ตอนที่ 888
บทที่ 888 6 โมงเช้าวันพรุ่งนี้
October 28, 2026
บทที่ 888 6 โมงเช้าวันพรุ่งนี้
กู้ฮอนโบกมือไปมาให้กับเฉิงเฉิง “ลูกรัก มีหลายครั้ง สิ่งที่ลูกเห็นก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกของเรื่องราวหรือสิ่งของ แต่กลับมองไม่เห็นถึงเนื้อแท้ของมัน สิ่งเหล่านี้รอจนลูกเติบโตขึ้นแล้ว หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆมาก็จะค่อยๆเข้าใจได้เอง จำเอาไว้ว่า หลังจากนี้ไม่ว่าจะตอนไหนก็อย่าถูกเปลือกนอกของสิ่งเหล่านี้ทำให้มึนงงสับสน เอาเถอะ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว หยางหยางก็ขึ้นไปนอนแล้ว ลูกก็รีบไปนอนเถอะ”
“คุณแม่......” เฉิงเฉิงยังอยากจะพูดอะไร แต่ว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ตอนนี้ทำได้เพียงแค่เดินคอตกไปยังหน้าลิฟต์โดยสาร
เมื่อเอนตัวลงนอนบนเตียง หันศีรษะมองผ่านบานหน้าต่างออกไปก็สามารถเห็นแสงไฟสว่างไสวในบ้านพักที่อยู่บนปานซานหลังนั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณพ่อจะทำอะไรอยู่
เมื่อครู่นี้เฉิงเฉิงอยากจะพูดกับคุณแม่มากว่า ที่จริงแล้วสิ่งที่คุณแม่มองเห็นก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกของคุณพ่อ กลับไม่เคยเข้าใจจิตใจของเขาเลย ความรู้สึกในจิตใจของคุณพ่อนั้นตรงข้ามกับเปลือกนอกของเขาโดยสิ้นเชิง
ในตอนนี้ก็มีเสียงกรนของหยางหยางลอยมาอย่างแผ่วเบา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเงียบๆ จากนั้นร่างเล็กๆก็ซุกเข้าไปในผืนผ้าห่ม ค้นหาเบอร์โทรศัพท์จากสมุดโทรศัพท์
“ฮัลโหล” เสียงของเป่หมิงโม่ลอยออกมาจากโทรศัพท์
“คุณพ่อ ผมเห็นว่าด้านบนยังเปิดไฟสว่างอยู่ คุณพ่ออยู่ด้านในหรือครับ”
ในตอนนั้นเป่หมิงโม่กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขก โทรทัศน์กำลังแสดงภาพของจิ่วจิ่วที่ก็อปปี้มาจากฉิงฮัว
***
“อืม หลังจากพ่อจากมา คุณแม่ของลูกเธอ......ตอนนี้น่าจะดีขึ้นเล็กน้อยแล้วสินะ” เขาเอ่ยแล้วแววตาก็เบนไปยังภาพกู้ฮอนที่อยู่บนหน้าจอ ทั้งยังขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยด้วย
“ดูท่ารูปภาพและตัวจริงจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย” เป่หมิงโม่อดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบา ราวกับว่ากำลังเอ่ยพูดกับภาพบนหน้าจอ แต่ก็เหมือนพูดอยู่กับตัวเอง
“คุณพ่อ คุณพ่อพูดว่าอะไรนะครับ” เฉิงเฉิงแอบอยู่ในผืนผ้าห่ม จึงได้ยินคำพูดเมื่อครู่นี้ไม่ชัดมากนัก เขาจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
“อ่อ ไม่มีอะไร รอบด้านลูกเงียบมาก คงไม่ได้แอบอยู่ในผ้าห่มแล้วโทรศัพท์มาหรอกนะ”
เฉิงเฉิงพยักหน้า เขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจหรือตะลึงต่อความเฉียบแหลมในการมองทะลุปรุโปร่งของคุณพ่อเลยแม้แต่น้อย “หยางหยางหลับไปแล้ว ผมกลัวว่าจะรบกวนให้เขาตื่น ดังนั้น......”
“ลูกมีอะไรอยากจะพูดกับพ่อหรือ”
การอยู่ร่วมกันมาหลายปีระหว่างพวกเขาพ่อลูก อย่างน้อยก็สามารถมีช่วงเวลาที่จะพูดคุยสัพเพเหระกันได้ ส่วนมากแล้วมีเรื่องแล้วถึงได้สนทนากัน และก็เพราะเช่นนี้ ในทุกๆวันที่เฉิงเฉิงอยู่ข้างกายคุณพ่อนั้นก็เต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆมากมาย
“คุณพ่อ พรุ่งนี้คุณพ่อมีเวลาว่างไหมครับ พรุ่งนี้คุณแม่จะพาพวกผมไปส่งศพคุณยาย น้องสาวก็จะไปด้วย ถ้าหากเป็นไปได้ล่ะก็ พรุ่งนี้.......”
