ตอนที่ 1034
บทที่ 1034 การแสดงเลียนแบบท่าทางของคุณพ่อ
October 28, 2026
บทที่ 1034 การแสดงเลียนแบบท่าทางของคุณพ่อ
“นายก็อยู่ที่นี่ด้วย อย่างไร สำนักงานทนายความของนายตอนนี้ว่างมากหรือ ต้องการให้ฉันเพิ่มเงินลงทุนลงไปอีกหน่อยไหม” เขาพูดแล้วลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งอยู่ข้างกายกู้ฮอน
หยินปู้ฝันมองเขายิ้มๆ “นายยุ่งทั้งวัน จึงไม่อาจทนเห็นฉันว่างทั้งวันได้ใช่หรือไม่ งานพวกนั้นที่นายให้ฉันมาในคราวที่แล้วก็ทำให้สำนักงานของฉันยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้แล้ว วันนี้ฉันก็แค่แอบอู้ระหว่างที่จะไปทำงาน แวะมาเยี่ยมพวกเขาสักหน่อย ฉันกับลูกชายบุญธรรม ลูกสาวบุญธรรมของฉันก็ไม่ได้พบหน้ากันนานมากแล้วนะ นายที่เป็นคุณพ่อแท้ๆทั้งวันนั้นสามารถพบหน้ากันได้ ก็ต้องคิดถึงฉันที่เป็นพ่อบุญธรรมบ้างสิ”
“พ่อบุญธรรมหรือ” เป่หมิงโม่ยิ้มเย็นชา “ตอนนี้ทุกหนทุกแห่งล่วนกำลังโจมตี พ่อบุญธรรม นะ ตอนที่นายออกไปข้างนอกก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
“เอ่อ......” หน้าผากของหยินปู้ฝันปรากฏเส้นเอ็นปูดขึ้นมาสองเส้น
ในตอนนี้กู้ฮอนก็มีความสนใจที่จะร่วมวงสนทนาด้วย เธอพูดกับเป่หมิงโม่ว่า “ลั่วเฉียวไม่ผิดที่เรียกคุณแบบนี้นะ แม้ว่าตอนนี้คุณจะไม่ใช่ประธานบริษัทเป่หมิงแล้ว แต่ตอนนี้คุณก็เป็นถึงตัวแทนประธานบริษัทGTนะ”
เป่หมิงโม่ได้ยินแล้วก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้า
กู้ฮอนพูดไม่ผิดเลย ตอนนี้ตัวเองเป็นตัวแทนประธานบริษัทGT แล้ว
ส่วนที่ว่าทำไมถึงได้วิ่งมาที่บริษัทGT ไม่หวนกลับไปที่บริษัทเป่หมิง นั่นก็ต้องเริ่มเล่าหลังจากที่เขาถูกประกาศคำตัดสิน
หลังจากที่เป่หมิงโม่ออกมาจากศาลแล้ว ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่เขาใช้ชีวิตว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ทุกวันนอกจากดูแลบาร์ Zeus.ของป่ายมู่ซีแล้ว เวลาที่เหลือก็ขังตัวเองอยู่ในบ้านพักที่ตั้งอยู่บนปานซาน
เขาก็ทำตามคำสัญญาของตัวเอง มอบลูกๆทั้งสามคนให้กู้ฮอนดูแล
บางครั้ง เขาก็จะลงจากเขามาเยี่ยมเด็กๆทั้งสามคนที่บ้านพัก ขับรถรับส่งพวกเขาไปโรงเรียน ทั้งยังพาพวกเขาเลยไปกินอาหารจานด่วน เครื่องดื่มเย็นๆอะไรพวกนั้นด้วย แน่นอนว่า ตอนกลับมาก็จะนำมาฝากจิ่วจิ่วด้วยชุดหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงของบริษัทเป่หมิง แน่นอนว่า ในฐานะที่บริษัทGT เป็นพันธมิตรก็ได้รับข่าวสารนี้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าหลักๆก็ได้ข่าวมาจากฉิงฮัว
สำหรับโม้จิ่งเฉิงและหวีหรูเจี๋ยแล้ว เรื่องนี้ทำให้รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างจริงๆ เดิมพวกเขาคิดว่าหลังจากเป่หมิงโม่อยู่เงียบๆไประยะหนึ่งก็จะหวนกลับไปที่บริษัทเป่หมิง
ถึงอย่างไรก็สามารถพูดได้ว่า นอกจากเป่หมิงเจิ้งเทียนแล้ว เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เอาใจใส่บริษัทเป่หมิงมากที่สุด
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ประธานบริษัทเป่หมิงจะเปลี่ยนเป็นเป่หมิงยี่เฟิง
แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีอคติใดๆต่อเป่หมิงยี่เฟิง แต่ก็ยังคงเป็นห่วงเป่หมิงโม่อยู่ดี
หลังจากผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบและจริงจังแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าเป่หมิงโม่ไม่สามารถอยู่อย่างเลื่อนลอยแบบนี้ต่อไปได้ เขาจำเป็นต้องมีกิจการสักอย่างหนึ่ง
เพราะพวกเขามองออกว่าเป่หมิงโม่ดูเหมือนกับจะขาดความมุ่งมั่นในการต่อสู้แบบเมื่อก่อนไป
ในที่สุด โม้จิ่งเฉิงกับหวีหรูเจี๋ยก็เรียกเป่หมิงโม่มาที่โรงแรมแมนดารินในวันหนึ่ง หารือกับเขาเป็นเวลานานครั้งหนึ่ง โม้จิ่งเฉิงบอกว่าตัวเองชราภาพแล้ว ดูแลจัดการบริษัทหนึ่งนั้นเหนือบ่ากว่าแรงแล้ว จำเป็นจะต้องมีคนมาช่วยเหลือเขาสักคนหนึ่ง
จากนั้นก็เชิญเป่หมิงโม่มาเป็นตัวแทนประธานในการดูแลควบคุมสภาพการณ์โดยรวมของบริษัทGTอย่างมีเหตุมีผล
พูดความจริง เดิมเป่หมิงโม่ไม่คิดจะรับปาก แต่ว่าทนไม่ไหวต่อการที่คุณแม่ของตัวเองและโม้จิ่งเฉิงเรียกตัวเองมาหารือครั้งแล้วครั้งเล่า
ในที่สุดเขาก็ฝืนรับปากไป
***
นับตั้งแต่เป่หมิงโม่ขึ้นเป็นตัวแทนประธานบริษัทGT การใช้ชีวิตของเขาก็กลับไปสู่สภาพเดิมก่อนหน้านี้อีกครั้ง
มีคนประเภทหนึ่งที่เป็นแบบนี้ ถ้าหากว่าตอนที่เขาว่างขึ้นมา ก็จะกลายเป็นคนลอยไปลอยมาไม่มีอะไรทำทั้งวัน แต่เมื่อมอบหมายเรื่องสักเรื่องให้เขาทำ เขาก็จะทุ่มเทกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้กับเรื่องนี้
ถ้าหากว่าคนคนหนึ่งที่เข้าใจทุกอย่างมาเห็นเขา ก็จะไม่ใช่คำว่า คนว่างงาน ลอยไปลอยมาไม่มีอะไรทำ มาจำกัดความให้กับเขา
เป่หมิงโม่ก็เป็นคนแบบนี้คนหนึ่ง
การออกจากบ้านแต่เช้า และกลับมาในตอนดึกดื่น นั้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาอีกครั้งหนึ่ง
กู้ฮอนและลูกๆนั้นพบเจอเงาร่างของเขาได้น้อยมาก แม้ว่าตอนนี้เขามักจะอาศัยอยู่ที่บ้านพักบนปานซานหลังนั้น สถานที่ที่เธอและลูกๆเพียงแค่เงยหน้าก็สามารถมองเห็นแห่งนั้น
กระทั่งกู้ฮอนและแอนนิที่มักจะไปปรากฏตัวอยู่ที่ร้านอาหารใต้อาคารของเขา ก็ไม่เคยได้พบหน้าเขาเลย
การที่เป่หมิงโม่เป็นฝ่ายมาที่บ้านด้วยตัวเองอย่างกะทันหันในวันนี้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเรื่องหนึ่ง
ไม่ต้องเอ่ยถามเขา สรุปได้ว่าเขามีเหตุผลของเขาที่มา
โชคดีที่แอนนิคุ้นชินกับการทำอาหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สาเหตุหลักๆก็เพราะว่าตอนนี้ลั่วเฉียวยังคงอยู่ที่บ้าน หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ของเธอมาเยี่ยมแล้วก็เลี่ยงไม่ได้ที่จำเป็นต้องมีอาหารเล็กน้อยไว้ทานแก้หิว
ดังนั้นตอนนี้หลังจากที่มีผู้ชายตัวโตเพิ่มขึ้นมาสองคน ก็ยังพอกินอยู่ดี
*
เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้ว กู้ฮอนก็พูดว่า “ลูกรัก พวกลูกเตรียมของพร้อมแล้วหรือยัง”
“เตรียมเรียบร้อยแล้วครับ......”
จิ่วจิ่วก็เอ่ยตอบด้วยเช่นกัน “เตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“อืม อย่างนั้นพวกเราก็จะออกเดินทางแล้วนะ......” กู้ฮอนพูดพลางเรียกเด็กๆให้ขึ้นรถ
ในภาคการศึกษานี้ โรงเรียนของเฉิงเฉิงและหยางหยางได้ดำเนินการขยายตึกส่วนหนึ่ง ที่จริงแล้วนี่ก็เป็นเรื่องที่เริ่มตั้งแต่ครึ่งปีแรกแล้ว
เป้าหมายก็คือหลังจากขยายการเรียนการสอนชั้นเรียนประถม มัธยมต้น มัธยมปลายแล้ว ก็จะรวบรวมการเรียนการสอนก่อนหน้านี้ทั้งหมดเอาไว้ในนี้อีกครั้งหนึ่ง
กลายเป็นโครงสร้างการเรียนการสอนที่ครบวงจร ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
ส่วนจิ่วจิ่วนั้นก็กลายเป็นเหล่านักเรียนที่อยู่ในระบบการเรียนการสอนที่ครบวงจรนี้เป็นรุ่นแรก
แอนนิก็เก็บของของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เตรียมจะพาเด็กๆเดินออกประตูไปด้วยกัน
“รอก่อน......” ในตอนนี้เองที่เป่หมิงโม่เปิดปากพูด