ตอนที่ 197
บทที่ 571 ไม่อยากลงมือกับคนรูปงามงั้นหรือ
October 28, 2026
ซือห้าวเฉินใช้กล้องส่องทางไกลมาสำรวจดู จึงเห็นคนที่สวมใส่หน้ากากสีทองของพรรคผีร้ายอยู่ ซือห้าวเฉินหรี่ตาลง เพราะหน้ากากของพรรคผีร้ายที่ปรากฏไปทั่วแคว้นสี่นั้นเป็นสีดำ แต่คนผู้นี้กลับใส่สีทอง น่าจะเป็นความแตกต่างทางลำดับขั้น เขาสืบหาอยู่นานแต่ไม่เคยได้เบาะแสของพรรคผีร้าย คิดไม่ถึงเลยว่าภรรยาจะค้นพบจากการแอบส่องคนรูปงาม……
แววตาของซือห้าวเฉินจ้องเขม็งอยู่ที่ผู้ที่สวมใส่หน้ากากของพรรคผีร้ายคนนั้น แล้วเบนสายไปที่คนรูปงาม แม้ว่าการต่อสู้ครั้งที่แล้ว ชิวเย่จะใส่ผ้าคลุมหน้า แต่ดวงตาคู่นั้นที่ปลายหางตามีกลีบดอกปี่อั้นทำให้แยกแยะได้มากขึ้น เมื่อหันไปมองแม่นางเหล่านั้นที่กำลังร่ายรำ ก็เริ่มสงสัยว่าสายตาของภรรยาเริ่มมีปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่กันถึงได้มองเป็นคนรูปงามได้……
ผู้ที่สวมใส่หน้ากากผู้นั้นคงจะรายงานข่าวคราวอะไรบางอย่าง สีหน้าของชิวเย่ถึงได้เต็มไปด้วยความพอใจเช่นนี้
ท่านเหว่ยหันมาจ้องหมิงโร่ แล้วหยิบกล้องส่องทางไกลออกมาจากกระเป๋าแขนเสื้อ ริมฝีปากของเขาจึงกระตุก สรุปแล้วแม่นางหมิงโร่พกกล้องส่องทางไกลไว้ที่ตัวกี่อันกันแน่
ว้าว เวลาที่คนรูปงามยิ้มจนตาหยีนั้นมีเสน่ห์อย่างยิ่ง……หากคนรูปงามขึ้นมายืนบนเวลที ไม่ต้องแสดงศิลปะอะไร หญิงสาวพวกนั้นก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้วกระมัง
“สนุกไหม” ซือห้าวเฉินกล่าวเสียงนุ่ม
“ก็พอได้” ตอนแรกหมิงโร่อยากบอกว่าสนุก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงของสามี ก็จำเป็นต้องตอบคำถามที่รักษาน้ำใจเอาไว้บ้าง
“อย่างนั้นก็ดี” เมื่อซือห้าวเฉินเห็นว่าผู้ที่ใส่หน้ากากผีร้ายกำลังจะผละออกไป จึงรีบออกคำสั่งทันทีโดยให้องครักษ์ลับติดตามไป
หวงผู่เย่ได้ยินลูกน้องรายงานว่าก่อนหน้านี้นายท่านรองเป่ยกงได้เร่งให้สร้างเรือกำปั่น จนต้องตัดไม่เถี่ยหนานไปเป็นจำนวนมาก เมื่อกลับไปถึงที่ตระกูลก็เร่งให้ลูกน้องสร้างเรือ หากช่างดำเนินการเร็วหน่อย ป่านนี้คงตามคณะลูกเรือที่ไปซีเจี้ยในรอบนี้ทัน
ในแคว้นสี่ พรรคผีร้ายที่ทุกคนได้ยินต่างก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนนั้น อันที่จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่หน่วยงานลับของตำหนักจื่อเวยเท่านั้น มีไว้สำหรับเอาไว้ทำเรื่องชั่วร้ายโดยเฉพาะ และเนื่องจากในมือของพวกเขาไม่มีเรือครอบครอง จึงต้องส่งคนไปที่แคว้นสี่เพื่อไปอยู่ในสายตาของตระกูลเป่ยกง ดังนั้นจึงไม่สามารถส่งคนไปเป็นจำนวนมากได้
