ตอนที่ 890
บทที่ 890 แตะโดนเกล็ดย้อน
October 28, 2026
บทที่ 890 แตะโดนเกล็ดย้อน
เป่หมิงโม่มองไปที่หยางหยางด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่นอกเหนือความคาดหมายอีกครั้ง จากนั้นก็ยื่นมือไปลากหยางหยางมา ตบลงที่ไหลของเขาเบาๆ “ใช่แล้ว พ่อของลูกในตอนที่ยังเด็กนั้นไม่ดุร้ายเหมือนปีศาจแบบนี้ในสายตาของพวกลูกหรอกนะ”
“อย่างนั้นต่อมาล่ะครับ” หยางหยางเอ่ยถามอย่างขี้ขลาดต่ออีกประโยคหนึ่ง เพราะว่าเขารู้สึกอยากรู้มากจริงๆ
เป่หมิงโม่ยักไหล่ “สุดท้ายแน่นอนว่าถูกซัดหนักๆไปยกหนึ่ง”
ความรู้สึกบนใบหน้าของเฉิงเฉิงและหยางหยางเปลี่ยนไปในทันที
หวีหรูเจี๋ยที่ฟังถึงตรงนี้ก็มีหยาดน้ำตาไหลรินอย่างไม่รู้ตัว “ขอโทษนะลูก ที่พวกเราทำให้ลูกได้รับความทุกข์ทรมานตั้งแต่เด็ก”
***
สำหรับเรื่องที่น่าเจ็บปวดในอดีตนั้น เป่หมิงโม่เคยจดจำไว้ในใจมาโดยตลอด แต่หลังจากที่ญาติพี่น้องค่อยๆเสียชีวิตไปแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องราวในอดีตเหล่านั้นไม่ใช่ความเกลียดชังอีกแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นความทรงจำแทน
เขาเช็ดร่างกายเล็กน้อย เหยียดตัวตรงขึ้นพลางพยักหน้าให้กับมารดา “เรื่องพวกนี้ล้วนผ่านไปแล้ว ยังจะมีอะไรต้องคิดเล็กคิดน้อยอีก ยิ่งกว่านั้นตอนที่อยู่ในโรงพยาบาล เขาก็ขอโทษกับผมแล้ว ผมก็ให้อภัยเขาแล้วเช่นกัน ผมคิดว่า เขาน่าจะจากไปอย่างสงบ”
เขา แน่นอนว่าหมายถึงเป่หมิงเจิ้งเทียนผู้เป็นบิดาของตัวเอง
เป่หมิงโม่หยุดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “เขาไม่ได้พูดกับผมเพียงแค่ครั้งเดียว สิ่งที่เขาเคยปฏิบัติกับคุณในอดีตนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เขาหวังเป็นอย่างมากว่าจะได้รับการให้อภัยจากคุณ เพียงแต่ว่า ในตอนนั้นเขายังคงนึกว่าคุณตายไปแล้ว แม้กระทั่งหลุมฝังศพของคุณอยู่ที่ไหน เขาก็ไม่รู้ ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะเอ่ยพูดกับคุณได้ นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาเสียใจมากที่สุด”
“คนเราในยามใกล้ตายนั้น คำพูดคำจาล้วนเป็นความจริง ในที่สุดเหล่าเป่หมิงก็เข้าใจแล้ว แม้ว่าจะสายไปเสียหน่อย แต่ก็ดีกว่าคนที่ยึดมั่นในความคิดของตัวเองอย่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” โม้จิ่งเฉิงพูดไปก็กวาดตามองไปทางหลี่เชินแวบหนึ่ง
คำพูดเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้หลังจากที่ตัวเองฟังจบ อีกส่วนหนึ่งก็ถือว่าพูดให้หลี่เชินฟัง
เพียงแต่ว่าหลี่เชินนั้นไม่ได้ใส่ใจ
เขาหัวเราะเสียงเบา “คำพูดง่ายๆแบบนี้ใครก็พูดได้ทั้งนั้น เหล่าโม้ คุณไม่ต้องตีวัวกระทบคราดหรอก เหล่าเป่หมิงคนนี้เป็นคนเช่นไรกันแน่ ในใจพวกเราสองคนชัดเจนมากที่สุด ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น เขาเย็นชาไร้จิตใจมาโดยตลอด แม้ว่าเขาจะพูดคำพูดเหล่านั้นออกมาตอนที่ใกล้จะตาย ผมก็สามารถทำได้เพียงแค่เอ่ยประโยคเดียว สันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้ ถ้าหากว่าเขารู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ล่ะก็ เขาก็คงจะไม่พูดคำพูดแบบนี้ออกมาหรอก จะว่าไปนะเหล่าโม้ คุณแต่งผู้หญิงแบบนี้มาเป็นภรรยานั้นมีข้อดีอะไรกัน ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังจะลงเอยกันแล้ว แต่แล้วอย่างไร เหล่าเป่หมิงมีเงิน แต่คุณในตอนนั้นไม่มี ตอนนี้พูดแล้วก็เป็นแค่นักเลงหัวไม้คนหนึ่ง เธอกลับแต่งให้กับเหล่าเป่หมิงทั้งยังให้กำเนิดลูกด้วย แล้วในภายหลังยังทำลูกของผมหายไปด้วย ถัดมาต้องหนีตายเพราะไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเป่หมิงต่อไปได้.......”
