ตอนที่ 904
บทที่ 904 ต้นไม้หวังอยู่นิ่ง แต่ลมกลับไม่หยุดพัก
October 28, 2026
บทที่ 904 ต้นไม้หวังอยู่นิ่ง แต่ลมกลับไม่หยุดพัก
ตั้งแต่ตอนที่กู้ฮอนออกมาจากตรงนั้น ใบหน้าเล็กๆ ของเขาก็ตึงแน่น ตอนที่กลับมาถึงห้องทำงาน ก็มีคนๆ หนึ่งนั่งรอเขาอยู่ในนั้นแล้ว
“ทำไมนายถึงพึ่งกลับมาตอนนี้ เห็นเลขาบอกว่านายไปหาเป่หมิงโม่ ดูท่าทางนายตอนนี้ น่าจะโดนเขาทำให้เสียหน้ากลับมาล่ะสิ”
เป่หมิงยี่เฟิงเงยหน้ามอง ถังเทียนจื๋อนั่งอยู่ตรงข้ามตำแหน่งของเขา เขากำลังนั่งไขว่ห้างแล้วก็ถือปากกาของเขาอยู่ด้ามหนึ่ง ดูเหมือนว่ากำลังเล่นอย่างสบายอกสบายใจมาก
ในตระกูลเป่หมิงนั้น คนแรกที่เขาไม่อยากจะเจอก็คือเป่หมิงโม่ ส่วนคนที่สองของคือเขา ตอนนี้ยังดี ที่เป่หมิงโม่ได้ถูกถอดไปทำหน้าที่อื่นแล้ว แต่ว่าในสายตาเขายังมีอีกคนที่น่ารำคาญมากยิ่งกว่า ก็คือเขานั่นแหละ
ถึงแม้ว่าจะเป็นเป่หมิงโม่ หากว่าไม่เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ ก็อาจจะโต้ตอบแค่ไม่กี่ประโยคแล้วก็กลับไป หรือว่าอาจจะต่อสู้กันสักหน่อย แต่ว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับถังเทียนจื๋อ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ก็คือ——ยอมเชื่อฟัง
นี่มันทำให้เป่หมิงยี่เฟิงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นหุ่นเชิดที่ถูกเขาควบคุม แม้ว่าในอนาคตจะสามารถแย่งตระกูลเป่หมิงมาจากมือของกู้ฮอนได้ ดูท่าทางตัวเองคงเป็นได้แค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้น คนที่คอยปกครองอยู่เบื้องหลังที่แท้จริงคือถังเทียนจื๋อมากกว่า
เฮ้อ ใครให้ตัวเองไร้ความสามารถตั้งแต่แรกกัน ตอนนี้สามารถเรียกได้ว่า “การเชิญเทพเจ้าเข้าบ้านเป็นเรื่องไหว้ แต่การจะไล่ออกไปนั้นเป็นเรื่องยาก” โดยแท้จริง
“ถูกแล้ว ฉันไปหาเป่หมิงโม่ แต่ว่านายเดาผิดแล้ว เขาไม่ได้มาทำงาน แถมฉันยังรู้มาอีกว่าเป่หมิงโม่ได้วางแผนระยะยาวให้กู้ฮอนมาเป็นประธานของตระกูลเป่หมิงแล้ว”เป่หมิงยี่เฟิงพูดพลางเดินอ้อมโต๊ะทำงาน แล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นถูใบหน้าของตัวเองไม่หยุด
ถังเทียนจื๋อได้ยินข่าวนี้แล้ว สิ่งที่แปลกใจมากกว่าก็คือปฏิกิริยาโต้ตอบของเป่หมิงยี่เฟิง เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วก็วางปากกาในมือลง
ตอนแรกเขาคิดว่า หลังจากเป่หมิงโม่ออกมาแล้ว เขาก็แค่เข้าควบคุมตระกูลเป่หมิง แล้วตัวเขาเองก็จะได้แข่งขันกับเขาอย่างครึกโครม และก็จะได้ใช้วิธีที่หลากหลายมาเพื่อแย่งตระกูลเป่หมิงมา
เขาได้วางแผนอย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วนมาเรียบร้อยแล้วด้วย
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าแผนตอนนี้ต้องถูกดองเอาไว้ก่อน กู้ฮอนจะได้รับผิดชอบทำหน้าที่ประธานของตระกูลเป่หมิงในระยะยาว ยังไงเขาก็ไม่สามารถสู้กับลูกสาวแท้ๆ ของอาจารย์ได้หรอก แม้ว่าอาจารย์จะอนุญาตก็ตาม แต่ว่าเขาเองก็รู้สึกทำไม่ลงอยู่เหมือนกัน
ดูเหมือนว่าต้องดูตามแผนระยะยาวซะแล้ว ดูว่าจะยังมีวิธีอื่นอีกไหม ต้องไม่ทำร้ายกู้ฮอนด้วย และก็ต้องแย่งตระกูลเป่หมิงมาให้ได้ด้วย
เขาหันหน้าไปมองหน้าที่เป็นทุกข์ของเป่หมิงยี่เฟิง เดิมทีจะเตะเขาออกไปก็ได้อยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่า ถ้าเกิดว่าเก็บเขาไว้ก็น่าจะมีประโยชน์อยู่มากมายเหมือนกัน อย่างน้อยก็สามารถยืมมือของเขามาจัดการกับกู้ฮอนได้ แบบนี้อย่างน้อยตัวเขาเองก็ไม่ต้องลงมือด้วยตัวเอง จะได้หลีกเลี่ยงความอึดอัดใจ
