ตอนที่ 1108
บทที่ 1108 ในที่สุดก็กลับบ้าน
October 28, 2026
บทที่ 1108 ในที่สุดก็กลับบ้าน
เป่หมิงโม่ก็เป็นตัวอย่างแบบนี้อันหนึ่ง สิ่งแวดล้อมรอบตัวในตอนเด็ก มีส่วนที่แน่นอนทำให้ทัศนคติส่วนตัวของเขาโดนกระทบไปในทางที่ไม่ดี
ทางที่ไม่ดีแบบนี้ ได้ติดตามตัวเขามานานหลายปี
หรือกระทั่งถ้าไม่มีการปรากฏตัวของกู้ฮอนเกิดขึ้น ร้อยละแปดสิบเขาก็จะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกตลอด
คนที่อยู่รอบข้าง ก็คงจะไม่มีใครไม่โดนผลกระทบจากเขา
ตีคนหนึ่งพัน แต่ตัวเองต้องเสียหายแปดร้อย
ในขณะเดียวกันเขาก็คงจะไม่ได้สบายนัก ถือเป็นการทรมานอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน
แต่ว่า เหมือนว่าสวรรค์จะไม่ได้ใจร้ายกับเขามากเกินไป ยังให้โอกาสเขาได้กลับหลังอีกครั้ง
เพียงแต่ว่าเขาเหมือนจะคุ้นชินกับวิธีการดำเนินชีวิตแบบเมื่อก่อนไปแล้ว ก็เลยไม่ได้สนใจต่อ‘โชคที่สวรรค์ประทาน’นี้
จนกระทั่งต่อมา……
*
ลมหายใจของกู้ฮอนยังคงเร็วแรงอยู่ เธอมองผู้ชายตรงหน้านี้อย่างระแวดระวัง
ผู้ชายคนนี้เหมือนกับจะแข็งตัวไปแล้วยังไงอย่างงั้น
“กริ๊ง…..”
อยู่ ๆ โทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะเครื่องแป้งก็ดังขึ้นมา แล้วก็ยังสั่นอย่างเป็นจังหวะขึ้นอีกด้วย
จนถึงเวลานี้ ถึงได้ทำลายความสงบเงียบนี้ลงไปได้
เขาถอยหลังไปสองก้าว และกู้ฮอนก็รีบหมุนตัวไปคว้าโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
พอเห็นเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาแสดงอยู่บนหน้าจอนั้น มันเป็นเบอร์แปลกหน้า
แต่ว่าเป็นเบอร์ที่โทรมาจากในประเทศ
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าหาใครคะ?” เธอรับโทรศัพท์ขึ้นอย่างมีมารยาท
ที่ปลายสายอีกฝั่งเป็นเสียงของผู้ชายดังมา “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณกู้ฮอนใช่ไหมครับ?”
เสียงฟังดูแหบแห้งเล็กน้อย เหมือนกับว่าเป็นคนพอมีอายุแล้ว
สามารถพูดชื่อตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดูท่าแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ต้องมาหาตัวเอง ถ้าอย่างงั้นจะเป็นเรื่องอะไรนะ?
ในสมองของเธอเกิดการคาดเดาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ว่าก็ตอบกลับตามกลับไปอยู่ดี “ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณหาฉันมีเรื่องอะไรเหรอคะ?”
เป่หมิงโม่ยืนอยู่ห่างจากเธอไม่มาก และเสียงลำโพงของโทรศัพท์ก็ดังมาก และบวกกับภายในห้องนอนนั้นสงบเงียบมาก เขาจึงได้ยินอย่างชัดเจนดีทุกอย่าง
เป็นผู้ชายคนหนึ่ง นี่ทำให้เขาขมวดคิ้วขึ้นมาน้อย ๆ
เขานั้นไม่ได้เป็นคนที่ขี้เหนียวแต่อย่างใด แต่ว่าถ้าเกี่ยวข้องกับตัวกู้ฮอนแล้ว เขาก็จะเก็บเอามาใส่ใจ
สายตาจดจ้องอยู่ที่โทรศัพท์
กู้ฮอนมองกระจกทีหนึ่ง มันสะท้อนภาพของผู้ชายที่อยู่ข้างหลังกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่พอดี
ผู้ชายที่อีกฝั่งเริ่มพูดต่อไปอีก “ต้องขอโทษด้วยที่โทรศัพท์หาคุณอย่างกะทันหัน ผมเป็นบรรณาธิการผู้รับผิดชอบของสำนักพิมพ์XX เฝิงกั๋วหั้วครับ บทแนะนำหนังสือคร่าว ๆ ของคุณที่ทิ้งไว้ที่เรานี้ ผมได้อ่านแล้วนะครับ และอยากจะคุยปัญหาเรื่องตีพิมพ์กับคุณสักหน่อย ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาว่างเมื่อไหร่เหรอครับ?”
สำนักพิมพ์XX……
กู้ฮอนตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ตัวเองได้ทิ้งบทแนะนำหนังสือใหม่ที่ตัวเองเขียนเอาไว้ที่นั่นฉบับหนึ่งจริง ๆ
แต่ว่าก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาตลอด เธอยังนึกว่าคงจะไม่ถูกตาถูกใจคนเขา
แต่คิดไม่ถึงว่าอยู่ ๆ วันนี้จะได้รับการตอบกลับแล้ว และที่สำคัญยังจะคุยปัญหาเรื่องการตีพิมพ์อีกด้วย
เธออดไม่ได้ที่จะแอบดีใจในใจ แล้วรีบพูดขึ้นว่า “ได้ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ฉันอยู่ประเทศอังกฤษ อย่างเร็วที่สุดก็ต้องอีกสองวันถึงจะกลับไปได้……”
ในน้ำเสียงมีความสั่น ๆ ของความตื่นเต้น
ในตอนที่เธอยังพูดไม่จบเฝิงกั๋วหั้วก็ตอบกลับมาแล้วว่า “ไม่มีปัญหาครับ รออีกสองวันก็ได้ครับ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้คุณอยู่ต่างประเทศ ดูท่าคงจะรบกวนคุณพักผ่อนแล้วมั้งครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณที่ให้ข่าวดีนี้กับฉันนะคะ งั้นอีกสองวันเราค่อยเจอกันนะคะ” กู้ฮอนพูดแล้วก็วางโทรศัพท์ลง เธอดีใจจนอยากจะร้องตะโกนออกมาเลยทีเดียว
หนังสือเล่มใหม่จะได้ตีพิมพ์แล้ว นี่สำหรับกู้ฮอนแล้วถือว่าเป็นข่าวคราวที่ไม่เลวเลย
ความดีใจนั้นไม่ได้น้อยกว่าตอนที่หนังสือเล่มแรกถูกตีพิมพ์เลย
เป่หมิงโม่ที่อยู่ห่างจากเธอไม่มากนักก็ได้ยินชัดเจนดี หัวคิ้วของเขาขมวดกันเป็นปม
แล้วก็เหมือนกับว่าเขาจะนึกถึงหนังสือเล่มที่เธอเคยเขียน กับช่วงเวลา‘มืดมน’ที่เรื่อง‘งานเปิดตัวครั้งแรก’ได้นำพามาให้กับตัวเอง
สำหรับเรื่องหนังสือเล่มที่สองนี้ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังเป็นผู้ช่วยอยู่นั้น เขาก็รู้เรื่องแล้ว
เพียงแต่ว่าสำหรับเนื้อหานั้น รวมทั้งพวกชื่อหนังสือและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น เขาไม่รู้อะไรเลย
ดูออกได้ว่าความใส่ใจต่อหนังสือเล่มนี้ของเธอจะเยอะยิ่งกว่าเก่าอีก และในเวลาเดียวกันระบบรักษาความปลอดภัยก็ยิ่งทำได้ครบถ้วนมากขึ้น
และก็เป็นอีกครั้งที่ถือโอกาสตอนเธอไม่อยู่ แล้วเกิดความอยากจะรู้จึงอยากจะดูสักหน่อย
แต่ว่าสิ่งที่ต้อนรับตัวเองเป็นอย่างแรกเลยก็คือ รหัสล็อกคอมพิวเตอร์สองชั้น
ข้ามรหัสผ่านระบบยังพอว่า ถือว่าง่ายดายมาก และที่สำคัญเธอจะไม่มีทางจับได้ด้วย
แต่ว่ารหัสผ่านเปิดเครื่องนี่ซิที่ยาก วิธีลบรหัสผ่านสามารถรีเซตได้อย่างง่าย ๆ แต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้พอลบรหัสผ่านเก่าออก ก็โดนเธอจับได้นะซิ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโปงตัวเองเลย
‘พฤติกรรมที่แอบซ่อน’แบบนี้ มันช่างทำลายภาพลักษณ์ของตัวเองจริง ๆ
ยังจะโดนเธอจับจุดอ่อนได้อีก แบบนี้ชีวิตต่อไปก็คงจะไม่ได้อยู่เป็นสุขแล้ว
เพราะฉะนั้น ปริศนานี้จึงได้แต่คอยเก็บซ่อนเอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจตลอดมา
เวลาผ่านมานานขนาดนี้ และในช่วงเวลาที่เกือบจะลืมเรื่องเรื่องนี้ไปซะแล้ว แต่เจ้าสายโทรศัพท์ที่อยากตายนี้ก็มาทำให้เป่หมิงโม่เริ่มอยู่ไม่สุขอีกแล้ว
“เธอกะว่าจะทำหนังสือเหรอ? หรือว่าตอนนี้เธอขาดเงินมากนักเหรอ?” เขาถามขึ้นอย่างเรียบ ๆ เคียง ๆ
กว่ากู้ฮอนกว่าจะสะกดกั้นความดีอกดีใจลงได้อย่างยากลำบาก “ก็แน่นอนอยู่แล้ว จะต้องเลี้ยงลูกตั้งสามคนมันง่ายขนาดนั้นซะที่ไหนละ ฉันไม่ได้เป็นเหมือนคุณนี่ ที่มีธุรกิจตั้งเยอะตั้งแยะ และถึงแม้จะเสียบริษัทเป่หมิงไป ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายเหมือนเก่า”
“พวกเขาสามคนก็เป็นของฉันด้วยเหมือนกัน คุณคงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก”