ตอนที่ 1137
บทที่ 1137 เมืองปริศนา
October 28, 2026
บทที่ 1137 เมืองปริศนา
“คุณเตรียมอาหารกลางวันไว้ที่นี่หรือ ฉันก็ว่าหลายวันมานี้คุณทำตัวลับๆล่อๆ พูดมาเถอะ ยังมีอีกกี่เรื่องที่ปิดบังฉัน” กู้ฮอนในตอนนี้รู้สึกอยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆ
เป่หมิงโม่เห็นเธอมีปฏิกิริยาตอบสนองในทางที่ดี ตัวเองก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย “คุณชื่นชอบที่จะให้ผมพูดแผนการของผมออกมาทีเดียว หรือว่าค่อยๆขุดค้นมันทีละเล็กทีละน้อย ได้พบกับเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่หยุดหย่อนกันล่ะ”
กู้ฮอนเอียงศีรษะขมวดคิ้ว “รู้เรื่องทั้งหมดในครั้งเดียว ฟังดูแล้ว นอกจากจะสามารถสัมผัสกับความรู้สึกถูกเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่แล้ว ที่เหลือก็เรียบๆเฉยๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไม่สู้เซอร์ไพรส์เล็กๆน้อยๆที่มาไม่หยุดหย่อน สายน้ำไหลไปเรื่อยๆอย่างช้าๆจะดีกว่าหน่อย”
“อย่างนี้ก็ง่ายแล้ว วันนี้ผมสามารถเติมเต็มความปรารถนาของคุณได้” เป่หมิงโม่มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก
กู้ฮอนมองเขาอย่างเหยียดหยาม “คุณน่ะหรือ ฉันเห็นว่าปกติคุณเหมือนกับคนที่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา เรื่องเซอร์ไพรส์ที่สร้างออกมาในบางโอกาส สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ตื่นตระหนก สหายเหล่าเป่หมิง การทำเรื่องโรแมนติกนั้น อย่าได้เชื่อมั่นตัวเองขนาดนี้จะได้ไหม คุณไม่ได้อยู่ในช่วงวัยที่จะทำสิ่งที่โรแมนติกแล้ว”
ดูถูก เป็นการดูถูกทั้งแต่ต้นจนจบ
นี่เป็นคำดูถูกที่มีต่อตัวเองของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป่หมิงโม่ได้รับ
เขาได้ยินแล้ว ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กๆในใจ แต่ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือกู้ฮอน ทำให้เขาจนปัญญาที่จะทำอะไรเธอ
แต่ว่า เขาเขยิบเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอประโยคหนึ่ง “คุณบอกว่าผมแก่แล้วหรือ คุณต้องรับผิดชอบประโยคนี้ด้วยตัวเอง”
ประโยคนี้ทำให้กู้ฮอนรู้สึกมีกระแสไฟไหลผ่านใบหูไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ชาไปตลอดทั้งร่างอีกครั้ง
เกือบจะรู้สึกได้ว่าขนทุกเส้นในร่างกายตั้งขึ้นมา
จึงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นระริก
ในใจเธอเข้าใจเป็นอย่างมากว่าที่เป่หมิงโม่ เจ้าหมอนี่พูดนั้นไม่ได้มีความหมายเพียงแค่อย่างเดียว
“ไปให้พ้น อย่าคิดว่าทำอะไรเพื่อฉันแล้ว จะสามารถอาศัยสิ่งนั้นมาขอรางวัลหรือการตอบแทนอะไรได้” พูดแล้ว เธอก็หมุนตัวเดินไปตามทางถนนเส้นเล็กๆนั้นอย่างรวดเร็ว
ทิวทัศน์รอบด้านอันงดงามยังคงทำให้เธอรู้สึกจิตใจปลอดโปร่ง แต่ในเวลานี้เธอไม่อยากจะหยุดเดินเพื่อชื่นชมอีกแล้ว
เหมือนกับว่ามีความตื่นตระหนกเกิดขึ้นในใจเล็กๆ
ที่นี่เงียบสงบเป็นอย่างมาก เงียบเสียจนสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบของตัวเอง
ถ้าหากว่าเจ้าหมอนี่ไม่มีความอดทน ลงมือทำอะไรกับตัวเองที่นี่ล่ะก็ เกรงว่าจะสามารถทำได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องเกรงกลัวใครอย่างแน่นอน
ในขณะที่ยังไม่มีการเตรียมการใดๆ เธอไม่อยากจะเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่อยาก
ตอนนี้ เธอร้อนใจต้องการหาลูกๆให้เจอ หรือไม่ก็คนอื่นๆที่อยู่ที่นี่ก็ได้
มุมปากเป่หมิงโม่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ค่อยๆเดินตามอยู่ด้านหลังเธอ เหมือนกับแมวและหนูที่ถูกจับเอาไว้ในกรงเดียวกัน
แมวไม่รีบร้อนจับหนูเอาไว้ เพราะมันไม่มีทางที่จะให้หนี สุดท้ายแล้วก็ยังคงกลายเป็นอาหารบนจานของตัวเองอยู่ดี
จำเป็นต้องพูดว่า ที่นี่เหมือนกับเขาวงกตเล็กๆแห่งหนึ่ง เส้นทางที่อยู่เบื้องหน้า กลับยาวไกลอย่างเห็นได้ชัด.......
“ถ้าหากว่าไม่มีผมล่ะก็ คุณคงจะทำได้เพียงเดินวนอยู่ที่นี่” เป่หมิงโม่มีท่าทางสบายๆ เป็นตัวของตัวเองและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก
กู้ฮอนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าจะเชื่อคำพูดของเขาได้อย่างไร จึงยังคงก้าวเท้าเดินเร็วต่อไป
จนกระทั่งเธอรู้สึกว่าตัวเองเดินวนไปวนมาแล้วจริงๆ
ถึงได้หันหน้ากลับไป เขาเหมือนกับดวงวิญญาณดวงหนึ่ง ตั้งแต่ต้นจนจบรักษาระยะห่างที่แน่นอนกับตัวเองมาโดยตลอด ไม่รีบร้อนและไม่เชื่องช้า
“คุณทำอะไรที่นี่กันแน่” เธอรู้สึกเหนื่อยหอบเล็กน้อย
“ผมบอกกับคุณไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าทำได้แค่เดินวนอยู่ในนี้เท่านั้น ผมตั้งชื่อให้กับสถานที่แห่งนี้ว่า ‘เมืองปริศนา’ เป็นอย่างไร น่าสนใจสินะ”
กู้ฮอนได้ยินแล้วก็เข้าใจ “คุณคงจะไม่ได้พาฉันมาที่นี่ เพื่อให้พวกเรามาชื่นชม ‘เมืองปริศนา’ ของคุณหรอกนะ เด็กๆอาจจะรู้สึกสนใจ แต่ฉันสามารถบอกกับคุณได้เลยว่า ฉันไม่ชอบมันเลย นี่มันอ่อนหัดเกินไปแล้ว”
สำหรับความคิดเห็นของเธอ เป่หมิงโม่ไม่เห็นด้วย “ผมคิดว่าคุณควรเรียนรู้ที่จะมองสถานที่แห่งนี้อย่างผ่อนคลายสักเล็กน้อย คุณจะค้นพบความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ เอาล่ะ ผมเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว ถึงตอนที่จะเสิร์ฟอาหารแล้ว”
เขาพูด พลางจูงมือกู้ฮอนก้าวเท้ายาวไปข้างหน้า
