ตอนที่ 916
บทที่ 916 คนเก่าแก่ตระกูลเป่หมิง
October 28, 2026
บทที่ 916 คนเก่าแก่ตระกูลเป่หมิง
“แน่นอนว่าคือออกไปเที่ยวสิครับ ผมเลยมาบอกป้าแอนนิ ว่าตอนเที่ยงพวกเราจะไม่กลับมากินมื้อเที่ยงไงครับ”
“พวกเรา? แม่ของเธอไม่ได้บอกให้เธอทำการบ้านให้เสร็จก่อนเหรอถึงจะออกไปได้น่ะ พอหล่อนไม่อยู่แค่เดี๋ยวเดียวแล้วไม่เชื่อฟังได้ยังไง ไม่ต้องกลัวเลยฉันจะบอกเรื่องนี้กับหล่อน รอจนแม่กลับมาให้มาจัดการเสียเลย”
หยางหยางหัวเราะฮ่าๆราวกับมีเครื่องรางคอยปกป้องก็ไม่ปาน : “ผมไม่กลัวหรอก วันนี้พอจะพาผมกับเฉิงเฉิงแล้วยังมีจิ่วจิ่วออกไปเที่ยวข้างนอก”
***
หลังจากฟังคำพูดของหยางหยางแล้ว แอนนิถึงได้เข้าใจ ที่แท้คือเป่หมิงโม่จะพาพวกเด็กๆออกไป นี่ถือว่าเป็นเรื่องในครอบครัว ถึงแม้ว่ากู้ฮอนจะสั่งห้ามอย่างชัดเจนก่อนไปทำงานว่าไม่ให้หยางหยางออกไปข้างนอก แต่ว่านี่คนเป็นพ่อออกปากพูดเอง
ตนเองในฐานะคนนอก พูดอะไรอีกก็จะดูไม่ดี
“หยางหยางมานี่หน่อยสิจ๊ะ” ลั่วเฉียวทักทายให้เขาเข้าไปในห้อง
“ป้าเฉียวเฉียวมีอะไรเหรอครับ?”
“จิ่วจิ่วไม่กลัวคุณพ่อแล้วใช่ไหม ทำไมเธอถึงยอมออกไปข้างนอกกับพวกเธอได้แล้วล่ะ ป้าอยากรู้ข้อนี้มากเลย ที่จริงแล้วคุณพ่อใช้เวทมนตร์อะไรหรือว่าสะกดจิตเธอด้วยวิธีไหนกัน?”
“ป้าเฉียวเฉียว นี่ไม่ใช่ความสามารถอันยอดเยี่ยมของพ่อเลยครับ แต่นี่คือความสามารถของผมกับเฉิงฉิง ไว้ถ้ามีเวลาว่างผมจะมอบให้กับป้าด้วยนะ ป้าจะได้ใช้มันถ้าหากคุณลุงไม่อยากออกไปข้างนอกกับป้าไงครับ”
*
ในที่สุด สี่คนพ่อลูกก็ออกเดินทาง เฉิงเฉิงและจิ่วจิ่วนั่งอยู่แถวหลัง และจิ่วจิ่วก็แอบเหลือบมองเป่หมิงโม่เป็นครั้งคราว
แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ไม่สามารถเล็ดรอดสายตาของเป่หมิงโม่ไปได้ พอมองไปที่กระจกหลังก็มองเห็นแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงในใจของเขามีความสุขอย่างมาก
“พ่อครับ เรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอ? ได้ยินมาว่าที่สวนสนุกมีของเล่นมาใหม่ด้วย” หยางหยางที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับมองไปยังถนนข้างหน้า และอยากจะรู้คำตอบจนรอแทบไม่ไหว
“ไปถึงแล้วพวกลูกก็จะรู้เอง” เป่หมิงโม่ยังคงควบคุมพวงมาลัยอย่างมั่นคง
*
เทียบกับการเดินทางอย่างมีความสุขของเหล่าพ่อลูกแล้ว กู้ฮอนในห้องทำงานของประธานแห่งบริษัทเป่หมิง กลับเหมือนนั่งอยู่บนเข็มแหลมก็ไม่ปาน
