ตอนที่ 1119
บทที่ 1119 ควรคิดถึงเรื่องของตัวเองบ้าง
October 28, 2026
บทที่ 1119 ควรคิดถึงเรื่องของตัวเองบ้าง
“ฉันรู้เรื่องของพวกเขาน้อย แล้วคุณรู้เยอะหรือ?” กู้ฮอนยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธ
“ไม่เคยได้ยินว่าคนที่อยู่นอกเกมส์หรือนอกสถานการณ์จะมองได้ทะลุปรุโปร่งหรือ เจ้าลองคิดดูให้ดี พวกเขาสองคนเป็นคนที่ยอมจัดงานแต่งแบบนี้หรือ?”
ประโยคนี้ทำให้กู้ฮอนอดที่จะครุ่นคิดอย่างละเอียดไม่ได้ ถือว่าค่อนข้างน่าแปลกจริง ทั้งสองคนไม่ใช่คนที่ชอบความหรูหราอะไร ทำไมถึงจัดทั้งขบวนรถทั้งเรือสำราญ
เธอคิดถึงตรงนี้แล้ว ในหัวสมองก็พยายามหวนคิดถึงตลอดทั้งงานแต่งงาน โดยเฉพาะช่วงตอนที่หยินปู้ฝันหาเป่หมิงโม่เจอ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยจริงๆ
กู้ฮอนมองดูเป่หมิงโม่ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “อย่าบอกนะว่าเรื่องในวันนี้ เป็นฝีมือของคุณ"
ได้ยินคำนี้แล้ว สีหน้าเป่หมิงโม่ก็ยิ้มขึ้นมา “สามารถเดาได้แสดงว่าคุณก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น”
“คนแซ่เป่หมิง คุณว่าใครโง่ ฉันก็ว่าแหละ หยินปู้ฝันกับแอนนิไม่ใช่คนที่ชอบหรูหราแบบนี้ คุณทำแบบนี้พวกเขายินยอมแล้วหรือ”
กู้ฮอนมองดู งานแต่งนี้ไม่โปร่งใสจริงๆด้วย และเป่หมิงโม่ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เมื่อคิดถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเรือ โดยเฉพาะท่าทีแววตาของหยินปู้ฝันกับแอนนิ....
“พวกเขายินยอมหรือไม่แล้วยังไง หรือว่างานแต่งในวันนี้ไม่สมบูรณ์แบบหรือ คราวนี้หยินปู้ฝันคนนั้นนับว่าสมใจแล้ว ได้ทั้งชื่อเสียงได้ทั้งอำนาจ”
เห็นได้ชัดว่า เป่หมิงโม่พอใจกับ “ผลงาน” ในครั้งนี้ของตัวเองมาก
ที่จริงคนแบบเขา ชอบความรู้สึกที่ได้คลอบงำคนอื่นอยู่ในกำมือตัวเองแบบนั้น เพียงแต่ ใช่ว่าทุกคนจะยอมให้เขาคลอบงำ อย่างเช่นกู้ฮอนตลอดจนลูกๆ
อยู่ในเกมกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้สึกมีความสุขอย่างหนึ่ง
“ได้ทั้งชื่อเสียงได้ทั้งอำนาจ?ใครสนใจสิ่งของพวกนั้น คุณดูถูกพวกเขาไปไหม ใช่ว่าทุกคนจะชอบเหมือนคุณ ใช่ ตลอดทั้งงานแต่งงานที่คุณจัดเตรียมให้พวกเขา ฉันไม่เห็นว่าพวกเขาจะมีความสุขตรงไหน พูดอีกอย่างก็คือ คุณบีบบังคับพวกเขาแต่งงานกัน”
“บีบบังคับ? คุณพ่อบีบบังคับคุณพ่อปู้ฝันหรือ?”
ผู้ใหญ่เถียงกัน สำหรับหยางหยางเป็นเพียงความรู้สึกเหมือนหมอกเมฆเท่านั้น สามารถพูดได้ว่าไม่รู้แม้กระทั่งความหมายของคำพูดพวกนี้ แต่สำหรับสองสามคำที่ได้ยินอาจจะจับคำเข้าใจได้เพียงครึ่งเดียว
หยางหยางเป็นเด็กที่ช่างจดจำของกินไม่จดจำความแค้น หากมีสิ่งของอะไรดึงดูดเขา เขาก็จะลืมความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับ แม้กระทั่งเมื่อไม่นานที่โดนแม่ดึงหูจนแดง
“ผู้ใหญ่คุยกัน เป็นเด็กไม่ควรพูดแทรก” เฉิงเฉิงฟังเข้าใจความหมาย เขามีความคิดเป็นของตัวเอง แต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่าเขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดๆ แต่หยางหยางถามอย่างไร้เดียงสาเขาจึงต้องแสดงท่าทีของตัวเอง
ด้านหนึ่งก็เพื่อตักเตือนไม่ให้เขาพูดแทรกอย่างเสียมารยาท อีกด้านหนึ่งก็เพราะเห็นว่าพ่อทำให้แม่โกรธมากยิ่งกว่าเดิม ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรตามมา หยางหยางพูดแทรกขึ้นมาเช่นนี้จะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์เปล่าๆ