สมาชิกของพรรคผีร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ที่แคว้นสี่นั้น โดยส่วนมากแล้วมักจะสรรหาจากในแคว้นสี่เลย มีเพียงคนสำคัญๆ เท่านั้นที่มาจากจงโจว เพราะอาจจะทำให้ภารกิจรั่วไหลและยากต่อการจัดการ
หวงผู่เย่อารมณ์ดีมากจึงหยิบเหล้าองุ่นข้างมือขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด รอยคราบสุราหยดอยู่บริเวณมุมปากของเขา ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ราวกับพวกมาร ตอนนี้นายท่านรองเป่ยกงแอบสร้างเรือลับๆ หากสามารถแย่งเรือของเขาไปได้ เขาก็คงไม่กล้าโวยวายอะไร เป็นการกระทำที่เข้ากับคำพูดที่ว่าสนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่สนใจคนอื่น ดียิ่งนัก
รอยยิ้มของหวงผู่เย่แข็งค้าง แววตาของเขาเบิกกว้าง ความหนาวยะเยือกเคลื่อนผ่านทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็วจนขนลุก และเริ่มปรากฏเปลือกน้ำแข็งรวมตัวปกคลุมทั่วกายเอาไว้
คนในที่นั่นต่างตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวของหวงผู่เย่ แม้แต่หมิงโร่เองก็ยังอ้าปากหวอ
“นี่มันอะไรกัน” ดวงตาของท่านเหว่ยเป็นประกายระยับ
หมิงโร่ไม่ได้ตะลึงที่คนรูปงามสามารถผนึกน้ำแข็งได้ แต่เป็นเพราะเขาคือคนที่ก่อนหน้านี้ที่สวมชุดแดงออกมาจากหอขุยซิง และยังคิดจะวางยาพิษสามีของนางอีก……หมิงโร่พยายามหยุดความปวดใจ และแน่ใจว่าหน้าตาไม่บ่งบอกนิสัยคนได้ การปฏิบัติกับคนรูปงามจะต้องทรมานเหมือนอย่างหน้าหนาว
“เขาคือ……คนคนนั้น!” หมิงโร่ยืนยันกับซือห้าวเฉิน
“อืม” ซือห้าวเฉินค้นพบว่าแววตาของหมิงโร่เริ่มแปรเปลี่ยน อารมณ์ของเขาจึงดีขึ้นเล็กน้อย และคิดว่าการอบรมภายในครอบครัวหลังจากนี้คงต้องจัดการตามความเหมาะสม
หมิงโร่ขยับข้อมือ เมื่อเห็นว่าคนรูปงามเปลี่ยนคนตัวแข็ง หากใช้การวางยาพิษ คนรูปงามอาจจะทนไม่ไหวก็ได้และก็ตายไปในที่สุด
เมื่อหลิงหลงเห็นหม่าม๊าคิดจะวางยาพิษ ทันใดนั้นมันก็ตื่นเต้นขึ้นมา หม่าม๊าๆ หนูมีเรื่องจะเสนอ!
หมิงโร่กดไปที่ปีกของหลิงหลง ไหนลองว่ามาดูซิ
หลิงหลงถูขาทั้งสองของตัวเอง สามารถใช้พิษกู่กับเขาได้ไง ทั้งกู่สามศพ กู่จิตกลืนและกู่งูหยิน......จะได้ประหยัดมื้ออาหารของหนูไปด้วยอีกหนึ่งมื้อ! หลิงหลงแนะนำอาหารให้ตัวเอง