ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 อาเหิงไม่กินงู
September 30, 2026
ชายหนุ่มรีบกระโดดแผล็วลงมาจากก้อนหินทันทีเมื่อมองเห็นหญิงสาว เซี่ยชิงหลีถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขาไม่เสียเปรียบให้เด็กอันธพาลในหมู่บ้าน
“ภรรยาดูสิอาเหิงผดุงความยุติธรรม อาเหิงตีพวกเขาเพราะพวกเขาว่าร้ายภรรยา”
หญิงสาวเขย่งเท้าเอื้อมมือลูบหัวชายหนุ่มที่สูงกว่าตน การกระทำของนางราวกับกำลังเอ่ยชมสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ทำความดี หญิงสาวเหลือบมองอันธพาลเหล่านั้นด้วยหางตา จากนั้นจูงมืออาเหิงกลับเรือนโดยไม่แยแสอาการบาดเจ็บของพวกเขา
ภายหลังจากทั้งสองกลับมาที่เรือนได้เพียงไม่นาน สะใภ้บ้านอู่ก็มาโวยวายที่เรือนตระกูลเซี่ยทันที แม้นางจะทำเช่นนั้นประตูใหญ่บ้านเซี่ยก็ยังคงปิดสนิท นางโวยวายด่าทออยู่กว่าหนึ่งชั่วยามเมื่อไม่เห็นคนออกมาสุดท้ายสะใภ้บ้านอู่จึงยอมแพ้กลับไป
วันต่อมา
บ้านรองที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมทำงานอีกแล้ว ทั้งหมดได้ทำตามที่พูดจริงๆ ไม่มีใครตื่นขึ้นมาทำอาหารในตอนเช้าสักคน สะใภ้ใหญ่แม้จะรู้สึกโมโหจนตัวสั่น ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่เซี่ยชิงหลีกระทำเมื่อวานก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวนบ้านรองอีก ต้องรอให้แม่เฒ่าหวังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ จากนั้นค่อยหาทางเล่นงานพวกเขาอีกครั้ง
เซี่ยชิงหลีตื่นขึ้นในช่วงสายของวันใหม่ นางไม่เคยรู้สึกว่าได้นอนหลับอย่างเต็มตาเช่นนี้นานแล้ว ชีวิตในสงครามที่มีแต่การฆ่าฟันทำให้นางไม่สามารถนอนหลับสนิทได้ ทุกวันต้องคอยหวาดระแวงว่าเมื่อใดจะเกิดการต่อสู้ขึ้น
หลังผ่านเหตุการณ์มากมายนางก็ยินดียอมรับชะตากรรมที่ผ่านเข้ามา จากนี้ครอบครัวใหม่ของนางจะต้องใช้ชีวิตให้ดี แต่ก่อนหน้านั้นต้องอิ่มท้องเสียก่อน
เมื่อหญิงสาวลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา พบว่าแม่พี่ชายและน้องสาวออกไปข้างนอกหมดแล้ว ตอนนี้ในเรือนเหลือเพียงนางและอาเหิงที่นั่งรออยู่นอกกระท่อมให้นางตื่นอย่างซื่อสัตย์
“ภรรยาตื่นแล้ว”
ชายหนุ่มวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหานาง หากตาไม่ฝาดเซี่ยชิงหลีราวกับมองเห็นหางน้อยๆ ที่ติดอยู่ด้านหลังของเขากำลังกระดิกไปมา ร่างบางยกยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเอ็นดู ในใจคิดว่าหากเขาหายดีกลับมาเป็นปกติจะมีนิสัยเช่นไรกันนะ นางนึกไม่ออกจริงๆ
“อื้ม...ข้าตื่นแล้ว อาเหิงหิวหรือไม่ วันนี้เราขึ้นเขาหาไก่ป่ากันดีไหม”
“ดี! อาเหิงเชื่อภรรยา กินไก่ป่าย่างหอมฉุย”
แม้จะมีท่าทางเหมือนเด็ก ทว่านางกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นช่างบริสุทธิ์ประดุจน้ำใส ไม่อยากให้มีสิ่งใดมาทำให้แปดเปื้อน แม้แต่ตนเองก็ตามที
คนทั้งสองเดินออกจากเรือนตระกูลเซี่ยพร้อมกัน เซี่ยจิ่งเฉิงที่พึ่งทะเลาะกับมารดาเดินกระทืบเท้าออกมานอกเรือนทันได้เห็นด้านหลังของสองคนที่กำลังเดินขึ้นเขา
“เหอะ! ไอ้พวกสวะ”
ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ วันนี้เป็นวันที่เขาต้องกลับไปยังสำนักศึกษา ทว่าเมื่อขอเงินจากมารดาห้าตำลึงนางกลับมีให้เพียงสองตำลึงเท่านั้น แล้วอย่างนี้เขาที่นัดเหล่าสหาย ให้มารวมตัวกันที่หอกุ้ยเซียงจะไม่เสียหน้าแย่หรือ
“เฉิงเอ๋อ! ฟังแม่พูดก่อน! ถึงแม้แม่จะไม่มีเงินห้าตำลึงให้ลูกแต่ท่านย่ามีไม่ใช่หรือ ลูกไปพูดหวานๆ กับนางสักสองสามคำมีหรือสามตำลึงนั้นนางจะงัดออกมาไม่ได้”
จางซุนโหรวเมื่อเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตนแสดงท่าทางไม่พอใจ นางจึงรีบวิ่งตามมา
“แต่ตอนนี้ท่านย่ากำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะบ้านอารอง ท่านแม่คิดจะให้ข้าไปรองรับโทสะจากนางหรือ”
ชายหนุ่มสะบัดแขนเสื้อแสดงท่าทางโมโหกว่าเดิม
“ได้!ได้! เช่นนั้นลูกก็ไปอ่านกลอนให้ท่านปู่ฟังสักสองสามบท ลูกก็รู้ท่านปู่ของลูกชมชอบคนมีความรู้ขนาดไหน เรื่องเงินสามตำลึงก็ฝากให้ท่านเป็นคนจัดการ เช่นนี้เป็นอย่างไร”
เมื่อได้รับคำแนะนำจากมารดา เซี่ยจิ่งเฉิงราวกับพบเส้นทางแห่งแสงสว่าง เงินห้าตำลึงนี้เขาจะต้องเอามาให้ได้ ในเมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องใช้กลวิธีที่จะได้มา
“เป็นท่านแม่ที่ฉลาดจริงๆ”
สองแม่ลูกพูดคุยด้วยสีหน้าเบิกบาน จากนั้นเซี่ยจิ่งเฉิงก็ทำตามที่มารดาแนะนำทันที ไม่นานเขาก็ได้เงินสามตำลึงจากมือของผู้เฒ่าเซี่ยมาอย่างง่ายดาย