ตอนที่ 881
บทที่ 881ความทุกข์ระทมของโต้วเอ๋อ
October 28, 2026
บทที่ 881ความทุกข์ระทมของโต้วเอ๋อ
“พ่อบุญธรรม ความหมายของคุณก็คือคนที่ท่านนายเป่หมิงต้องการจัดการก็คือคุณป้าหวีหรูเจี๋ยหรือ เพราะอะไรคะ” กู้ฮอนตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
“เฮ้อ......เรื่องนี้พูดแล้วก็ยาว สรุปแบบนี้แล้วกัน เจียงฮุ่ยซินเป็นกังวลว่าคุณป้าหวีหรูเจี๋ยของลูกกลับมาในครั้งนี้จะสั่นคลอนต่อสถานะของเธอในบ้านตระกูลเป่หมิง ดังนั้นจึงคิดจะทำร้ายหรูเจี๋ยให้ตาย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดการผิดพลาดจนผู้รับเคราะห์ต้องเป็นคุณแม่ของเธอ”
กู้ฮอนฟังจบแล้วก็ถอนหายใจ “เรื่องเหล่านี้ล้วนเกิดจากชื่อเสียงและผลประโยชน์ทั้งนั้น พ่อบุญธรรม คุณกลับไปแล้วก็ปลอบขวัญคุณป้าหวีหรูเจี๋ยสักหน่อย สำหรับเรื่องนี้ หนูกับคุณแม่ล้วนเป็นผู้เคราะห์ร้าย แต่คนที่เคราะห์ร้ายมากที่สุดคนนั้นก็คือคุณป้าหวีหรูเจี๋ย คนที่เรียกว่าเพื่อนสนิทมาทั้งชีวิตจนถึงตอนท้ายกลับกลายเป็นแบบนี้”
โม้จิ่งเฉิงมองกู้ฮอนพลางพยักหน้า “ฮอน พ่อขอบคุณการให้อภัยของลูกแทนหรูเจี๋ยด้วย”
***
กู้ฮอนและลูกๆยืนมองส่งโม้จิ่งเฉิงและหวีหรูเจี๋ยจากไปอยู่ที่หน้าประตูแล้วก็กำลังจะกลับบ้านพัก
ตอนนี้เองที่เฉิงเฉิงชี้นิ้วไปยังสถานที่ตั้งของปานซาน “คุณแม่ดูสิครับ ที่นั่นมีแสงสว่างจากหลอดไฟด้วย แต่ไม่รู้ว่าใครอยู่ข้างใน”
กู้ฮอนมองตามไป บ้านพักที่ปานซานหลังนั้นแสงไฟสว่างจ้า นี่ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
นับตั้งแต่ที่เธอปฏิเสธรางวัลของเป่หมิงโม่แล้วก็ไม่ได้คิดถึงบ้านหลังนั้นอีก แม้จะอยู่ใกล้กันมากแต่ก็ไม่อยู่ในสายตา
เมื่อลูกชายเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้นก็ปรากฏภาพขึ้นมาในสมองของกู้ฮอน
ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาในทันที หัวใจก็เต้นเร็วกว่าเดิมหลายจังหวะ จึงรีบเบนสายตาออกห่างจากบ้านหลังนั้นอย่างรวดเร็ว
เพียงแต่ว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆของเธอถูกความมืดมิดยามค่ำคืนอำพรางเอาไว้อย่างแนบเนียน ลูกๆจึงไม่ทันได้สังเกตเห็น
“คุณแม่ คุณแม่ว่าในบ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่มานานขนาดนี้ ตอนนี้จู่ๆก็สว่างขึ้นมา จะเป็นใครที่อยู่ในนั้นกันครับ ผมกับเฉิงเฉิงอยากไปดูสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าระยะทางจะไกลเล็กน้อย ไม่อย่างนั้นคุณแม่ขับรถพาพวกเราไปดูหน่อยสิครับ”
“ใช่แล้วค่ะหม่ามี๊ บ้านหลังใหญ่ตรงนั้นดูแล้วสวยมากเลย จิ่วจิ่วก็อยากไปดูที่นั่นด้วย.....” หยางหยางพูดแบบนี้ก็ทำให้จิ่วจิ่วเกิดใจอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
กู้ฮอนมองหยางหยางด้วยใบหน้าตึงในทันที “ดูอะไร มีอะไรน่าดูกัน กลับบ้านกันเลย ดึกขนาดนี้แล้ว พวกลูกก็ไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ”
สำหรับท่าทีที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของคุณแม่นั้น จิ่วจิ่วนั้นไม่เข้าใจสาเหตุ
ยังนึกว่าคุณแม่โมโหเพราะตัวเอง จิ่วจิ่วมองกู้ฮอนอย่างน้อยใจ นัยน์ตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตากระพริบปริบๆ อย่างกับว่าวินาทีถัดไปก็อาจจะร้องไห้ออกมาอย่างไรอย่างนั้น
