ตอนที่ 882
บทที่ 882 เกิดเป็นเงาของคนสามคน
October 28, 2026
บทที่ 882 เกิดเป็นเงาของคนสามคน
หยางหยางเดินมาหยุดอยู่หน้าจิ่วจิ่วแล้วพาดมือลงไปบนไหล่ของเธอเบาๆ “น้องไม่ต้องนับแล้ว อย่างไรก็นับได้ไม่ชัดเจน”
จากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาเฉิงเฉิงพลางเอ่ยว่า “ประกาศเตือนภัยระดับหนึ่ง พวกเราต้องเตรียมตัวรับมือกับสงครามแล้ว”
ประโยคนี้ทำให้เฉิงเฉิงและจิ่วจิ่วงุนงงยากจะเข้าใจอยู่บ้าง
***
“หยางหยาง นายจะพูดทั้งหมดเลยไม่ได้หรือไงกัน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เตรียมทำสงครามอะไรกัน”
หยางหยางแสร้งทำท่าทางลึกลับ “ตอนนี้ที่ชั้นล่างมีคนคนหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเรา พวกเราต้องคิดแผนการรับมือขึ้นมา ถ้าหากเขาขึ้นมาแล้วพวกเราควรจะทำอย่างไร”
ข้างล่างมีคนคนหนึ่ง.......
แน่นอนว่าเฉิงเฉิงไม่รู้ว่าหยางหยางพูดถึงใคร เขาขมวดคิ้ว “ตอนนี้ที่ชั้นล่างมีคนทั้งหมดสองคน คนหนึ่งคือคุณแม่ อีกคนหนึ่งคือคุณป้าแอนนิ ไม่ว่าพวกเธอคนไหนล้วนไม่มีภัยคุกคามต่อฉันกับน้องสาวสักหน่อย แต่นายนั้นไม่เหมือนกัน หลายวันก่อนทำให้คุณแม่โกรธไม่น้อยเลย ฉันคิดว่านายควรจะคิดหาทางหนีทีไล่สักหน่อยจะดีกว่า”
หยางหยางโบกมือไปมา “ฉันไม่ได้กังวลเพราะคุณแม่สักหน่อย ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยถูกตี ชินไปนานแล้ว ฉันบอกว่าตอนนี้ที่ชั้นล่างมีคนมาอีกคนหนึ่ง” เขาพูดพลางชี้นิ้วไปที่บ้านพักที่ปานซานผ่านบานหน้าต่าง
เฉิงเฉิงแค่มองก็เข้าใจได้ในทันที สีหน้าเขาเปลี่ยนไป “นายหมายถึงคุณพ่อหรือ”
หยางหยางพยักหน้าอย่างจริงจัง “โชคดีที่ด้านล่างมีคุณแม่รับมืออยู่ คาดว่าคุณพ่อคงจะไม่บุกขึ้นมาที่ด้านบนหรอก”
“ไม่สามารถชะล่าใจได้ นิสัยของคุณพ่อนั้นฉันชัดเจนที่สุด เขาเห็นนายพาน้องสาวไปออกโทรทัศน์มาแล้ว ครั้งนี้ที่มาคาดว่าคงอยากมาตรวจสอบสถานการณ์ ดังนั้นพวกเราต้องเตรียมมาตรการสักหน่อยถึงจะดี”
หยางหยางขมวดคิ้ว นัยน์ตาเล็กๆกลอกไปมาแล้วก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ “ฉันคิดออกแล้ว!” จากนั้นก็เขยิบเข้ามากระซิบเสียงเบาข้างหูของเฉิงเฉิงหลายประโยค
เฉิงเฉิงฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว
รอจนหยางหยางพูดจบแล้ว เขาก็โบกมือไปมาพลางเอ่ยว่า “แบบนั้นไม่ได้ จะทำได้อย่างไรกัน”
หยางหยางหัวเราะฮาๆพลางเอ่ยว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ทำตามวิธีการที่ฉันพูดเถอะ เริ่มเคลื่อนไหวได้!”
