“ท่านพาข้าไปเถิด ฮูหยินของบ้านอื่นเขาก็ไปกัน” หมิงโร่ยังคงเขย่าแขนเสื้อของสามีต่อไป
“อืม” หยุนชินอ๋องที่มีคำพูดเด็ดเดี่ยวมาตลอด ตอนนี้พอโดนภรรยาออดอ้อนก็จำต้องยอมตาม
“ศิษย์……อันนั้น……” หมิงโร่หันไปมองศิษย์พี่ “พี่ชายไปด้วยกันเถอะนะ”
“ได้สิ” จวินเช่อยิ้มพลางตอบตกลง
เมื่อเห็นสายตาของผู้เฒ่าชิงเหว่ยที่รอคอยอย่างคาดหวัง หมิงโร่ก็หันไปยิ้มด้วยแววตาใสซื่อ “ผู้เฒ่าก็อยู่พักผ่อนที่โรงเตี๊ยมเถิด พวกเราจะรีบกลับมา” ใครจะปล่อยให้คนแต่งตัวเป็นผู้เฒ่าเอาเปรียบพวกเราอย่างเดียวล่ะ เฮ้อ!