ตอนที่ 1136
บทที่ 1136 แผนการร้ายที่เก็บงำเอาไว้อยู่ในใจ
October 28, 2026
บทที่ 1136 แผนการร้ายที่เก็บงำเอาไว้อยู่ในใจ
หรือว่าตัวเองจะโง่เขลาตั้งแต่เกิดกัน
หรือว่าเป่หมิงเอ้อ เจ้าหมอนี่พูดจาไร้สาระเกินจริงกัน
*
“คุณพ่อคุณแม่ไปจากที่นี่หรือยัง” เฉิงเฉิงเอ่ยถามหยางหยางที่กำลังเหยียบอยู่บนม้านั่ง มือทั้งสองข้างเกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง มองไปทางด้านนอก
ในตอนนี้บานกระจกสีน้ำตาลถูกปกคลุมด้วยหมอกบางๆชั้นหนึ่งจากลมหายใจร้อนของหยางหยางที่รินรดอยู่
เขาใช้แขนเสื้อเช็ดด้านบนส่วนหนึ่ง “อืมๆ พวกเขาไปจากที่นี่แล้ว เดินไปทางด้านหน้าแล้ว”
เขาพูดแล้วก็กระโดดลงมาจากม้านั่ง เดินมาถึงหน้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเอง แล้วเปิดมัน “ฮิฮิ นายว่าถ้าคุณพ่อเห็นพวกเขาสวมชุดนี้แล้วจะโมโหจนเป็นบ้าเลยไหม”
พูดแล้ว เขาก็หยิบเสื้อผ้าสีแดงออกมาชุดหนึ่ง กางออกมาดู ก็เป็นเสื้อคลุมตัวยาวที่สวมในงานแต่งงานของกู้ฮอนและหยินปู้ฝันในปีนั้น
“เฮ้ นายบ้าไปแล้วใช่ไหม คุณพ่อพาพวกเราไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วไม่ใช่หรือ” เฉิงเฉิงเห็นแล้วก็รู้สึกไม่สงบเล็กน้อย เขาไม่อยากจะให้วันนี้ต้องจากกันไปอย่างไม่มีความสุขเหมือนสองครั้งก่อนหน้านั้น “รีบเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่ซื้อให้นายเร็ว ชุดนี้ห้ามหยิบออกมาเด็ดขาด”
“ว้าว เสื้อผ้าชุดนี้สวยมากเลย” แม้ว่าเฉิงเฉิงจะไม่อยากให้หยางหยางเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดนี้ แต่จิ่วจิ่วที่อยู่ด้านข้างนั้นเห็นเสื้อผ้าชุดนี้เป็นครั้งแรก สีที่ฉูดฉาดนั้นดึงดูดสายตาของเธอเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
หยางหยางมีสีหน้าลำพองใจ หยิบเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาโอ้อวดอยู่หน้าน้องสาว “เป็นอย่างไร ชุดนี้ดูดีกว่าชุดสูทที่พ่อซื้อให้สินะ” เขาพูด พลางหยิบอีกชุดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเอง และโยนไปให้เฉิงเฉิง “ฉันก็เอาของนายมาด้วย”
เพียงแต่ว่า ถึงตอนท้าย ก็มองไปทางจิ่วจิ่วด้วยสีหน้าลำบากใจ “น่าเสียดายมาก ที่พี่ไม่มีชุดของเธอ”
หยางหยางเจ้าหมอนี่ ตั้งใจจะทำลายงานแต่งงานที่คุณพ่อวางแผนอย่างรอบคอบมาหลายวันหรือไง
ในตอนนี้เองที่ประตูห้องของพวกเขาถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก “หลานๆ พวกหลานเตรียมตัวกันเสร็จแล้วหรือยัง”
โม้จิ่งเฉิงกับหวีหรูเจี๋ยก็เดินเข้ามาตามเสียงที่ลอยมา
พวกเขาล้วนเปลี่ยนเป็นชุดราตรีที่ใช้ในการเข้าร่วมงานแต่งงานที่เป่หมิงโม่ซื้อให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว
ไม่ต้องพูดเลยว่า ผู้ชราสองท่านนี้สวมแล้วดูเยาว์วัยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่พวกเขาเห็นเป่หมิงโม่พากู้ฮอนจากไปแล้ว ถึงได้มาที่ห้องของเด็กๆทั้งสามคน
เด็กน้อยทั้งสามคนอืดอาดยืดยาดไม่ยอมออกมา ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอีก
“ทำไม พวกหลานยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จหรือ” หวีหรูเจี๋ยมองเด็กทั้งสามคนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นว่ามีกำลังเสริมมาแล้ว เฉิงเฉิงก็เดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโม้จิ่งเฉิงในทันที “คุณปู่โม้ หยางหยางไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้ผมโน้มน้าวเขาไม่ได้”
“ฉันไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ไหนกัน ฉันแค่อยากดูว่าชุดไหนดีกว่า ตอนแรกที่พ่อพาพวกเราไปซื้อนั้น ฉันก็ไม่มีทางเลือก จำต้องเลือกมาชุดหนึ่งเท่านั้นเอง ปู่โม้ดูสิครับ ผมคิดว่าชุดนี้ดีกว่าเล็กน้อย สวมชุดสูทสีดำทะมึน ผมคิดว่าไม่เหมือนกับการไปเข้าร่วมงานแต่งงาน กลับคิดว่าเหมือนกับไปงานศพมากกว่า”
อย่าถือสาอะไรกับคำพูดของเด็ก ที่คิดอะไรก็พูดออกมาโดยไม่หลีกเลี่ยงอะไร
นี่.......
