ตอนที่ 1049
บทที่ 1049 เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืน
October 28, 2026
บทที่ 1049 เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืน
“พี่ใหญ่ พี่รอง พวกเขา…” สิ่งนี้ทำให้เป่หมิงยันรู้สึกประหลาดใจ
ในความทรงจำของเขา พวกเขาต่างเหมือนน้ำกับไฟไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ทำไมวันนี้พวกเขาถึงกลับไปที่บ้านหลังเก่า หรือว่าระหว่างพวกเขาเกิดเรื่องอะไรอีกแล้ว?
หรือว่าตะกูลเป่หมิงจะเกิดปัญหาจนต้องแตกแยกกันจริงๆ?
เขาคิดจนเหม่อลอย มือที่ถือคันเบ็ดได้คลายออก บางทีปลาตัวใหญ่ที่อยู่ใต้ผิวน้ำรู้สึกได้ว่าคนด้านบนคลายมือออกแล้ว มันจึงออกแรงอย่างหนักแล้วพุ่งออกไปด้วยความเร็วสุดขีด
คันเบ็ดหลุดออกจากมือของเป่หมิงยันอย่างรวดเร็ว
“ฟึ่บ” ตกไปในทะเลจนเกิดเสียง และในไม่ช้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดีจริงๆ
“ตกลง ฉันจะรีบกลับไป” เป่หมิงยันพูดจบก็วางโทรศัพท์ลง แล้วก้าวขึ้นสะพานไปยังชั้นสองของเรือยอทช์อย่างรวดเร็ว จับหางเสือให้มั่นคง แล้วไปที่แรงม้าระดับสูงสุด
หลังจากนั้นวาดเป็นเส้นโค้งสีขาวบนทะเล ฮ่อตะบึงไปทางชายฝั่ง
***
เป่หมิงเฟยหย่วนเดินกลับไปกลับมาในห้องหนังสือของพ่อด้วยใบหน้าเศร้าหมองไม่มีความสุข
เป่หมิงโม่นั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะอ่านหนังสือ ข้อศอกวางบนโต๊ะ สองมือวางไว้ใต้คาง ใบหน้าของเขานั้นยังดูดีกว่าเป่หมิงเฟยหย่วน
เป่หมิงยี่เฟิงนั่งอยู่กับหลันเนี่ยนผู้เป็นแม่บนโซฟา
ในตอนนี้เองก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องห้องหนังสือเบาๆ
เป่หมิงยี่เฟิงรีบลุกไปเปิดประตู
แล้วมองเห็นคนรับใช้ยืนอยู่ที่ปากประตู : “คุณชายยี่เฟิง เมื่อสักครู่ฉันโทรศัพท์แจ้งให้คุณชายสามกลับมาแล้วนะคะ ตอนนี้เขากำลังรีบกลับมาค่ะ รบกวนรอสักครู่”
เป่หมิงยี่เฟิงพยักหน้า : “อืม เข้าใจแล้ว”
ในตอนที่เขากำลังจะปล่อยให้คนรับใช้ถอยกลับไปนั้น หลันเนี่ยนก็เดินมาถึงปากประตู : “ฉันให้พวกเธอเตรียมอาหารเป็นยังไงบ้าง?”