*
ชั้นล่าง เป่หมิงโม่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวกลาง ฉิงฮัวยืมกุมมืออยู่ด้านข้างโซฟา กู้ฮอนนั้นนั่งกอดอกมองไปที่ชายหนุ่มผู้ยโสโอหังที่อยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทางรำคาญอย่างเห็นได้ชัด
“ฉัน ฉันจะไปชงน้ำชามาให้คุณนะคะ” เมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์แสนกระอักกระอ่วน แอนนิก็เลือกที่จะเลี่ยงออกไปหลบอยู่ในห้องครัว
ถึงอย่างไรทางหนึ่งก็เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง อีกทางหนึ่งก็เป็นเจ้านายของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดทั้งนั้น
ในไม่ช้าเธอก็ยกถ้วยน้ำชามาวางบนโต๊ะน้ำชาสามใบ จากนั้นก็หลบออกไปอย่างรู้งาน
บุคคลทั้งสามที่อยู่ในห้องรับแขกนั้นชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง
เป่หมิงโม่มองข้ามแววตาที่กู้ฮอนใช้มองตัวเองไป พลางยืดตัวยกถ้วยน้ำชาที่อยู่ตรงกลางขึ้นมาถ้วยหนึ่ง จิบไปคำเล็กๆคำหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า “อืม ชาหลงจิ่งซือเฟิงนี่รสชาติไม่เลวเลย ฉิงฮัว ความสามารถในการเลือกชาของนายเพิ่มสูงขึ้นแล้วสินะ”
ใบหน้าของฉิงฮัวยังคงแสดงออกอย่างสงบนิ่ง แต่ในใจของเขานั้นก็เหมือนกับกู้ฮอนที่รู้สึกหงุดหงิดไม่สบายใจ
เมื่อได้ยินเจ้านายเอ่ยชื่นชมตัวเองแล้วก็รีบโค้งตัวลงเล็กน้อย “เจ้านายชมเกินไปแล้วครับ เรื่องเหล่านี้ก็แค่ได้เรียนมาจากการติดตามอยู่ข้างกายเจ้านายบ่อยๆครับ”
“ฉิงฮัว นายก็อย่ายืนอยู่เลย ไม่ต้องเอาสถานะในการทำงานระหว่างพวกเรามาถึงที่นี่ด้วย ที่นี่นายต่างหากที่เป็นเจ้าบ้าน” เป่หมิงโม่พูด ชี้นิ้วไปยังที่นั่งที่หนึ่งที่อยู่ใกล้กับตัวเอง
ฉิงฮัวพยักหน้า จากนั้นก็พูดกับกู้ฮอนว่า “คุณผู้หญิง คุณก็นั่งเถอะครับ.....”
เอ่ยจบแล้วก็นั่งอยู่ตรงที่นั่งที่เป่หมิงโม่ชี้ พลางขยับถ้วยชาถ้วยหนึ่งไปเบื้องหน้ากู้ฮอน
กู้ฮอนพยักหน้าให้กับฉิงฮัวเล็กน้อย จากนั้นก็พูดกับเป่หมิงโม่อย่างตรงไปตรงมาว่า “ฉันคิดว่าครั้งนี้คุณคงไม่ได้แวะมานั่งพูดคุยเล่นง่ายๆแบบนั้นหรอกนะ”
***
เป่หมิงโม่นั้นเหมือนกับว่าไม่ได้ยินคำถามของกู้ฮอน จิบชาจากถ้วยชาที่อยู่ในมือของเขาต่ออีกคำหนึ่ง
สำหรับการกระทำแบบนี้ของเขา ทำให้ฉิงฮัวรู้สึกไม่แน่ใจ กู้ฮอนก็ยิ่งไม่แน่ใจมากยิ่งกว่า ดูภายนอกนั้นสงบนิ่งเป็นอย่างมาก แต่ใครจะรู้ว่าถัดไปในช่วงใดช่วงหนึ่ง เขาจะมีปฏิกิริยาอะไรออกมา
บรรยากาศเงียบสงบนั้นทำให้จิตใจและร่างกายของผู้คนผ่อนคลาย แต่ในเวลานี้กลับไม่ใช่เช่นนั้น นี่เหมือนกับว่ามีดาบแหลมคมเล่มหนึ่งแขวนอยู่เหนือศีรษะของกู้ฮอน และไม่รู้ว่าจะร่วงลงมาเมื่อไร
ในที่สุด บรรยากาศเงียบขรึมนี้ก็ถูกเป่หมิงโม่ทำลายลง เขาค่อยๆวางถ้วยชาแล้วหันหน้าไปพูดกับฉิงฮัวว่า “ยินดีกับนายด้วยที่ในที่สุดก็ได้เป็นพ่อคนแล้ว ไม่รู้ว่าเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง อีกอย่างเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด ฉันจึงไม่ทันได้เตรียมตัว รอพรุ่งนี้จะชดเชยให้นายก็แล้วกัน”
“เป็นเด็กผู้ชายครับเจ้านาย เจ้านายเกรงใจเกินไปแล้ว ที่ผมไม่ขาดตกบกพร่องอะไร ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินหรอกครับ ยิ่งกว่านั้นพวกเราก็ได้รับพระคุณจากเจ้านายมาเยอะมากแล้ว” ฉิงฮัวรีบโค้งกายมาด้านหน้า พลางโบกมือไปมา
“เด็กผู้ชายหรือ อ่อ แบบนั้นก็ดีจริงๆ คาดว่าหลังจากนี้จะต้องเป็นคนที่มีความสามารถเหนือใครเหมือนกับนายอย่างแน่นอน”
“เจ้านาย ผมมีความสามารถอะไรกันครับ ไม่ใช่ว่าล้วนอาศัยคำเตือนคำแนะนำจากเจ้านาย........”
กู้ฮอนที่อยู่ด้านข้างนั้นกลอกตามองบนใส่ชายหนุ่มวัยกลางคนสองคนยกยอปอปั้นกันและกันอยู่ตรงนั้น โดยมีท่าทางที่ไม่เห็นตัวเองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย