ตอนที่ 892
บทที่ 892 เปิดร้านร่วมกัน
October 28, 2026
บทที่ 892 เปิดร้านร่วมกัน
หยางหยางเห็นท่าทางที่ตกใจของเขาหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว:"เฉิงเฉิง พี่คงไม่ได้จะไปค้นหาเครื่องแอบฟังที่คุณลุงคนสวยติดไว้ในตัวของเราหรอกนะ? เมื่อสักครู่ผมแค่ล้อเล่นเฉยๆ ทำไมพี่ต้องจริงจังด้วย"
พูดอยู่ หยางหยางใช้มือตบที่ร่างกายตัวเอง จากนั้นเปิดกระเป๋าออกมา:"ดูสิ ไม่มีอะไรเลย เราไม่ได้อยู่กับคุณลุงคนสวยพวกเขาตั้งนานแล้ว เมื่อวานได้เจอกันแป๊บเดียว แต่ว่าระยะห่างมันไกลมาก ต่อให้มีเครื่องแอบฟัง ก็ไม่สามารถติดไว้ที่ร่างกายเราไม่ใช่เหรอ ทำตัวสบายๆ สบายๆ.........."
หยางหยางเลียนแบบอาจารย์จิตแพทย์ในทีวี ทำสีหน้าท่าทางให้กับเฉิงเฉิงดูอยู่ตั้งนาน
*
ตอนที่กู้ฮอนลงมาที่ตึก หลายคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกหน้าตาเศร้ามาก แต่ว่ายังดีมีสองบริษัทใหญ่ของเป่หมิงโม่และโม้จิ่งเฉิงทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์ในการร่วมงานกัน ระหว่างผู้ชายสองคนมีเรื่องให้คุยกันบ้าง
คุยเรื่องการพัฒนาด้านวิศวกรรมเสร็จเรียบร้อย แล้วก็มาคุยถึงเรื่องการพัฒนาและการจัดวางแผนในอนาคตต่อ
ฉิงฮัวและหวีหรูเจี๋ยอยู่ข้างๆเป็นตัวละครผู้ฟังที่ดี ทำได้เพียงรักษาความสงบอยู่ข้างๆ
ซุปที่แอนนิต้มให้กับลั่วเฉียวเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมโชยออกมาจากห้องครัวทำให้จิตใจของคนมีความรู้สึกกระชุ่มกระชวย
"อืม หอมจริงๆ" โม้จิ่งเฉิงพยักหน้าไปด้วย และชื่นชมไปด้วย:"สามารถมีฝีมือที่เยี่ยมเช่นนี้ได้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ"
กู้ฮอนรีบพูดขึ้นมาต่อ:" พ่อบุญธรรมพูดถูกแล้วค่ะ ฝีมือของแอนนิไม่เลวจริงๆค่ะ"
พูดจบ เธอจึงไปที่ห้องครัวเรียกแอนนิออกมา และให้ฉิงฮัวเอาซุปที่ทำเสร็จเมื่อสักครู่ส่งไปให้กับลั่วเฉียวทางโน้น
" คนนี้เป็นเชฟเหรียญทองของเรา" พูดอยู่ เธอดึงแอนนิมาที่ห้องรับแขก กดเธอนั่งลงไปที่โซฟาข้างๆตรงหน้าโม้จิ่งเฉิง
โม้จิ่งเฉิงเอาสายตาที่ชื่นชมมองแอนนิตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้แอนนิถูกมองจนเขินอายเล็กน้อย
เวลานี้ กู้ฮอนคิดถึงคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับแอนนิในตอนนั้น รีบพูดขึ้นมาว่า:"แอนนิเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน เธอเคยผ่านการหย่าร้างมาแล้วหนึ่งครั้ง ที่สำคัญได้ไปจากเมืองที่เธอคุ้นเคยและเคยใช้ชีวิต หลังมาถึงที่นี่ นอกจากทำให้เราได้ทานกันอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ก็ไม่มีเรื่องอย่างอื่นให้ทำอีกเลย"
"ถ้ามีฝีนี้แบบนี้ กลับไม่มีสถานที่ให้เธอแสดงความสามารถออกมามันช่างน่าเสียดายยิ่งนัก ทำไมไม่เคยคิดถึงธุรกิจร้านอาหารหล่ะ หรือว่าเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองซะเลย? "โม้จิ่งเฉิงเผยสีหน้าที่น่าเสียดายออกมา
แอนนิได้ยินคำพูดเหล่านี้ สีหน้าบนใบหน้าของเธอก็ได้เผยความเศร้าออกมา
โม้จิ่งเฉิงมองดูกู้ฮอนอย่างยิ้มแย้ม พูดกึ่งๆล้อเล่นว่า:" พวกหนูเป็นเพื่อนสนิทกัน ทำไมไม่ให้ความเห็นกับเธอหล่ะ ตะกละใช่มั้ยหล่ะ จึงไม่อยากให้เธอไปทำงาน แบบนี้มันเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะ เฮอเฮอ........."