“รายงานคุณนายไหญ่ค่ะ ในครัวด้านหลังกำลังจัดเตรียมค่ะ คาดว่าอีกสักครู่ก็เสร็จแล้ว ถึงเวลาฉันจะมาแจ้งให้ทุกท่านทราบ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อนค่ะ”
หลันเนี่ยนพยักหน้า : “เธอไปทำงานของเธอเถอะ”
พูดจบเป่หมิงยี่เฟิงก็ปิดประตูห้องหนังสืออีกครั้ง
เมื่อประตูปิดแล้ว คนรับใช้คนนั้นก็ถอนใจยาว เธอใช้มือตบที่หน้าอกของตัวเองเบาๆ
ช่างน่ากลัวจริงๆ ตอนที่ประตูห้องอ่านหนังสือเปิดออกเมื่อกี้นี้ ตนเองมองเห็นอย่างคลุมเครือว่าด้านในมีคุณชายใหญ่เป่หมิงและคุณชายรองเป่หมิงท่าทางแบบนั้นมันช่าง…
ทั้งห้องมีกลิ่นดินปืนกระจายอยู่ทั่ว มีความรู้สึกว่ามันจะระเบิดในอีกไม่กี่นาที
*
หลังจากที่เป่หมิงเฟยหย่วนเดินวนไปมาหลายรอบแล้ว ในที่สุดก็หยุดเดิน เขาวางมือทั้งสองข้างค้ำไว้บนโต๊ะ และพูดกับเป่หมิงโม่ว่า : “น้องรองคิดว่าเรื่องนี้ต้องเรียกน้องสามมางั้นเหรอ? ถึงแม้ว่าเขาจะมา นอกเหนือจากจะมีคนวิตกกังวลเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้วก็คงไม่มีผลอะไรอีก”
เป่หมิงโม่หลับตาคิ้วของเขาไม่เคยเหยียดออกเลย เขาพูดช้าๆว่า : “เรื่องนี้เป็นเรื่องของตระกูลเป่หมิงของพวกเรา ถึงแม้ว่าน้องสามจะช่วยอะไรไม่ได้แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาเป็นสมาชิกของตระกูลเป่หมิง จึงมีสิทธิ์รู้ ในอดีตคุณพ่อและป้าซินปกป้องดูแลเขาเป็นอย่างดีเขาแทบไม่ต้องกังวลเรื่องของตระกูลเป่หมิงเลย แต่ว่าในตอนนี้เขาควรจะกลายเป็นสมาชิกที่แท้จริงของตระกูลเป่หมิงเสียที”
“ในกรณีนี้ ฉันคิดว่าอีกสักครู่น้องสามคงกลับมาแล้วล่ะ วันนี้ที่งานเลี้ยงพวกคุณยังไม่ได้ทานอะไรเลย ทำไมพวกเราไม่ไปทานข้าวกันก่อนล่ะคะ กินไปรอเขาไป”
ในเวลานี้หลันเนี่ยนแสดงความคิดของตนเองออกมา
“เลิกยกเรื่องงานเลี้ยงค็อกเทลมาพูดได้แล้ว พูดอีกคำเดียวผมจะโกรธ” ยังไม่ทันที่เป่หมิงโม่จะพูดอะไร เป่หมิงเฟยหย่วนก็เริ่มโมโหก่อน เขาจ้องมองเป่หมิงยี่เฟิงอย่างเหี้ยมโหด : “สิ่งเหล่านี้คือเรื่องดีๆที่แกทำ ถ้าหากไม่ใช่เพราะแกอยากจะกลับไปที่ตระกูลเป่หมิงอยู่ตลอดเวลา กลัวว่าคงไม่มีสิ่งกระตุ้นให้เกิดเรื่องขึ้น”
เห็นสามีดุลูกชายแล้ว ในฐานะของแม่จะทนมองต่อไปได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป่หมิงยี่เฟิงที่เป็นที่เป็นดั่งเนื้อส่วนหนึ่งของหัวใจ : “คุณด่าลูกชายแล้วได้ประโยชน์งั้นเหรอ เรื่องมันเกิดไปแล้ว หรือว่าจะมีที่ให้เสียใจภายหลังงั้นเหรอ? นอกจากนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลูกจะกลายเป็นแบบนี้ไหมล่ะ ตอนนี้คุณยังโชคดี เกิดเรื่องแล้วก็ปัดไปที่ลูกทั้งหมด มีคนแบบคุณเป็นพ่อด้วยหรอ?”
เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่เป่หมิงยี่เฟิงเห็นแม่เข้าประจันหน้ากับพ่อ ก่อนหน้านี้พวกเขาสองสามีภรรยามีท่าทีเป็นมิตรต่อกัน และเคารพให้เกียรติกันมาโดยตลอด