ตอนที่ 1019
บทที่ 1019 คำพูดไม่มีน้ำหนัก
October 28, 2026
บทที่ 1019 คำพูดไม่มีน้ำหนัก
“คุณไปเถอะมาถึงขนาดนี้แล้ว ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย”
*
หยินปู้ฝันเดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานของผู้พิพากษา เขาจัดระเบียบเสื้อสูท และขยับเนคไทค์เล็กน้อย
ไม่ว่ายังไงในศาลก็มีแค่ผู้พิพากษาเท่านั้นที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นการเคารพ และการมีมารยาทจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ หลังจากที่เขาเตรียมตัวเสร็จแล้ว เขาก็หายใจเข้าลึกๆ และยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆสามครั้ง
แล้วก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาจากข้างในอย่างรวดเร็ว “เข้ามา”
ประตูไม่ได้ล็อค เมื่อเขาจับลูกบิดประตูก็สามารถหมุนเข้าไปได้ทันที “แกร้ก” ประตูเปิดออก
เมื่อประตูเปิดออก หยินปู้ฝันก็มองเข้าไปทางด้านขวา ก่อนจะเห็นว่ามีผู้ชายวัยประมาณ 50 ปีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา
เขาสวมเครื่องแบบผู้พิพากษา พร้อมกับสวมแว่นตาขอบเงิน และกำลังอ่านเอกสารในมืออยู่
หยินปู้ฝันไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา เขาเดินเข้าไปเงียบๆ และหันไปปิดประตูเบาๆ จากนั้นเขาก็ยืนอย่างสงบที่โต๊ะของผู้พิพากษา
หลังจากผ่านไป 5 นาที ผู้พิพากษาหลิวก็ปิดเอกสารในมือของเขา และเงยหน้าขึ้นมองชายที่ยืนรอเขามาสักพักแล้ว
เขายกมือขยับแว่นที่กำลังจะหลุด
“คุณหยินปู้ฝัน ทนายความของจำเลยในคดีนี้ใช่หรือไม่”
“ใช่ผมหยินปู้ฝัน ไม่ทราบว่าผู้พิพากษาหลิวให้ผมมาหาในตอนนี้มีคำแนะนำอะไรหรือไม่”
“ผมเคยได้ยินชื่อของคุณมานาน และรู้ว่าคุณเก่งที่สุดในบรรดาทนายความรุ่นใหม่ เมื่อผมได้รับคดีนี้ผมจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับทนายความของจำเลย แต่เมื่อผมเห็นว่าเป็นคุณผมก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลย”
หยินปู้ฝันยิ้มเบาๆ “ผมถือว่านี่เป็นคำชมได้ไหมครับ”
***
ผู้พิพากษาหลิวก็ยิ้มอ่อนๆกลับมาเช่นกัน “ได้อยู่แล้ว หลังจากผมได้อ่านเนื้อหาในคดีนี้แล้วผมก็พอจะเข้าใจข้อมูลมา บ้างฝั่งนึงก็เป็นคนของหน่วยงานรัฐ ส่วนอีกคนก็เป็นมหาเศรษฐีไม่ว่าผมจะพิพากษาไปฝั่งไหนก็ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆทั้งนั้น”
“ผู้พิพากษาหลิว ผมก็ได้ยินมาว่าคุณเป็นผู้พิพากษาที่มีชื่อเสียงในวงการนี้เช่นกัน เมื่อคุณได้รับคดีนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด” หยินปู้ฝันแสดงท่าทีผ่อนคลายลง และชมเขากลับไปเช่นกัน
“ทนายหยินเมื่อกี๊ผมจะถือว่าคุณยกย่องผมได้ไหม”
“ชมซึ่งกันและกันนะครับ”
ผู้พิพากษาหลิวผายมือเชิญให้เขานั่งลง “ทนายหยินเชิญนั่ง”
หยินปู้ฝันยืนอยู่สักพักแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกเหนื่อย แต่ว่าไหนๆก็ได้รับคำเชิญแล้วจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป ไม่งั้นก็จะถือว่าเขาดูปลอมจนเกินไป เขานั่งลงบนโซฟาสีดำข้างๆเขา “ผู้พิพากษาหลิว ที่คุณเชิญผมมาวันนี้คงไม่ใช่เพื่อเรียกผมมาชมใช่หรือไม่”