***
“ดูสถานการณ์ในตอนนี้ นายเตรียมแผนจะจัดการกับกู้ฮอนยังไง? ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่มาขวางทางที่น่าจะแย่งตระกูลเป่หมิงกลับมาแล้ว”ถังเทียนจื๋อนั่งหลังตรง จงใจพูดแบบนี้กับเป่หมิงยี่เฟิง
ตอนนี้เป่หมิงยี่เฟิงรู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก การปรากฏตัวของกู้ฮอนได้มาขวางมือขวางเท้าของเขา
“ตอนนี้ฉันยังจะมีวิธีอะไรได้อีก ได้แต่เดินไปก้าวหนึ่งแล้วค่อยมองก้าวต่อไป”
ถังเทียนจื๋อทำท่าทางเหมือนจะปลีกตัวจากเรื่องนี้ เขาลุกขึ้น บิดขี้เกียจ “ฉันเข้าใจความรู้สึกนายมากนะ เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตาว่ากำลังจะได้ทรัพย์สินที่ตกทอดจากบรรพบุรุษมา แต่ว่าก็ตกไปอยู่ในมือคนอื่นอีกครั้ง ที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อทำหน้าที่ผู้ช่วยของนายเท่านั้น ส่วนจะทำยังไงก็แล้วแต่นายตัดสินใจแล้วกัน”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินไปทางประตู
ตอนที่เขากำลังจะเปิดประตูนั้น ท่อนล่างของร่างกายพึ่งจะเดินออกจากห้องไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วก็หยุด แล้วก็หันหน้ากลับมาพูดกับเป่หมิงยี่เฟิง “ถ้าเกิดว่าฉันเป็นนาย ฉันจะลืมเรื่องในอดีตกับกู้ฮอนทั้งหมด ไม่ยังงั้น นายก็สามารถเป็นได้แค่พนักงานเล็กๆ ที่นี่เท่านั้น หลังจากนั้นก็จะโดนผู้หญิงที่ตัวเองเคยชอบ แต่ว่าตอนนี้เธอไม่ชอบนายแล้วควบคุมนายได้ตามอำเภอใจ แค่คิดถึงตรงนี้ ฉันก็รู้สึกเศร้าแทนนายแล้ว”
หลังจากพูดจบ ก็ได้ยินเสียงปิดประตู
คำพูดของถังเทียนจื๋อทิ่มแทงหัวใจของเป่หมิงยี่เฟิง เขากวาดเอกสารบนโต๊ะทำงานของเขาลงพื้นทันที
ตอนนี้ความโกรธของเขาพุ่งไปที่หน้าผากของเขา เขาไม่อยากจะถูกควบคุมแบบนี้ โดยเฉพาะกู้ฮอน
*
ถังเทียนจื๋อออกมาจากห้องทำงานของเป่หมิงยี่เฟิง แต่ว่าเขายังไม่ได้ออกไป ยังคงยืนอยู่หน้าประตูเหมือนเดิม และก็ได้ยินเสียงการกระทำจากด้านใน
หลังจากได้ยินเสียงเอกสารถูกกวาด ก็มีรอยยิ้มออกมาจากมุมปากของเขา ดูเหมือนกับว่ากลยุทธ์ยั่วยุของเขาเริ่มจะได้ผลแล้ว ต่อไปก็แค่รอดูว่าเขาจะสู้กับกู้ฮอนยังไง
เขาเดินอยู่ที่โรงจอดรถชั้นล่างอย่างสบายใจ เข้าไปนั่งในรถแล้วก็ค่อยๆ ขับออกจากบริษัทตระกูลเป่หมิงช้าๆ
“ อาจารย์ ดูเหมือนว่าเราต้องเปลี่ยนแผนแล้วล่ะครับ”
หลี่เชิน หลี่เชินสวมหูฟังบลูทูธ ยืนเอามือไขว้หลังอยู่ตรงหน้าต่าง มองไปยังเมืองที่ห่างไกล
“เปลี่ยนแผนงั้นเหรอ? เกิดอะไรขึ้น? ”
“ผมได้ยินเป่หมิงยี่เฟิงบอกว่า เป่หมิงโม่ได้ให้ฮอนบริหารบริษัทตระกูลเป่หมิงในระยะยาว ก็หมายความว่า ตอนนี้ฮอนเป็นประธานบริษัทตระกูลเป่หมิง
หลี่เชินสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่าวนี้เอาจริงๆ แล้วมันก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักหรอก
พอได้ยินว่าไม่มีเสียงตอบรับ ถังเทียนจื๋อก็รู้ทันทีว่าข่าวนี้คงทำให้อาจารย์ลำบากใจ “อาจารย์ครับ วางใจเถอะครับ ถึงแม้ว่าพวกเราไม่สามารถเริ่มแผนการนี้ได้ แต่ว่าผมได้เริ่มทำการแก้ไขบางอย่างแล้ว พอถึงเวลาเราก็จะยังบรรลุเป้าหมายของพวกเราอยู่ครับ”
หลังจากนั้น ถังเทียนจื๋อก็เล่าแผนการใหม่ของตัวเองให้หลี่เชินฟังอย่างละเอียด
“อืม อืม” หลี่เชินพยักหน้า “ก็ได้ ในเมื่อเรื่องราวมันมาถึงขั้นนี้แล้ว งั้นเรื่องนี้นายก็จัดการไปเลยนะ แต่ว่าต้องจำไว้ อย่าทำร้ายฮอนเข้าใจไหม”
“อาจารย์ วางใจเถอะครับ ผมจะไม่ให้ฮอนได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้ได้แม้แต่นิดเดียว”