ตอนที่ 198
บทที่ 572 ราคาที่ต้องจ่าย
October 28, 2026
หลังจากนั้นจึงเห็นองครักษ์กระโดดข้ามกำแพงเข้ามา สุดท้ายกระโดดเข้าไปบนเรือ แล้วปล่อยตัวหมอเทวดาเซวลงบนดาดฟ้า เขาเดินโงนเงนไปยังหวงผู่เย่ เมื่อเห็นคุณชายเข้าสู่อาการโดนพิษขั้นที่สองแล้วก็รีบหยิบผงยาลดความร้อนออกมาแล้วละลายในน้ำ
จากนั้นจึงหยิบเข็มทองออกมาแล้วปักลงบนตำแหน่งชีพจรสองสามแห่ง เมื่อเห็นว่ายาไม่ร้อนแล้วก็หยิบกรวยที่ทำจากไม้ แล้วง้างปากของหวงผู่เย่ออก เพื่อเทยาลงไป......
“โถๆ......เจ้าหน้าไม่อายคนนี้ก็มาที่จงโจวเหมือนกันหรือ......” ในอดีตหมอเทวดาเซวได้นำตัวคนจนมาใช้ทดลองยา จึงมีคนไปฟ้องยอดเขาหลิงหยุน และก็เป็นท่านเหว่ยนั้นเองที่จับตัวเขาไปให้อาจารย์
ท่านเหว่ยเดาว่าสูตรยาเมื่อครู่นี้ทำอย่างไม่จริงจัง แม้นิสัยของหมอเทวดาเซวจะไม่ค่อยดีนัก แต่ฝีมือการแพทย์ของเขากลับไม่เลว ขนาดเขาเองยังรักษาไม่ได้ แสดงว่ายาพิษนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนน
“ท่านอย่าคิดจะให้ยาถอนพิษกับเขาเชียว คนคนนี้เก็บเอาไว้ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง” เมื่อจวินเช่อเห็นความพยายามบนสีหน้าของท่านเหว่ยแล้วก็คิดว่าคนรูปงามของศิษย์น้องคงจะโดนพิษเข้าเสียแล้ว
หากท่านเหว่ยกลั่นยาตามสูตรยาปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าจะเป็นสูตรยาที่ซับซ้อนก็สามารถกลั่นได้ แต่หากเป็นสูตรยาที่เขาคิดขึ้นมาเองออกจะพิสดารเกินไป ทุกครั้งผลลัพธ์ที่ได้กับสิ่งที่คิดเอาไว้มักจะต่างกันมาก
“เฮ้อ” ท่านเหว่ยกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าไม่ได้จะกลั่นยาให้เขาเสียหน่อย”
จวินเช่อรู้สึกว่าท่านเหว่ยยังคงไม่ยอมแพ้ “พิษที่เขาโดนคือพิษกู่ หากท่านเขาไปยุ่งมั่วซั่ว เดี๋ยวกู่ทิพย์ก็มาตามแก้แค้นท่านหรอก”
“อ้า......” เมื่อท่านเหว่ยจินตนาการถึงกู่ทิพย์ที่ขังพวกเขาไว้ที่ปีกผีเสื้อ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าคงต้องยอมปล่อยไปตามน้ำ
เมื่อเห็นว่าท่านเหว่ยยอมฟังคำแนะนำบ้างแล้ว อีกอย่างคนรูปงามคนนั้นก็คงไม่ตายง่ายๆ จวินเช่อจึงตัดสินใจกระโดดออกไปทางหน้าต่างแล้วหายตัวไปในเงามืด
ท่านเหว่ยยังคงใช้กล้องส่องทางไกลดูการประกวด ก็รู้สึกว่าไม่น่าสนใจแล้ว และการดูการแสดงคนเดียวก็ไร้ซึ่งอรรถรส
ท่านเหว่ยจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างสง่าผ่าเผย มีประตูให้เดินดีๆ ไม่ยอมเดิน แต่กลับกระโดดออกไปทางหน้าต่าง เป็นการกระทำที่ไม่สง่างามเลยสักนิด
“ลูกค้าทานเสร็จแล้วหรือขอรับ ทั้งหมดเป็นเงินแปดสิบแปดเหรียญเงินขอรับ” เมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นแขกเดินออกมาจากห้องรับรองก็รีบยิ้มต้อนรับ
“......” ตอนนี้ท่านเหว่ยเพิ่งจะนึกออกว่ากินอาหารเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน แถมเจ้ามือแต่ละคนก็ได้ทยอยออกกันไปทางหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว......
ท่านเหว่ยหยิบถุงเงินออกมาจากเอว และหยิบเหรีญเงินสองมัดออกมา ส่วนที่เหลือก็มอบให้เสี่ยวเอ้อ ความสง่างามย่อมมีค่าใช้จ่าย หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นอย่างนี้ ป่านนี้เขาคงกระโดดออกทางหน้าต่างไปแล้ว ตั๋วใบนี้ราคาสูงนัก
วันรุ่งขึ้น หมิงโร่ประคองเอวของตัวเองลงมาจากเตียง แล้วเดินไปยังห้องอาบน้ำเพื่ออาบน้ำ หากไม่ได้น้ำจากบ่อรักษาชีวิตเอาไว้ ป่านนี้ตนคงลงจากเตียงไม่ไหว
เนื่องจากอุณหภูมิในห้วงกาลเวลาดีมาก อากาศก็บริสุทธิ์ ซือห้าวเฉินจึงฝึกกระบี่และฝึกมวยต่อ นอกจากจะไม่มีเหงื่อออกสักหยดแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าตนเองสดชื่นขึ้นมากอีกด้วย
“ตื่นแล้วหรือ” ซือห้าวเฉินหยุดกระบวนท่า แล้วมาหยุดอยู่ด้านหน้าภรรยา
“เฮ้อ!” หมิงโร่กรอกตา เป็นการดูถูกกำลังวังชาของซือห้าวเฉินที่ดีเกินไปจนเกือบเป็นคนบ้า
“หิวหรือไม่ ข้าจะหาอาหารว่างมาให้เจ้ากิน” ซือห้าวเฉินยิ้มพลางถาม
“ข้าไม่อยากกินอาหารว่าง ข้าจะออกไปกินอาหารเช้าแล้ว”
หมิงโร่ให้อาหารเจ้าตัวเล็กและตัวใหญ่ ส่วนหยุนชินอ๋องเองก็มองออกจึงรีบไปตักน้ำมาสองถัง แล้วเติมน้ำให้พวกมัน “เอาล่ะ ออกไปกันได้แล้ว”
“อืม”
ตอนที่หมิงโร่และซือห้าวเฉินเดินมาถึงห้องหลัก จวินเช่อก็อยู่ที่นั่นแล้ว ตรงหน้าของเขามีจานอาหารว่างและข้าวต้มที่ถูกกินไปแล้วครึ่งชามวางเอาไว้