“หึๆๆๆๆ แน่นอนว่าไม่ใช่ ผมแค่ไม่เข้าใจนิดหน่อยเท่านั้น เห็นๆกันอยู่ว่าจำเลยเป็นคนผิดแล้วทำไมคุณถึงยังพร้อมจะสู้คดีเพื่อเขา หรือว่าเป็นเพราะว่าเขาเป็นเป่หมิงโม่ หรือว่าเพราะว่าคุณขาดเงินกัน”
ผู้พิพากษาหลิวถามอย่างตรงไปตรงมา
หยินปู้ฝันส่ายหัว “ผู้พิพากษาหลิวสำหรับเรื่องนี้ผมไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดได้ แต่ผมสามารถยืนยันกับคุณอย่างนึงว่ามันเป็นเพราะเป่หมิงโม่จริงๆ”
“คุณไม่กลัวฝั่งรัฐบาลหรอ จากที่ผมรู้มา ในคดีนี้ไม่มีใครสามารถปกป้องเขาได้ คุณเป็นคนฉลาด การยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลไม่ใช่สิ่งที่เป็นผลดี แถมในคดีนี้ก็แทบจะเดาเหตุการณ์ออกอยู่แล้ว ทำไมคุณถึงยังสวนกระแส ผมในฐานะผู้อาวุโสในวิชาชีพทางกฎหมาย ผมไม่อยากให้ทนายที่มีอนาคตก้าวไกลอย่างคุณ ต้องดับลงเพราะคดีนี้” คำพูดของผู้พิพากษาหลิวพูดออกมาด้วยความจริงใจ
แต่หลังจากที่หยินปู้ฝันฟังจบแล้ว เขากลับไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจกับมัน “ผู้พิพากษาหลิวหลังจากที่ผมได้ฟังคุณพูดจบแล้ว ผมก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ผมรู้สึกว่าคุณได้ไปยืนอยู่อีกฝั่งนึงแล้ว หรือไม่คุณอาจจะเป็นคนของรัฐบาลไปแล้วก็ได้ ผมขอโทษจริงๆที่ผมมีความคิดอย่างนี้ ตอนที่ผมเรียนกฎหมาย ผมมีประโยคหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเสมอนั่นก็คือ เมื่อความจริงทุกอย่างยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาทุกคนก็มีสิทธิ์เป็นได้ทั้งคนผิด และเป็นได้ทั้งผู้บริสุทธิ์ และผมก็เลือกที่จะเป็นอย่างหลัง”
หยินปู้ฝันแสดงถึงจุดยืนของตัวเองอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้ผู้พิพากษารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “คิดไม่ถึงจริงๆว่าคุณจะแสดงจุดยืนได้มั่นคงขนาดนี้ งั้นผมก็หวังว่าสิ่งที่คุณยืนยันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”
เขาพูดแล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง “นี่ก็สายมากแล้ว คุณกลับไปเตรียมตัวเถอะอีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มพิพากษาแล้ว”
คำพูดที่ไม่ตรงกัน ทำให้ผู้พิพากษา และทนายความยืนกันคนละฝั่ง
เมื่อกลับมาถึงห้องรับรอง กู้ฮอนก็มองไปที่หยินปู้ฝันอย่างใส่ใจ “ผู้พิพากษาเรียกคุณไปทำไม เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีไหม”
หยินปู้ฝันลากเก้าอี้มานั่งข้างๆกู้ฮอนแล้วเปิดปากพูด “ดูเหมือนว่าคดีนี้จะต้องวุ่นวายมากหลังจากเข้าไปในห้องพิพากษา”
***
กู้ฮอนได้ยินแล้วจิตใจของเธอก็ดิ่งลงทันที “พูดอย่างนี้ก็หมายความว่าตอนนี้แม้แต่ผู้พิพากษาก็อยู่ฝั่งผู้อำนวยการโกวเหมือนกันงั้นเหรอ”
หยินปู้ฝันขมวดคิ้ว “สำหรับเรื่องนี้ผมก็ไม่สามารถยืนยันทั้งหมดได้ แต่เขาเตือนผมว่า คดีนี้มันยากสำหรับพวกเรามากแค่ไหน”
“อ๋อ ถ้าเป็นเช่นนี้ฉันก็ยังพอรับได้บ้าง” กู้ฮอนถอนหายใจออกมายาวๆ ดูเหมือนว่าคดีนี้จะไม่ได้แย่สำหรับพวกเธอเท่าไหร่
หยินปู้ฝันมองเธอและคิดอยู่ในใจ เขาหวังว่าเขาจะสามารถฉีดวัคซีนให้ตัวเองได้อีกครั้ง และไม่มีอะไรอย่างอื่นเกิดขึ้น