โม้จิ่งเฉิงคิดแล้ว ที่จริงสิ่งที่หยางหยางพูดมาก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลทั้งหมด งานแต่งงานของพวกเราชาวจีน ล้วนมีดอกชบา ชุดคลุมยาวสีแดงมาโดยตลอด
มีเพียงแต่งานแต่งงานของชาวตะวันตก ถึงจะสวมชุดสูทเข้าคู่กับกระโปรงแต่งงานสีขาว
ถึงแม้จะพูดอย่างมีเหตุผล แต่ว่าตอนนี้ไม่มีหนทางในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ เครื่องแต่งกายทั้งหมดล้วนเป็นชุดของชาวตะวันออก
“หยางหยาง หนูมีความคิดของหนู แล้วทำไมตอนแรกที่เลือกเสื้อผ้าถึงไม่เอ่ยออกมา” หวีหรูเจี๋ยอยากฟังความคิดของหลานชายตัวน้อยเป็นอย่างมาก
หยางหยางถอนหายใจเหมือนกับผู้ใหญ่ตัวน้อยคนหนึ่ง “ผมมีความคิดอะไรที่จะสามารถเสนอออกมาได้กันครับ ผู้ใหญ่อย่างพวกคุณจะมาสนใจอะไรกับเด็กตัวเล็กๆอย่างพวกเรา”
หรือว่าไม่ใช่กัน เกือบทั้งหมด ผู้ใหญ่ ผู้ปกครองล้วนยึดถือความคิดของตัวเองเป็นหลัก แม้ว่าเด็กจะเสนอความคิดของตัวเองออกมา นั่นก็จะถูกละเลยไม่นับไปอัตโนมัติ
พวกเขาคิดว่า ความคิดของเด็กๆล้วนบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไม่เหมาะสมกับความเป็นจริง
ไม่เคยถือว่าคนกลุ่มนี้มีความคิดเป็นของตัวเอง แต่กลับมองว่าเป็น อุปกรณ์เสริม อย่างหนึ่งของตัวเองเท่านั้นเอง
‘อุปกรณ์เสริม’ การเปรียบเทียบแบบนี้ดูโหดร้ายไปบ้าง แต่ก็เป็นความจริงอย่างหนึ่ง
*
เป่หมิงโม่และกู้ฮอน ค่อยๆเดินไปตามทางเบื้องหน้าที่ใช้ก้อนกรวดปูเป็นถนนเส้นเล็กๆที่คดเคี้ยวไปมาระหว่างสวนดอกไม้
ดอกไม้ใบหญ้ารอบด้านแผ่กลิ่นหอมเย็นตลบอบอวล เมื่อสูดลมหายใจเข้าไปครั้งหนึ่ง ก็รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกายผ่อนคลายตามไปด้วย
นี่มันสบายมากเกินไปแล้วจริงๆ
เป่หมิงโม่เดินไปพลาง มองดูนาฬิกาไปพลาง
เข็มนาทีและวินาทีเคลื่อนหมุนไปไม่หยุด ในใจของเขาก็คำนวณว่าตอนนี้เด็กๆจะออกมาแล้วหรือไม่
สถานที่จัดงานใจกลางสวนพวกนั้น จัดเรียบร้อยแล้วหรือไม่......
“ทำไม คุณจะรีบไปทำธุระหรือ ถ้าหากว่าคุณมีเรื่องต้องไปทำล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องฝืนอยู่ฉลองงานวันเกิดเป็นเพื่อนฉันหรอก อีกครู่หนึ่งฉันกับพ่อบุญธรรม และคุณป้าหวีหรูเจี๋ยจะพาเด็กๆกลับไปเองก็ได้” ถึงแม้จะพูดแบบนี้ แต่กู้ฮอนก็ไม่ได้อยากจะให้เขาจากไปมากเท่าไร
ขิงก็รา ข่าก็แรง เถียงกันรุนแรงทั้งวัน เมื่อขาดเขาไปก็ยังคงรู้สึกว่าน่าเบื่ออยู่บ้าง
“ผมไม่มีธุระอะไร” เป่หมิงโม่พูด และไม่ดูนาฬิกาต่อไปอีก จะจัดออกมาในสภาพแบบไหนก็ทำได้เพียงแค่อาศัยโชคแล้ว
*
“ก๊อกๆ......” ในตอนนี้เองที่ด้านนอกประตูห้องของเด็กทั้งสามมีเสียงดังขึ้นมา
“ฮิฮิ กำลังเสริมของพวกเรามาแล้ว”
กำลังเสริมหรือ