หยางหยางเริ่มพูดก่อน จ้องมองจิ่วจิ่วที่อยู่ด้านนอกหน้าต่าง ด้วยความไม่เข้าใจจึงหันหัวกลับมาในทันใด มองดูเป่หมิงโม่ “พ่อ พ่อจับตัวพ่อปู้ฝันหรือ? พ่อปู้ฝันเป็นคนดี พ่อปล่อยตัวเถอะนะ”
ฮ่าๆ คราวนี้สนุกแล้ว ทั้งคันรถครึกครื้นขึ้นมาทันที แม้ตอบคำถามแล้วก็เหมือนไม่ได้ตอบ เหมือนไก่พูดกับเป็ด
*
“งานแต่งของปู้ฝันถึงแม้จะดูค่อนข้างเอิกเกริก แต่ก็นับว่าจริงใจ”
ตอนกลางคืน โม้จิ่งเฉิงกับหวีหรูเจี๋ยนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา แล้วก็คุยถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันขึ้นมา
แต่เมื่อพูดคำนี้แล้ว กู้ฮอนก็กลอกตามองดูเป่หมิงโม่ แล้วก็พูดอย่างโกรธเคืองว่า “พวกคุณล้วนถูกหลอกแล้ว งานแต่งในวันนี้เป่หมิงโม่เป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ที่จริงหยินปู้ฝันกับแอนนิคนอื่นเขาไม่ได้อยากจัดแบบนี้”
เธอฟ้องเป่หมิงโม่ต่อหน้าทั้งสอง
หวีหรูเจี๋ยขมวดคิ้วมองดูลูกชายของตัวเอง “โม่ ทำไมลูกทำแบบนี้ รู้ว่าลูกหวังดี แต่ยังไงก็เป็นงานแต่งงานของคนอื่น ยังไงก็ต้องบอกพวกเขาด้วย ก็ว่าแหละ วันนี้มีคนมาร่วมงานแต่งงานเยอะขนาดนี้ และก็จัดงานอย่างเอิกเกริกขนาดนี้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าปู้ฝันพวกเขาค่อนข้างเกร็ง ฟังฮอนพูดแบบนี้แล้ว ถึงค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ยังดีที่วันนี้นับว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น แม่จะแก้ตัวยังไงกับแม่ของปู้ฝัน”
เป่หมิงโม่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย เขาหยิบแอปเปิ้ลมาจากบนโต๊ะแล้วกัดทานหนึ่งคำ “แล้วยังไงล่ะ ท่านก็ลองคิดดู อาศัยความสามารถเพียงน้อยนิดของเขา จะสามารถจัดงานแต่งงานได้อย่างเพอร์เฟคขนาดนี้หรือ แบบเขานั้น คงจะจัดในโบสถ์เล็กๆแห่งหนึ่ง ทำพิธีอย่างเรียบๆง่ายๆ แบบนั้นก็เรียกว่างานแต่งงาน ผมก็เห็นแก่หน้าของกู้ฮอนถึงได้ตัดสินใจช่วยเหลือพวกเขา งานแต่งนี้พวกเขาไม่เพียงไม่ต้องเสียงเงินสักบาท ยังได้ผลประโยชน์อย่างเต็มเปี่ยม ดีต่อทั้งสองฝ่าย”
กู้ฮอนกลอกตามองบนใส่เขา “ขอบคุณ ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่หน้าของฉัน ทำอย่างกับพวกเราติดหนี้คุณอย่างนั้นแหละ พวกนี้ล้วนเป็นคุณยินยอมเอง”
“อืม...ฮอนพูดถูก โม่หากลูกมีเวลาเยอะขนาดนั้น ทำไมถึงไม่จัดการเรื่องของตัวเองให้ชัดเจนเสียที มองดูคนรอบๆพวกนี้สิ ทุกคนต่างก็จะได้มีสถานะ...”
“คุณน้าหรูเจี๋ย...”กู้ฮอนยังไม่ทันรอให้เธอได้พูดจบก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน เธอกลัวที่สุดก็คือผู้ใหญ่พูดถึงเรื่องระหว่างตนเองกับเป่หมิงโม่ มีความรู้สึกเหมือนถูกบีบบังคับอะไรอย่างนั้น
“ผมรู้อยู่แล้ว ทำเรื่องนี้จะต้องได้ผลตอบแทนฉันแบบนี้ ทำดีไม่ได้ดี เห็นทีต้องทำตัวเหมือนเมื่อก่อนแบบนั้นไม่ต้องยุ่งกับเรื่องอะไรเลย” เป่หมิงโม่ รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม
ในเรื่องงานแต่งงานของหยินปู้ฝันนี้ เขาสามารถพูดได้ว่าทำด้วยความหวังดี ส่วนปัญหาที่เจอในระหว่างงานแต่งงาน ก็เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง
ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อแสดงท่าทีให้กับผู้ใหญ่ ตลอดกู้ฮอนได้เห็น ว่าตัวเองไม่ใช่คนเย็นชาหรือคนใจแคบไร้ความรู้สึก
แต่เมื่อเห็นผลออกมาเป็นเหมือนดั่งตอนนี้ ก็ทำให้เขาค่อนข้างผิดหวังไม่น้อย ทำเหมือนกับเขาทำเรื่องอะไรผิดอย่างใหญ่หลวง กระทั่งทำให้รู้สึกว่าบางทีการทำเพื่อคนในครอบครัวไม่จำเป็นต้องดีขนาดนั้น เพราะความพยายามแบบนี้เป็นความรู้สึกที่เปล่าประโยชน์