กู้ฮอนบ่นหยางหยางเสร็จแล้วก็หันมามองท่าทางน่าสงสารของจิ่วจิ่ว เธอรีบโค้งตัวลงไปอุ้มจิ่วจิ่วขึ้นมา ยื่นมือไปเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าเธอ “ทารกน้อย หม่ามี๊ไม่ได้ว่าหนูนะคะ วันนี้คุณแม่เจอกับงานบางอย่างที่ทำให้อารมณ์ไม่ดี ไม่ควรจะพาลโมโหใส่พวกลูก ขอโทษด้วยนะคะ”
เอ่ยจบก็หันไปถลึงตาใส่หยางหยางอย่างดุๆ
หยางหยางรู้ว่าคุณแม่โกรธแล้ว ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก แลบลิ้นออกมาอย่างทะเล้นแล้วเดินตามหลังคุณแม่เข้าไปในบ้านอย่างเชื่อฟัง
เมื่อทุกคนเข้าไปห้องแล้ว แอนนิก็เห็นท่าทางของจิ่วจิ่ว “ทารกน้อย ออกไปครู่เดียวเอง ทำไมถึงได้ร้องไห้แงๆกลับมาเสียแล้วล่ะ หยางหยางรังแกอะไรหนูหรือเปล่าคะ”
“คุณป้าแอนนิ คุณป้ามีใจเอนเอียงแบบนี้ไม่ได้นะครับ ทำไมเรื่องไม่ดีถึงได้ตกลงบนหัวผมหมดเลย ผมถูกใส่ร้าย ถ้ารู้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เอาของอร่อยกลับมาฝากคุณป้าแล้ว รังแกน้องสาวนั้นไม่ใช่ผมนะ เป็นคุณแม่ต่างหาก” หยางหยางกอดอกพูดอย่างไม่ยอมรับ
แอนนิยยิ้มบางๆ ยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กๆของหยางหยาง “ป้าแอนนิปรักปรำเธอแล้ว ขอโทษด้วยนะ” จากนั้นก็เอ่ยกับกู้ฮอนว่า “ฮอน นี่มันเรื่องอะไรกัน”
กู้ฮอนปล่อยจิ่วจิ่วลงบนพื้น เฉิงเฉิงเป็นฝ่ายดึงมือของน้องสาวเดินขึ้นไปที่ชั้นบน
เมื่อเห็นพวกเขาเดินไปไกลแล้วก็ยังพูดด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีว่า “นั่นไม่ใช่เพราะหยางหยาง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาพูดมาก จิ่วจิ่วก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้”
“คุณแม่พูดแบบนี้ไม่ได้นะครับ เป็นคุณแม่ที่อารมณ์ไม่ดีแล้วระบายความโกรธใส่น้องสาวเอง ทำไมถึงได้ให้ผมเป็นแพะรับบาปแทนคุณแม่ล่ะครับ ตอนนี้ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมยิ่งกว่าคนที่ชื่อโต้วเอ๋ออะไรนั่นอีกนะ”
สองแม่ลูกที่ยืนผลัดกันพูดอยู่เบื้องหน้าตัวเองคนละหนึ่งประโยคนั้นทำให้แอนนิรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูกขึ้นมาทีละน้อย
***
“พวกเธอหยุดก่อน นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมฉันยิ่งฟังแล้วยิ่งงงล่ะ” แอนนินั้นหมดหนทางที่จะตัดบทการโต้เถียงของพวกเขาทั้งสองฝ่ายแล้วจริงๆ
กู้ฮอนรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องหลบเลี่ยง จึงเล่าให้แอนนิฟังอย่างคร่าวๆ แน่นอน ลูกก็อยู่ในสถานการณ์ อีกทั้งบางเรื่องก็ไม่สะดวกที่จะเล่าให้กับคนนอกฟัง แม้ว่าเธอกับแอนนิจะเป็นเพื่อนสนิทกันก็ตาม
ในที่สุดแอนนิก็เข้าใจขึ้นมาได้ในทันทีว่า ที่แท้กู้ฮอนก็เป็นเจ้าของบ้านพักบนปานซานหลังนั้นนี่เอง
ในฐานะบุคคลภายนอก แอนนินั้นไม่รู้จริงๆว่าควรจะพูดอะไร
แต่ในฐานะเพื่อนสนิท เธอยังสามารถเข้าใจจิตใจของกู้ฮอนได้อยู่บ้าง
ที่ผิดพลาดยิ่งกว่าก็คือ สิ่งที่เธอไม่ต้องการจะเห็นอย่างบ้านหรือคนกลับวนอยู่รอบตัวเธอมาโดยตลอด บ้านพักที่ปานซาน ประธานบริษัทเป่หมิง.....
“ปังๆ.....” เสียงเคาะประตูลอยมาอีกครั้ง
“อ่อ คาดว่าจะเป็นฉิงฮัว ก่อนที่พวกเธอจะกลับมา เขาบอกว่ามีเรื่องต้องทำ ตอนนี้น่าจะจัดการเสร็จแล้ว” แอนนิพูดพลางเดินไปเปิดประตู
กู้ฮอนนั่งอยู่ในห้องรับแขก เพียงแต่เธอรู้สึกว่าช่วงเวลาที่แอนนิไปนั้นเหมือนจะนานไปหน่อย อีกอย่างเธอได้ยินเสียงเปิดประตูแล้ว แต่กลับไม่ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันหรือว่าเสียงฝีเท้าเดินเลย
เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางประตู “แอนนิ เป็นอะไรไปหรือ”