“เสิร์ฟอาหารคาวหวาน คุณจะพาฉันไปที่ไหน” แม้ว่าในสมองของกู้ฮอนจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ในตอนนี้กลับทำได้เพียงแค่ถูกเขาจูงเดินไป
เป่หมิงโม่ได้ตอบเธอ แต่เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
พูดไปแล้วก็ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย สถานที่ที่พวกเขาเดินผ่านนั้น ตัวเองก็เดินผ่านไปแล้วเหมือนกัน แต่หลังจากที่เลี้ยวไปสองรอบ ความจริงก็กระจ่างแจ้งขึ้นมาในเบื้องหน้า
นี่คือทางออกทางหนึ่งของเมืองปริศนานี้ พวกเขายืนอยู่ที่นี่ ด้านหน้าพวกเขาปรากฏภาพสีขาวขึ้นมา
สะอาดเสียจนเกือบจะบอกได้ว่าไม่มีฝุ่นเลยแม้แต่น้อย
อยู่ที่นี่ก็เหมือนกับอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีความเงียบสงบที่ไม่เข้าพวกกับเมืองที่สับสนพลุกพล่านรอบๆเลย
ไม่ไกลกันนั้นมีบังกะโลกำแพงสีแดง กระเบื้องสีเทาอยู่สามหลัง มองดูแล้วเหมือนกับอาคารก่อสร้างที่มีอายุมานานเล็กน้อย
ด้านหน้าบังกะโล มีต้นไม้ใหญ่ที่ต้องใช้คนสามสี่คนถึงจะสามารถโอบได้รอบต้นหนึ่ง
เรือนยอดของต้นไม้ต้นนี้ใหญ่เกินไปแล้วจริงๆ บังกะโลด้านล่างทั้งหลังถูกเงาของมันปกคลุมไปหมด
กิ่งไม้ที่โน้มลงมาเหมือนกับต้นไม้แห่งชีวิตในหนังเรื่องอวตาร ให้ความรู้สึกโบราณและลึกลับกับผู้คน
เป่หมิงโม่หันหน้า เบนสายตามองไปยังกู้ฮอนที่อยู่ข้างกาย
เธอดูเหมือนกับว่าจะถูกทิวทัศน์เบื้องหน้านี้ทำให้ตกตะลึงไปแล้ว
“ผมชื่นชอบปีนต้นไม้ต้นนั้นตั้งแต่เด็ก ยืนมองเมืองแห่งนี้อยู่ข้างบนนั้น ก็ได้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง” เขาพูด จูงมือเธอเดินไปด้านหน้าอย่างช้าๆ
พวกเขาหยุดลงเมื่อเดินมาถึงข้างต้นไม้ต้นนั้น
เขาเงยหน้ามอง กิ่งไม้และใบไม้ที่หนาแน่นนั้นทำให้สามารถเห็นได้แค่ผืนฟ้านิดๆหน่อยๆที่ปรากฏออกมา
ลมเย็นพัดผ่านระใบหน้า กิ่งไม้และใบไม้ขยับไหวไปมาเล็กน้อย
รู้สึกถึงจิตใจที่เบิกบานผ่อนคลาย
นี่คือเมืองในอุดมคติที่สร้างขึ้นมาในเมืองแห่งนี้
“คุณชอบที่นี่ไหม”
“อะไรหรือ”
กู้ฮอนยังคงทอดถอนใจให้กับสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเหล่านี้ ทั้งยังคาดไม่ถึงว่าเขาหมายความว่าอะไร
เป่หมิงโม่หมุนให้ร่างของเธอหันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง มือข้างนึงของเธอก็ถูกกอบกุมเอาไว้ในมือของตัวเอง
มองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง “คุณชอบที่นี่ไหม”
“ฉัน ฉันไม่รู้” กู้ฮอนคิดไม่ถึงจริงๆว่าเขาจะแสดงสีหน้าท่าทางแบบนี้กับตัวเอง
นี่ทำให้เธอรู้สึกหายใจถี่เร็ว แก้มค่อยๆปรากฏริ้วแดงขึ้นมา เพื่อที่จะไม่ให้เขาเห็นความรู้สึกของตัวเอง จึงก้มหน้าลงเล็กน้อย