ตอนที่ 1114
บทที่ 1114 เซอร์ไพรส์
October 28, 2026
บทที่ 1114 เซอร์ไพรส์
‘เซอร์ไพรส์’ ที่ตามมาติดๆ ทำให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวรับมือไม่ทันจริงๆ
“ปู้ฝัน พวกเรากำลังจะไปไหนเหรอ” แอนนิเรียกได้ว่ารู้สึกเซอร์ไพรส์และคาดไม่ถึงที่สุด เริ่มจากขบวนรถ จนถึงชายหาด............
แน่นอนว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เหมือนกับนามสกุลของเขา อยู่ในเมฆและหมอก
มือข้างหนึ่งของเขากุมมือเจ้าสาวที่สั่นไว้แน่น “Surprise”
แน่นอน นี่เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับทั้งคู่
“คุณแม่ คุณเห็นชายหาดแล้ว” หยางหยางเคาะกระจกรถอย่างตื่นเต้น
“หม่ามี๊ เราสร้างปราสาทที่นี่ได้ไหม แต่ฉันไม่ได้นำถังและพลั่วมาด้วย.....” จิ่วจิ่วดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย
กู้ฮอนหันไปมองลูกสาว “ลูกรัก รองานแต่งงานจบลง พวกเรามาสร้างปราสาทที่นี่กัน ไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่เป็นไร”
วิธีนี้ได้ผลดี ใบหน้าจิ่วจิ่วมีความสุขขึ้นอีกครั้ง
ช่างเป็นวันมงคลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ จะทำให้เด็กๆไม่มีความสุขได้อย่างไร พวกเขาต่างหากที่เป็นความสุขของผู้ใหญ่เรา
ปลอบใจลูกๆเสร็จแล้ว กู้ฮอนจู่ๆก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมา เธอมองเป่หมิงโม่ที่กำลังขับรถอยู่ “เมื่อครู่คุณกับปู้ฝันคุยอะไรกัน ทำไมเขาดูแปลกๆไป”
ในที่สุด เธอก็อดไม่ได้ที่จะถาม
เป่หมิงโม่มือซ้ายวางบนหน้าต่างรถ อีกมือควบคุมพวงมาลัยอย่างสบายๆ
เขาใส่แว่นที่บังแดดได้ แว่นอันใหญ่บดบังใบหน้าของเขาไปเกือบครึ่ง
ที่จริงก็ไม่ใช่แค่หยินปู้ฝัน เขาก็ดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่เช่นกัน
คนที่ปกติไม่สวมแว่นกันแดดที่ใหญ่ขนาดนี้ วันนี้กลับสวมแว่นนี้ออกมา
ไม่เพียงเท่านี้ เขาชอบคิดว่า ‘ตัวเองเป็นผู้ประเสริฐที่สุด’ แต่กลับจัดวางรถของตัวเองไว้กลางขบวน แต่ไม่ได้อยู่ด้านหน้าสุด หรือลำดับที่สองและสาม
มันเหมือนกับหนูวิ่งหนีอย่างเร่งรีบก่อนเกิดแผ่นดินไหว ไม่ปกติเหมือนก่อนที่ฝนจะตกหนัก มดย้ายบ้าน
“ฉันไม่เคยเป็นเจ้าบ่าว ฉันก็เลยไม่รู้ บางทีผู้ชายทุกคนอาจจะทำเช่นนี้เมื่อเขาเป็นเจ้าบ่าวมั่ง”
ช่างเป็นคำตอบที่ขายผ้าเอาหน้ารอด
กู้ฮอนมองเขาอย่างไร้ยางอาย “คุณยังไม่เคยเป็นเจ้าบ่าว ฉันว่าคุณทำมาไม่น้อยมากกว่า”
ประโยคนี้เหมือนเข็มทิ่มแทงเข้าไปในใจของเป่หมิงโม่
เส้นประสาทกระชับโดยไม่รู้ตัว
ในบางครั้ง แม้แต่คนที่ใจเย็นที่สุด เมื่อถูกกระทบเส้นประสาทที่บอบบางนั้น ก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบ
ก็เหมือนเป่หมิงโม่ เขาเป็นคนที่มีทักษะการขับรถที่ดี สามารถเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่รถยนต์เช่น‘คาธเบวร์’ได้ หรือในการแข่งขันรถที่มีเนื้อหาทางเทคนิคเช่น ‘มีล่า’
แต่ในขณะนี้มีความผันผวนเล็กน้อย
มือขวาที่ควบคุมพวงมาลัยสั่นเล็กน้อย
ความเร็วของขบวนรถแล่นไปตามถนนเลียบชายฝั่งก็ไม่ถือว่าช้า
รถของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน ซึ่งมีความเร็วมากกว่าเก้าสิบต่อชั่วโมง
ความผันผวนเล็กน้อย ทำให้รถเบี่ยงเบนไปจากวิถีเดิม
“อะไร....”