หลี่เชินพูดจาไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย อีกทั้งน้ำเสียงก็สูงเป็นอย่างมาก นี่ทำให้เป่หมิงโม่ที่อยู่ข้างๆนั้นฟังต่อไปไม่ไหว แม้เขาจะพูดว่าบิดาของตัวเองปฏิบัติกับมารดาของตัวเองไม่ดี ไปจนถึงการเป็นคนรักของโม้จิ่งเฉิงก่อนจะมาลงเอยกับบิดาของเขาล้วนเป็นความจริง แต่เมื่อปัดเรื่องเหล่านี้ทิ้งไปแล้ว สิ่งที่พูดก็แทบจะเป็นความจริงที่ถูกบิดเบือน ทั้งยังเป็นคำพูดที่หมิ่นประมาทตั้งแต่ต้นจนจบด้วย นี่ทำให้เป่หมิงโม่ที่อยู่ด้านข้างยิ่งฟังก็ยิ่งเกิดโทสะ
นัยน์ตาของเขาปรากฏแววเย็นเยียบขึ้นมาอีกครั้งในทันที เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ถลึงตามองไปที่ร่างของหลี่เชินด้วยแววตาแข็งกร้าวดุร้าย
มือทั้งสองข้างของเขากำหมัดแน่นจนมีเสียงดังกึกๆ บนเรือลำเล็กก็ถูกความเย็นยะเยือกของเขาปกคลุมในชั่วพริบตา
หวีหรูเจี๋ยที่ถูกหลี่เชินพูดใส่เมื่อครู่นี้ก็โกรธจนหน้าขาวหน้าแดง แต่เมื่อเห็นลูกชายเริ่มที่จะมีโทสะ เธอก็ไม่สนใจความรู้สึกของตัวเอง เรียกเหล่าเด็กๆมาหลบด้านหลังตัวเองเสียงเบา แล้วให้โม้จิ่งเฉิงจัดการให้พวกเขาเข้าไปในห้องโดยสาร
คำพูดเมื่อครู่นี้ส่งผลกระทบไม่ดีต่อเด็กๆเล็กน้อย ถ้าหากว่ามีการลงไม้ลงมือขึ้นมาแล้วล่ะก็ นั่นจะทำร้ายเด็กๆมากแค่ไหน
จนกระทั่งเด็กๆถูกจัดให้เข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว เธอก็มองไปที่ลูกชายของตัวเองอย่างตึงเครียด “โม่ อย่าใช้อารมณ์นะลูก วันนี้พวกเรามาทำอะไรกัน อย่าเพิ่มเรื่องอีกเลย”
***
“เหอะ.......” หลี่เชินหัวเราะเสียงเย็น “หวีหรูเจี๋ย คำพูดเมื่อครู่นี้แตะโดนจุดอ่อนของคุณใช่หรือไม่ เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะคุณ ไม่จำเป็นต้องแสร้งเป็นคนดีที่นี่อีก ทำเรื่องเลวร้ายมาตั้งมากมายขนาดนี้แล้ว ทำให้แขนคุณพิการไปข้างหนึ่งก็สมควรแล้ว”
“หลี่เชิน.......คุณ คุณอย่ารังแกคนอื่นมากเกินไปนะ!” หวีหรูเจี๋ยที่เมื่อครู่ยังอยากจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แต่หลี่เชินกลับบีบคั้นผู้อื่นมากเกินไปแล้ว ทำให้เธอโกรธจนพูดออกมาได้สั้นๆไม่กี่ประโยคก็รู้สึกมีอาการเวียนหัว ร่างกายโอนเอนไปมาเล็กน้อยก็ล้มลงไป
โชคดีที่เป่หมิงโม่อยู่ข้างกายเธอ จึงสามารถประคองไว้ได้ทันการณ์ ตอนนี้เองที่โม้จิ่งเฉิงจัดการกับเด็กๆเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นว่าผู้หญิงของตัวเองถูกทำให้โมโหจนเป็นแบบนี้ ตัวเองก็เกิดโทสะขึ้นมาอย่างเลี่ยงได้ยาก
พื้นเพของเขานั้นถูกหลี่เชินเอ่ยออกมาอย่างชัดเจนแล้วเมื่อครู่นี้ เพียงแต่นับจากที่ตัวเองเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องแล้วก็ตัดขาดความสัมพันธ์แต่ก่อนไปแล้ว อย่างน้อยก็มอบสิ่งในอดีตเหล่านั้นให้กับลูกน้องตัวเองไปหมดแล้ว
กลิ่นอายบ้าเลือดที่ถูกเขาเก็บเอาไว้ค่อยๆแผ่ออกมาอย่างชัดเจน นัยน์ตาของหลี่เชินที่มองอยู่ค่อยๆหรี่ลงเล็กน้อย นี่คือการกระทำอันคุ้นชินในอดีตก่อนที่เขาจะลงมือ
“หลี่เชิน ในเมื่อพวกเราล้วนเป็นคนรู้จักเก่าแก่กันมา อย่างนั้นคุณน่าจะค่อนข้างชัดเจนกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นของผมนะ”
ถังเทียนจื๋อที่ยืนมองสถานการณ์สองรุมหนึ่งอยู่ด้านข้างอาจารย์นั้น ก็เห็นได้ชัดว่าฝั่งตัวเองเสียเปรียบ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร ทั้งร่างพุ่งเข้าไปยืนอยู่ที่ด้านหน้าของอาจารย์