“อืม พ่อจะดูสถานการณ์ก่อนแล้วกัน” เป่หมิงโม่เหลือบตามองเวลา “ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ ถ้าหากไม่มีแล้วก็รีบพักผ่อนเสียเถอะ”
เฉิงเฉิงพยักหน้า จากนั้นก็เอ่ยเสียงเบาประโยคหนึ่ง “ราตรีสวัสดิ์ครับคุณพ่อ ใช่แล้ว พรุ่งนี้ตอนเช้าหกโมง อย่าสายนะครับ” เขาเอ่ยจบก็ตัดสายโทรศัพท์ไป
เพื่อที่จะไปส่งศพคุณยายในวันพรุ่งนี้.......
ข้อศอกทั้งสองข้างของเป่หมิงโม่วางอยู่บนหน้าตัก มือทั้งสองข้างลูบใบหน้าไม่หยุด
ผ่านไปชั่วครู่ก็ลุกขึ้นยืน ค่อยๆก้าวเดินไปหยุดอยู่หน้าตู้เย็น เปิดประตูหยิบเบียร์ออกมาหนึ่งขวดแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่หน้าโทรทัศน์ใหม่ พลางเงยหน้าดื่มเบียร์ลงไปทั้งขวดโดยไม่หยุดพักหายใจ จากนั้นร่างกายก็ล้มลงไปด้านข้าง ทั้งร่างนอนแผ่อยู่บนโซฟา
เขาหยิบโทรศัพท์มือของตัวเองออกมาอีกครั้ง เลือกโทรศัพท์ไปหามารดาของตัวเอง
“โม่ ลูกสบายดีใช่ไหม” เสียงของมารดาลอยออกมาจากในโทรศัพท์ นี่ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่หายไปนานขึ้นมาชั่วขณะ
ปกติแล้ว ช่วงเวลานี้หวีหรูเจี๋ยควรจะไปพักผ่อนนานแล้ว จุดนี่เป่หมิงโม่รู้ชัดเป็นอย่างมาก แต่เขารู้สึกว่ามีความจำเป็นจะต้องโทรศัพท์หาเธอ
“พรุ่งนี้กู้ฮอนจะพาเด็กๆไปส่งคุณแม่ของเธอเป็นครั้งสุดท้าย พรุ่งนี้หกโมงเช้าออกเดินทางจากบ้านพักครับ”
“โม่ ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน พรุ่งนี้ลูกจะไปไหม” หวีหรูเจี๋ยรีบเอ่ยถาม”
“ดูสถานการณ์ก่อนครับ” เป่หมิงโม่เอ่ยจบก็วางสายโทรศัพท์ไป
“โม่โม่......” หวีหรูเจี๋ยเอ่ยเรียกชื่อลูกชายทางโทรศัพท์ แต่สิ่งที่ตอบกลับเธอมามีเพียงแค่สายไม่ว่าง
เสียงของเป่หมิงโม่ที่ได้ยินจากทางโทรศัพท์นั้นมีท่าทางหมดอาลัยตายอยากอย่างเห็นได้ชัด น่าจะพบกับปัญหาอะไรเข้า
แต่สำหรับเขาแล้วยังมีปัญหาที่ยากเกินความสามารถของเขาอีกหรือ
หลังออกจากศาลมาแล้ว หวีหรูเจี๋ยก็อยากจะหาโอกาสพูดคุยกับลูกชายตัวเอง แต่จนปัญญาที่เขาไม่เปิดโอกาสใดๆให้ตัวเอง
ตอนนี้ก็ดันมาได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ของลูกชายจากในโทรศัพท์อีก จึงอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงขึ้นมา
“หรูเจี๋ย ถ้าหากว่าคุณไม่วางใจแล้วล่ะก็ ก็โทรศัพท์ไปถามดูสิ” โม้จิ่งเฉิงจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอในตอนนี้ได้อย่างไรกัน
เมื่อหวีหรูเจี๋ยโทรศัพท์กลับไปอีกครั้งก็ได้ยินว่าอีกฝ่ายปิดโทรศัพท์ไปแล้ว
***
โม้จิ่งเฉิงตบไหล่ของหวีหรูเจี๋ยเบาๆ “ไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้น ช่วงนี้โม่เขาก็แค่พบเจอกับเรื่องเล็กน้อยแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ดั่งใจเท่านั้นเอง รอผ่านช่วงระยะเวลาตอนนี้ไปแล้ว ผมคิดว่าเขาจะต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่อย่างแน่นอน ผมมองออกว่าเขาไม่ใช่คนประเภทที่จะล้มลงอย่างไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีกเพราะเรื่องๆหนึ่ง ใช่แล้ว เมื่อครู่นี้เขาพูดอะไรกับคุณในโทรศัพท์หรือ”
หวีหรูเจี๋ยพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “โม่โทรศัพท์มาบอกว่า......”
ยังไม่รอให้เธอเอ่ยต่อก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นมา