กู้ฮอนนั่งข้างคนขับ รู้สึกว่าน่าจะชัดเจนที่สุด เพราะเธอสามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด
เด็ก ๆ นั่งเบาะหลังซนเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไร
“เป่หมิงโม่ คุณเล่นอะไร มือข้างนั้นก็วางไว้บนพวงมาลัยด้วย ทำร้ายฉันไม่เป็นไร แต่ข้างหลังยังมีเด็กอีกสามคนนะ ทำร้ายคนอื่นได้ไม่เป็นไร แต่คุณอย่าทำร้ายลูกๆนะ”
เรื่องทำร้ายลูก เป่หมิงโม่ไม่มีทางทำแน่นอน
แต่คำพูดเมื่อกี้ สะเทือนจิตใจเขาไม่มากก็น้อย
ไม่เคยเป็นเจ้าบ่าว.......
สามารถพูดได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ในชาตินี้จนถึงตอนนี้ เป็นเรื่องที่ไม่อยากเผชิญ
แน่นอน คนอย่างเขา แม้ว่าจะไม่เคยเป็นเจ้าบ่าวก็ตาม แต่เด็กที่มีชีวิตชีวาสามคนนี้ยังคงเรียกเขาว่า‘พ่อ’ และเรียกกู้ฮอนว่า ‘หม่ามี๊’
“นี่ๆ คุณขับรถดีๆหน่อย อย่ามองฉัน มองข้างหน้า ถ้าเกิดอะไรขึ้น แล้วมาร้องไห้ก็คงไม่ทันแล้ว”
กู้ฮอนรู้สึกว่าเมื่อครู่ตัวเองพูดแรงไปหน่อย เห็นแค่เลนส์สีดำของเป่หมิงโม่กำลังจ้องเธออยู่
เธอสามารถสัมผัสถึงความเย็นหลังเลนส์สีดำได้
แน่นอน สิ่งที่ทำให้เธอลุกลี้ลุกลนก็คือ เห็นได้ชัดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มองไปข้างหน้า แต่รถยังคงเคลื่อนตัวไปข้างหน้า
ที่นี่เป็นชายหาด แม้ว่าข้างๆพอที่จะหยุดรถที่มีความเร็วเช่นนี้ได้ แต่ยังสามารถคิดถึงผลลัพธ์ต่อไปได้ บางทีมันอาจจะเพิ่มสีแดงตามถนนในวันมงคลนี้
ในวันมงคลนี้ สีแดงเป็นวิธีการแสดงออกที่ดีที่สุด แต่ทุกคนจะต้องไม่ชอบการแสดงออกเช่นนี้
เธอพยายามยื่นมือที่สั่นออกไปจับพวงมาลัย
อย่างน้อยฉันก็จะได้ช่วยเหลืออะไรได้บ้างเมื่อฉันเห็นอันตราย
เด็กสามคนนั่งอยู่ข้างหลัง เหงื่อตกกับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้
“แม่ ทำไมแม่ไม่รอให้พวกเราลงจากรถก่อนแล้วค่อยพูดคำเหล่านี้ ฉันว่าแม่ก็ไม่ต่างกันเลย......ฮือๆ......”
ยังไม่ทันรอหยางหยางพูดจบ ก็ถูกเฉิงเฉิงใช้มือปิดปากไว้แล้ว
ผู้ชายคนนี้เติมน้ำมันในกองไฟอีกแล้ว
“เป่หมิงโม่.......ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดทำให้คุณขุ่นเคือง ก่อนที่คุณจะแก้แค้น วางเด็กไว้ในที่ปลอดภัยก่อน” ในที่สุดกู้ฮอนก็ยอมแพ้
“คุณยอมรับผิดแล้ว” เป่หมิงโม่ง้างปากเล็กน้อยแล้วพูด
วิธีการที่เธอพูดเมื่อกี้ฟังดูเหมือนจะไม่เลวนะ
เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วจะทำอะไรได้ กู้ฮอนทำได้แค่พยักหน้า ถือว่ายอมรับโดยปริยาย
ในเวลานี้ เป่หมิงโม่จึงได้หันกลับมามองด้านหน้ารถ
และเขาพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้กู้ฮอนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด