ตอนที่ 922
บทที่ 922 ผู้ชายคนนั้น
October 28, 2026
บทที่ 922 ผู้ชายคนนั้น
หัวหน้ากลุ่มโจรที่มีตัวประกันอยู่ในมือไม่มีทางยอมรับเงื่อนไขของเป่หมิงโม่ง่าย ๆ เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ในเมื่อคุณเดินอยู่ข้างบนทั้งเส้นทางสีขาวและสีดำ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรู้กฎของเส้นทางสีดำดีแล้วสินะ พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อทำเงิน แล้วเมื่อกี้นี้คุณก็เพิ่งทำลายธุรกิจของผม แบบนั้นแล้วคุณจะอธิบายอะไรหน่อยไหม นอกจากถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่เอาเงินก็ได้ พี่น้องของผมยังมีครอบครัวให้ต้องเลี้ยงดู...”
…
หัวหน้ากลุ่มโจรแสดงให้เห็นว่านอกจากตัวประกันในมือแล้ว เขามีคนอีกมากมาย ถ้าเกิดต้องต่อสู้กันแบบหนึ่งต่อหก เป่หมิงโม่ก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เป่หมิงโม่เองก็รู้ดีว่าเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และหากเขาลงมือก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คุณแม่และเด็ก ๆ จะได้รับบาดเจ็บ
มาถึงตอนนี้เป่หมิงโม่พี่ไม่เคยกลัวสิ่งใดมาตลอดจำเป็นต้องนำแนวทาง “ยอมโอนอ่อนเพื่อพิทักษ์แผ่นดิน” มาใช้
คำพูดของเขาเองก็เบาลงเล็กน้อย “ที่พวกแกพูดมาก็มีเหตุผล เอาอย่างนี้ไหม แกบอกตัวเลขมา ถ้าฉันรับได้ฉันจะเซ็นเช็คให้แกทันที คิดว่าไง”
“ยอดเยี่ยม!” หัวหน้ากลุ่มโจรแอบดีใจ ไม่คิดเลยว่าเขาขู่นิด ๆ หน่อย ๆ ผู้ชายตรงหน้าก็ยอมอ่อนข้อให้แล้ว ดูท่าแล้วหมอนี่คงเป็นพวกที่ชอบวางท่าใหญ่โตไปอย่างนั้นเอง
ในตอนนี้เอง หนึ่งในสมาชิกกลุ่มโจรก็เดินเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบข้างหูลูกพี่ใหญ่สองสามประโยคด้วยเสียงเบา
หัวหน้ากลุ่มโจรตกตะลึงก่อน จากนั้นเขาก็หันไปมองเป่หมิงโม่ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แล้วพูดกับคนคนนั้นด้วยเสียงเบา “แกแน่ใจนะว่าดูไม่ผิด”
ชายคนนั้นพยักหน้าด้วยสีหน้ามั่นใจ “ไม่ผิดแน่นอน ถ้าผมบอกผิดลูกพี่ให้ไอ้เด็กที่อยู่ในมือมาแทงผมได้เลย” เขาลงเดิมพันหนักแน่น
รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหัวหน้ากลุ่มโจร ยังรู้สึกปลาบปลื้มใจหลังจากถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง คนที่ ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่คนอีกต่อไป แต่เป็นลอตเตอรี่รางวัลใหญ่
เป่หมิงโม่มองคนสองคนที่กำลังกระซิบกระซาบกันเสียงเบา ทั้งยังหันมองมาที่เขาเป็นระยะ ๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขากำลังเริ่มพิจารณา
หัวหน้ากลุ่มโจรเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเป่หมิงโม่ “ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณก็น่าจะเป็นท่านประธานเป่หมิงโม่ของบริษัทเป่หมิงสินะ”
ตอนที่ถูกเรียกชื่อของตัวเอง เป่หมิงก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพของเขาเองก็เพิ่งจะปรากฏขึ้นทางทีวีเมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงที่แล้ว
ถ้าหัวหน้ากลุ่มโจรพวกนี้ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครอีก ก็ประหลาดมากแล้วจริง ๆ
“แกพูดถูก เป็นฉันเอง แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่ประธานอีกต่อไปแล้ว” เป่หมิงโม่ตอบกลับไปอย่างสบาย ๆ
หัวหน้ากลุ่มโจรส่ายหน้าและหัวเราะแห้งๆไปสองที “ท่านประธานเป่หมิงล้อกันเล่นแล้ว คุณอย่ามาทำเป็นร้องไห้ต่อหน้าคนจนๆนักเลย บริษัทเป่หมิงมีเงินมากมายจนใช้ไม่หมดไปจนชั่วอายุคน เงินพวกนั้นใช้กี่ชาติก็ใช้ไม่หมด พุ่งเข้ามาแบบนี้ มีใครมาบอกว่าไม่ต้องการก็ไม่ต้องการแล้ว มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ ”
“เมื่อวานพวกแกไม่ได้ดูข่าวหรือไง ฉันพูดชัดเจนแล้ว”
หัวหน้ากลุ่มโจรหันไปมองลูกน้องที่เพิ่งมากระซิบกับเขายังไม่อยากจะเชื่อ ชายคนนั้นพยักหน้าด้วยความมั่นใจ
เส้นสีดำสองสามเส้นปรากฏบนหน้าผากของเขาทันที เดิมทีคิดว่าการปรากฏตัวของเป่หมิงโม่ จะทำให้พวกเขานับว่าสามารถจับปลาตัวใหญ่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยกการซื้อขายนี้ให้คนอื่น
พระเจ้า นี่มันจะเล่นตลกกับเขามากเกินไปแล้ว
ไม่ได้ โบราณว่า “คิดจะขโมยแล้วจะกลับไปมือเปล่าไม่ได้” ในเมื่อเขาไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว งั้นก็เอาของที่อยู่กับตัวเขาไปแล้วกัน
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว หัวหน้ากลุ่มโจรก็ยิ้มอย่างใจเย็น จากนั้นก็ยกนิ้วโป้งไปทางเป่หมิงโม่ “ท่านประธานเป่หมิงช่างเป็นลูกผู้ชายดีจริง ๆ วงศ์ตระกูลที่มีมูลค่านับร้อยล้านบอกว่าไม่เอาก็ไม่เอาได้แล้ว แต่ว่านะ มีประโยคที่พูดกันว่า ‘อู่ผอม ๆ ที่ตายแล้วยังตัวใหญ่กว่าม้า’ ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังคงมีชื่อของตระกูลเป่หมิงอยู่ แม้ว่าจะไม่มี บริษัทเป่หมิงแล้ว ยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ร่ำรวยอยู่ดี ดังนั้นแล้วในเมื่อทุกคนต่างก็มีชะตากรรมเช่นนั้น คุณยอมกัดฟันสักหน่อย ก็พอให้พวกพี่น้องได้สนุกกับมันอย่างเต็มที่ ”
***
เป่หมิงโม่ยิ้มเล็ก ๆ “นี่ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ขอแค่พวกแกบอกตัวเลขมา ฉันจะเช็คให้” พูดพลางหยิบสมุดเช็คกับปากกาออกมาจากกระเพ่อเสื้อตัวนอก
พอได้เห็นสมุดเช็คพวกโจรก็ค่อนข้างที่จะตื่นเต้น พากันเช็ดไม้เช็ดมือ ราวกับเห็นหม้อต้มเนื้อร้อน ๆ วางอยู่ตรงหน้าตัวเอง เพียงแค่พวกเขายื่นมือออกไปก็จะสามารถกินจนริมฝีปากเต็มไปด้วยน้ำมันได้ทันที
คนที่ยังพอจะใจเย็นได้ก็คงมีแค่หัวหน้ากลุ่มโจร กวาดตามองพวกลูกน้องของตัวเอง แล้วพูดอย่างเคร่งขรึม “ดูท่าทางพวกนั้นของพวกแกสิ ท่าทางน่าเอือมระอาเหมือนไม่เคยเห็นเงินมาก่อน ไม่ใช่ว่าเมื่อ 2 วันก่อนฉันเพิ่งจ่ายเงินจะให้พวกแกไปหรือไง”
พอถูกลูกพี่ใหญ่ว่าแบบนี้แล้ว ทันใดนั้นก็พากันเงียบไปสองสามคน แน่นอนว่ายังมีคนบ่นออกมาได้เสียงเบาอย่างไม่พอใจ “แบบนั้นเรียกว่าเงินเดือนได้เหรอ กลับบ้านไปซื้อข้าวสารหนึ่งกระสอบกับน้ำมันหนึ่งถังก็หมดแล้ว...”
ทว่ายังพูดได้ไม่ทันจบ ก็ถูกสายตาของหัวหน้ากลุ่มโจรจนต้องกลืนคำพูดที่เหลือกลับไป
หัวหน้ากลุ่มโจรยกยิ้ม “พูดเรื่องจำนวนเงินน่ะมันง่าย พวกเราเองก็ไม่ใช่คนโลภอะไรขนาดนั้น สองคนนี้เป็นพ่อแม่ของคุณนะ” พูดพลางชี้ไปที่หวีหรูเจี๋ยกับโม้จิ่งเฉิง