ตอนที่ 14
บทที่ 14 ไสหัวออกไปซะ
October 31, 2026
เจียงตานจวี๋ถือเอกสารเข้าห้องทำงานท่านประธาน
เธอเคาะประตูเสียงเบา ด้านในไม่มีเสียงตอบรับ แต่ด้วยเกรงว่าจะทำให้เสียงาน จึงผลักประตูเข้าไป
ลี่ซุ่ยหานกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเจียงตานจวี๋ที่เข้ามาโดยพลการ ดวงตาราวกับถูกเติมน้ำหมึก เผยแสงมืดครึ้มออกมา
"ใครให้คุณเข้ามา?ไ
"ฉัน......ฉันส่งเอกสารเข้ามาค่ะ" เจียงตานจวี๋รับรู้ได้ถึงความเย็นเยียบในคำพูด จึงรีบอธิบาย
ห้องทำงานของลี่ซุ่ยหานมีกระจกหน้าต่างบานใหญ่ เขาสามารถเห็นเหตุการณ์ด้านนอกได้อย่างชัดเจน ภาพที่เจียงตานจวี๋กับลี่สุ่ยเหนียนคุยกันด้านนอก เขาล้วนเห็นหมด
เขาเกลียดลี่สุ่ยเหนียนสักเต็มประดา เกลียดมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้
ถึงแม้ลี่สุ่ยเหนียนจะเป็นพี่ชายเขา แต่ก็ต่างแม่ ลี่สุ่ยเหนียนคือลูกที่เกิดจากหญิงรักครั้งแรกของพ่อเขา ซึ่งตอนนั้นเป็นตอนที่คุณพ่อของเขาจะแต่งงานกับคุณแม่ของเธอ และรับตัวมาอยู่ที่บ้านตระกูลลี่ภายหลัง ซึ่งเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของคุณปู่ลี่จิ่นหลง
คุณพ่อของเขาลี่ตงกับคุณแม่ของเขามู่หวนแต่งงานเพราะคลุมถุงชน หลังแต่งงานลี่ตงก็เย็นชาต่อมู่หวนนานนับปี
ตอนเขาอายุสิบห้าปี ลี่สุ่ยหานล้มป่วย ลี่ตงตำหนิมู่หวนที่ไม่ไปดูแลลี่สุ่ยเหนียน เพราะถึงอย่างไรก็เป็นลูกคนโตของตระกูลลี่
ซึ่งตอนที่มู่หวนพาลี่ซุ่ยหานไปยังโรงพยาบาลก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยมู่เสียชีวิตยังที่เกิดเหตุทันที ส่วนลี่ซุ่ยหานก็ขาหักสองข้าง
ทุกครั้งที่เขาเห็นลี่สุ่ยเหนียนก็เกิดความสะอิดสะเอียนด้วยสัญชาตญาณ โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเจียงตานจวี๋กับอีกฝ่ายไม่ธรรมดา ถึงกับกล้ากระหนุงกระหนิงในบริษัทอย่างไม่คิดจะหลีกเลี่ยง หัวใจของเขาก็ราวกับมีภูเขาไฟที่ใกล้จะระเบิดออกมา
เจียงตานจวี๋ปรับอารมณ์ตัวเองให้สงบ เดินเข้าไปวางเอกสารไว้ตรงหน้าลี่ซุ่ยหาน แต่กลับถูกลี่ซุ่ยหานหยิบขึ้นมาแล้วโยนใส่พื้น
ผู้ชายคนนี้เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ เธอทำใจไว้แล้ว จึงก้มตัวลงไปเก็บเอกสารอย่างไม่ร้อนรน
ตอนที่เจียงตานจวี๋เข้ามาไม่ได้ปิดประตู ท่าทางที่เธอก้มตัวลง คนในห้องทำงานเลขาต่างเห็นกันอย่างชัดเจน ต่างรู้สึกเหงื่อตกแทนเธอ ยกเว้นหลินอีที่ทำหน้ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
"รอให้คุณต้องการแล้วฉันจะส่งเข้ามาใหม่ค่ะ" เจียงตานจวี๋ใช้น้ำเสียงเรียบเฉยกล่าว จากนั้นก็หันหลังเตรียมจะออกไป
"ใครให้คุณออกไป?"