กู้ฮอนทำหน้าตาออดอ้อนออกมา ทำปากจู๋:"พ่อบุญธรรมคะ ท่านเข้าใจหนูผิดไปแล้วค่ะ ในฐานะเพื่อนสนิทของเธอ หวังอย่างยิ่งว่าอยากให้เธอมีชีวิตที่ดี และเคยคิดว่าอยากให้เธอเป็นเชฟ แต่ว่าท่านคิดดูสิคะเชฟส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย งานที่โรงแรมทั้งเหนื่อยทั้งลำบาก ร่างกายเธออ่อนแอทนไม่ไหวหรอกค่ะ อีกอย่างพ่อบุญธรรมดูสิคะ หน้าตาของเธอไม่ด้อยกว่าเราเลยนะ อยู่สถานที่แบบนั้นเรากลัวเธอถูกรังแกอ่ะค่ะ"
***
หลังโม้จิ่งเฉิงฟังจบขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งที่ลูกบุญธรรมพูดใช่ว่าจะไม่เป็นความจริง เขาก็เห็นด้วยและพยักหน้า:" ผู้หญิงออกมาทำงานต้องพบกับความยากลำบากตั้งมากมาย ดูท่าสิ่งที่เหมาะสมกับเธอก็คงมีแต่ต้องเป็นเจ้าของเองเท่านั้นแล้ว ถึงแม้ต้องลงไม้ลงมือทำเองทุกอย่าง แต่ว่ามันดีตรงที่ตัวเองสามารถตัดสินใจเองได้ เพียงแค่ใช้ฝีมือตัวเองก็สามารถสร้างธุรกิจของตัวเองให้สำเร็จแล้ว"
" พ่อบุญธรรมคะ ถึงแม้เค้าพูดกันแบบนี้ สำหรับพวกท่าน ต่างเป็นเจ้านายใหญ่กัน มีเงินเป็นหมื่นล้าน คิดจะทำอะไรก็ได้ สำหรับแอนนิหรือว่าพวกเราคิดจะเปิดร้านไม่ใช่่เรื่องง่ายเลยนะคะ อย่าว่าแต่ถ้วยชามกะละมังพวกนี้เลย แค่หน้าร้านก็ไมมีปัญญาเช่าแล้ว เจ้าของร้านตอนนี้ครึ่งปีก็ขึ้นค่าเช่าแล้วใครจะไปไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะซื้อเลยค่ะ" กู้ฮอนพูดอยู่พูดอยู่ สีหน้าทั้งโศกเศร้าทั้งถอนหายใจ
ขณะนี้ หวีหรูเจี๋ยที่อยู่ข้างๆเหมือนดูอะไรออก สีหน้ายิ้มแย้มพูดขึ้นมาว่า:" ฮอน หนูอย่าเล่นละครต่อหน้าพ่อบุญธรรมของหนูอีกเลย มีเรื่องอะไรขอร้องก็พูดกับเขาตรงๆไปเถอะ"
โม้จิ่งเฉิงฟังปุ๊บ รู้สึกตัวทันที หัวเราะและตบหัวตัวเองเบาๆ:"เฮอเฮอ เกือบถูกยายเด็กบ้าคนนี้ปั่นหัวซะแล้ว หนูเป็นลูกบุญธรรมของพ่อ แอนนิเป็นเพื่อนสนิทของหนูถ้าอย่างนี้ทุกคนถือว่าไม่ใช้คนนอกแล้ว มีอะไรอยากให้พ่อบุญธรรมช่วยเอ่ยปากเต็มที่เลย ขอแค่อยู่ในความสามารถของพ่อบุญธรรม พ่อบุญธรรมต้องสนับสนุนพวกหนูอย่างเต็มที่อยู่แล้ว"
เห็นว่าแผนการตัวเองถูกมองจนทะลุปรุโปร่งแล้วกู้ฮอนก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกแล้ว:" เฮอเฮอ อะไรก็ตามหนีสายตาอันแหลมคมของป้าหรูเจี๋ยไม่ได้เลยจริงๆ ฝีมือของแอนนิทุกคนได้เห็นกับตาแล้ว ปัญหาตอนนี้ก็คือจะช่วยเหลือเธอเปิดร้านอาหารของตัวเองอย่างไร....... "
"อ้อ พ่อบุญธรรมเข้าใจแล้ว เมื่อสักครู่หนูบอกว่าขาดแคลนเงินและหน้าร้านแพง อยากให้พ่อช่วยสนับสนุนสินะ? พูดเถอะ เอาเท่าไหร่กันแน่? "โม้จิ่งเฉิงพูดอยู่หยิบใบเช็คออกมาจากตัว:" ให้เจ็ดหลักกับหนู น่าจะพอแล้วนะ"พูดอยู่ กำลังจะลงมือเขียน
" พ่อบุญธรรมคะอย่ารีบเขียนสิคะ ถึงแม้เราต้องการเงิน แต่ว่าเราต้องการหน้าร้านมากกว่า"
" ความหมายของหนูคือ? "