ในบางครั้งหลังจากที่อ่านเอกสารไปสองสามฉบับแล้ว สายตาก็จะมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าอย่างไม่ตั้งใจ และเอาแต่คาดเดาไม่หยุดว่าตอนนี้เป่หมิงโม่และพวกเด็กๆกำลังทำอะไรกันอยู่ในเวลานี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือจิ่วจิ่ว การปรากฎตัวของเขาดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับลูกสาวของเธอ ในฐานะของคนเป็นแม่เธอรู้อย่างชัดเจน แต่กลับไร้พลัง
ตอนนี้เธอถูกขังอยู่ที่นี่
กู้ฮอนทำได้เพียงปกปิดความวิตกกังวลของตัวเองด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า : “ไม่มีอะไร ทำงานต่อเถอะ” หลังจากพูดจบก็ก้มหน้าทำงานต่อ
นับว่าเป็นวันที่สองแล้วที่เธอได้เข้าสู่ตระกูลเป่หมิง ขั้นตอนการทำงานและเอกสารทั้งหมดควรจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ทำงานได้ดั่งใจคิด
แต่สุดท้ายกลับรู้สึกว่าไม่รู้จะลงมือทำยังไงดี
เหตุการณ์ในตอนบ่ายเมื่อวานนี้ ถือได้ว่าเป็น ‘ไม้พลองสังหาร’ ที่มอบให้กับตนเองที่เป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่
หากตนเองสามารถยืนหยัดอยู่ที่นี่ได้อย่างมั่นคง ถ้าอย่างนั้นต้องคิดหาวิธีการจัดการกับหัวหน้าแผนกเหล่านั้น อย่างน้อยเพื่อไม่ให้มีเหตุวุ่นวายต่างๆตามมา
คิดมาถึงตรงนี้ มีคนๆหนึ่งปรากฏขึ้นในความคิดของเธอเป็นอย่างแรก คนนั้นคือคนเก่าแก่ของตระกูลเป่หมิงที่ตบโต๊ะแล้วเดินออกไป
“ฉิงฮัว”
“คุณผู้หญิง มีอะไรเหรอ” ฉิงฮัววางงานในมือลง
“จู่ๆฉันก็อยากถามคุณสักหน่อย คนที่จู่ๆก็ออกไปจากที่ประชุมเมื่อวานนี้คือใครเหรอ?”
“คุณผู้หญิง ที่คุณพูดถึงคือ ลุงฉางชิ่ง เขาเคยอยู่เคียงข้างคุณท่าน เหมือนกับที่ผมคอยอยู่ข้างๆคุณแบบนี้แหละครับ หลังจากที่คุณท่านออกจากตระกูลเป่หมิงแล้ว ลุงฉางชิ่ง เองก็ว่างเช่นกัน เจ้านายเห็นว่าเขาเป็นคนเก่าแก่มีประสบการณ์อยู่กับนายท่านมาโดยตลอด เลยให้ตระกูลเป่หมิงสงวนตำแหน่งไว้ให้กับเขา จะบอกว่าตำแหน่งก็เป็นเพียงแค่ชื่อเท่านั้น ไม่มีอำนาจที่แท้จริง นอกจากนี้ในการประชุมของตระกูลเป่หมิง เขาสามารถเข้าร่วมได้ โดยไม่ได้บังคับว่าต้องเข้าร่วมทุกครั้ง แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเข้าร่วมการประชุมใหญ่เช่นเมื่อวานนี้มาก่อนเลย มันเลยน่าแปลกที่เขาอยู่ที่นั่นเมื่อวานนี้ด้วย และท้ายที่สุดยังทำให้ทุกคนไม่สบอารมณ์ในตอนจบด้วย”
***
ในที่สุดกู้ฮอนก็สรุปได้อย่างชัดเจนแล้วว่าลุงฉางชิ่ง คนนี้เป็นคนนิสัยแบบไหน และไม่มีผลกระทบอะไรต่อการทำงานในอนาคตของตนเอง
คิดว่าเป็นเช่นนี้แล้วก็ช่างมันเถอะ
*
วันนี้อากาศดีเหมาะแก่การท่องเที่ยวจริงๆ ภายในท้องฟ้าที่แจ่มใส แสงแดดอันอบอุ่นได้โปรยแสงสีทองลงบนท้องทะเลสีคราม ทำให้มีคลื่นสีทองเป็นหย่อมๆ