"ฉันมาทำงานวันแรกยังมีหลายๆจุดที่ยังไม่รู้เรื่อง ท่านประธานยกโทษให้ด้วยค่ะ"
"คุณยังรู้ว่ามาทำงานวันแรกอีกเหรอ แต่ก็ยังกล้ากำเริบเสิบสานอีก นอกจากชอบทำอะไรกับชายอื่นด้านนอกแล้ว ยังกล้าทำที่บริษัทอีก ไม่รู้จักสำรวมเสียเลย"
"คุณอย่าใส่ร้ายฉันนะ ฉันยังไม่รู้จักคนที่นี่เลย"
"คุณไสหัวออกไปเลย ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ"
เจียงตานจวี๋หันหลัง น้ำตาที่อยู่ขอบตาไหลรินกะทันหัน
เธอกลับไปยังห้องทำงานด้วยดวงตาแดงก่ำ
หลินอีเห็นเธอเอาเอกสารกลับมาก็ทำหน้าเหยียดหยาม "เสี่ยวเจียง คุณทำงานภาษาอะไร แค่ส่งเอกสารก็ทำไม่ได้"
เจียงตานจวี๋ไม่รู้ว่าลี่ซุ่ยหานจงใจไม่รับเอกสารหรือว่าหลินอีจงใจให้เธอส่งเอกสารเข้าไป เธอรู้ว่าตอนนี้เธอบาดหมางกับสองคนนี้ไม่ได้
"ขอโทษค่ะเลขาหลิน ครั้งหน้าฉันจะระวังค่ะ"
เธอเป็นพนักงานใหม่ เพื่อนร่วมงานในกลุ่มไม่มีใครช่วยเธอพูดเลย
หลินอีฉวยโอกาสขนเอกสารกองเบ้อเร่อวางไว้บนโต๊ะของเจียงตานจวี๋ "อันนี้คือข้อมูลที่ต้องรายงานพรุ่งนี้ คุณต้องตรวจสอบ อย่าให้ผิดพลาดนะ"
เจียงตานจวี๋หยิบขึ้นมาดู พลางเห็นตัวเลขเต็มไปหมด จึงได้แต่ตอบรับอย่างฝืนกลั้น "ฉันจะทำให้เสร็จค่ะ"
ตอนนี้ก็ใกล้เลิกงานแล้ว แต่บนโต๊ะเจียงตานจวี๋ยังมีเอกสารมากมาย วันนี้ต้องทำโอทีอย่างไม่ต้องสงสัยซะแล้ว
คนในที่ทำงานเริ่มทยอยกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงเจียงตานจวี๋ที่นั่งตรวจเอกสารอยู่หน้าคอมพิวเตอร์คนเดียว
ตอนที่เธอเดินออกจากห้องทำงานก็ถึงย่ำรุ่งแล้ว
เจียงตานจวี๋โทรบอกแม่บ้านเฉินไว้แล้วว่าคืนนี้เธอไม่กลับคฤหาสน์เฉิงหนาน เธอไปอยู่เป็นเพื่อนคุณยายที่โรงพยาบาลลี่
ลี่ซุ่ยหานกลับมาถึงคฤหาสน์เฉิงหนานพบว่าเจียงตานจวี๋ยังไ่ม่กลับ จึงเรียกแม่บ้านเฉินมาถาม
"คุณชายค่ะ คุณนายไปที่โรงพยาบาลค่ะ ดิฉันคิดว่าคุณรู้ซะอีก"
"เรียกเธอกลับมา"