ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 ถูกนางทุบตีจนปางตาย
September 30, 2026
ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปห้ามเพราะทุกคนต่างก็รักชีวิตของตน อาการของชายทั้งสองตอนนี้แทบจะทนการทุบตีของนางไม่ไหวแล้ว
“อ๊าก!! ขอร้อง!! แม่นางอย่าตีอีกเลย พวกเรายอมแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”
เสียงร้องของคนเหล่านั้นไม่ต่างจากเสียงของหมูยามถูกเชือด แม้จะดังก้องสะท้านไปทั่วหมู่บ้านทว่ากลับมิสามารถทำให้หญิงสาวหยุดมือ การทุบตียังคงดำเนินต่อไป กระทั่งร่างสูงคว้าแขนของนางเอาไว้ จากนั้นดึงเซี่ยชิงหลีเข้ามากอด
เป็นอีกครั้งที่อาเหิงสามารถทำให้นางสงบลงได้
“ภรรยา อย่าตีอีกเลย”
ดวงตาที่เคยแดงก่ำบัดนี้กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม หญิงสาวแหงนหน้ามองร่างที่สูงกว่า พลันน้ำตาของนางได้ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ในชีวิตก่อน ตลอดชีวิตของหญิงสาวไม่เคยหลั่งน้ำตาอีกเลยหลังจากที่ถูกแม่แท้ๆ ทอดทิ้งให้อยู่กับพ่อเลี้ยง
บัดนี้เมื่อได้เห็นภาพของน้องสาวเลือดท่วมตัวทำให้นางสะเทือนใจจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้
“เป่าเอ๋อ...น้องได้รับบาดเจ็บ”
เซี่ยชิงหลีเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ หญิงสาวผละจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม เพื่อดูอาการของน้องเล็ก
“พี่รอง ท่านดูสิข้าไม่เป็นอะไรเลย เลือดพวกนี้เป็นของพี่อาเหิง”
ร่างบางเห็นว่าน้องสาวพูดความจริงจึงได้สงบลง ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากนางไม่สงบลงคิดว่าชายสองคนนั้นจะต้องถูกตีจนตายคามือของนางแน่
“แก!! นางใบ้ แกพูดได้ตั้งแต่เมื่อใด”
หญิงสาวเพราะโมโหจึงลืมตัวพูดออกมา แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว เพราะเรื่องในวันนี้ทำให้นางหาสาเหตุพาครอบครัวไปจากที่นี่ได้โดยไม่ถูกครหา
แม่เฒ่าหวังที่ถูกสะใภ้ใหญ่พยุงเดินเข้ามาในลานหน้ากระท่อมชี้หน้าหญิงสาวด้วยความเดือดดาล จางซุนโหรวเห็นว่าเซี่ยชิงหลีเลิกมีอาการคลุ้มคลั่งจึงรีบพุ่งเข้าไปดูพี่ชายทั้งสองทันที
“พี่ใหญ่!!พี่รอง!! พวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
แม้ร่างกายจะไม่มีร่องรอยบาดแผลเหวอะหวะและไม่มีเลือดออก ทว่าทั้งตัวของพวกเขาต่างเขียวช้ำไม่เว้นแม้แต่ใบหน้า อาการบาดเจ็บภายในร้ายแรงกว่าที่เห็นภายนอก
บุรุษทั้งสองอยากจะตะโกนด่าทอน้องสาวที่ไม่ยอมบอกว่ามีนักสู้ที่แข็งแกร่งอยู่ที่นี่ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากพวกเขาก็กระอักเลือดและหมดสติไป
“พี่ใหญ่!! พี่รอง!! หมอ!! เร็วเข้า…รีบตามหมอหลิวมาดูอาการของพี่ชายข้า”
“เซี่ยชิงหลี แกบอกมานะว่าแกพูดได้ตั้งแต่เมื่อใด”
แม่เฒ่าหวังยังไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ หญิงสาวผละจากน้องเล็กพลางเหลือบมองหญิงชราด้วยหางตา ท่าทางของนางเวลานี้ดูหยิ่งยโสจนทำให้คนเห็นแล้วอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้
“ข้าพูดได้หรือไม่เกี่ยวอันใดกับยายแกน่าตายเช่นท่าน”
น้ำเสียงเย็นเยียบถูกเปล่งออกจากริมฝีปากบาง แม่เฒ่าหวังกายสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าย่างสามขุมเข้าหาตน
“นางเด็กอกตัญญู กล้าเถียงคำไม่ตกฟาก นั่น!!...เจ้าคิดจะทำอะไร!! ถอยออกไปนะ!!”
“หุบปาก ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ให้คนไร้เหตุผลเช่นท่านมาโวยวาย”
หญิงสาวไม่สนใจแม่เฒ่าหวัง นางตะคอกหญิงชรา ก่อนจะเดินเข้าหาหัวหน้าหมู่บ้าน หญิงสาวคำนับชายชราตรงหน้าด้วยท่าทีอ่อนลง