ตอนที่ 925
บทที่ 925 ที่แท้นี่ก็เป็นการทำธุรกิจ
October 28, 2026
บทที่ 925 ที่แท้นี่ก็เป็นการทำธุรกิจ
ทว่าวันนี้เขามาปรากฏตัวที่นี่โดยไม่คาดคิด และกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรที่มีอาวุธครบมือ ช่างเป็นข่าวน่าตื่นเต้นที่มากันต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสายจริง ๆ
“คุณหนู...”ฉิงฮัวยังอดไม่ได้ที่จะเรียกกู้ฮอน
เป็นอีกครั้งที่เธอรู้สึกประหลาดใจ ว่าเธอเข้าใจเป่หมิงโม่ผิดไปจริง ๆ ที่เขาไม่รับโทรศัพท์เธอก็เพราะว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับพวกโจรอยู่ อีกทั้งยังกำลังต่อสู้อย่างเพียงลำพัง
กู้ฮอนทิ้งทุกอย่างที่อยู่ในมือ แล้วรีบหมุนตัววิ่งออกไปจากห้องทำงานทันที
*
“ว้าว! ที่แท้ก็เป็นเป่หมิงโม่นี่เอง ดูเหมือนว่าจริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้น่าเหลือทนขนาดนั้น แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายที่แท้จริง”ลั่วเฉียวรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เสียงเลยจึงดังขึ้นเล็กน้อย
“ชู่! ระวังจะทำให้ลูกตื่น ” แอนนิพูดเสียงเบา “ลั่วเฉียว ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้เธอกำลังดูถูกเป่หมิงโม่อยู่หรอกเหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนท่าทีซะแล้วล่ะ”
“กล่าวกันว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่รู้ตัวว่าผิดแล้วลงมือแก้ไข เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ท่าทีของฉันที่มีต่อเขาก็เลยเปลี่ยนไปเล็กน้อย คงจดจำปัญหาท่าทีของเขาที่มีต่อฮอนเอาไว้อยู่ เรียกว่าเป็นการแบ่งแยกความรักความเกลียดชังออกจากกันอย่างชัดเจน” ลั่วเฉียวพูดออกมาอย่างมีหลักการ
*
ณ ห้องโถงชมวิว ของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
เป่หมิงโม่หยิบบุหรี่จากกระเพ่อเสื้อใส่ปาก แล้วหยิบไฟแช็กขึ้นจุด
ตอนนี้เข้าในห้องโถงใหญ่เหลือเพียงแค่เขากับโจรอีกหกคน
เขาไม่ได้ถูกพวกมันใช้เชือกมัดเอาไว้ เพราะหัวหน้ากลุ่มโจรคิดว่าเขามีลูกน้องอยู่ในมือ มากเกินพอที่จะใช้จัดการคนเดียว
เป่หมิงโม่สูบบุหรี่อย่างสบาย ๆ เขาค่อย ๆ เดินไปที่หน้าต่าง แล้วก้มลงไปมองข้างล่าง “ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องใหญ่แล้วนะ พวกตำรวจมากันแล้ว”
“หึหึ ถ้าตำรวจมาก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วหรอ คิดอยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นอกจากนี้ตอนนี้พวกเราก็ยังมีคุณเป็นตัวประกัน เดาได้เลยว่ายังไงพวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเราแน่ คุณชายเป่หมิง ตอนนี้คุณเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา”
เป่หมิงโม่หันกลับมามองหัวหน้ากลุ่มโจรโจรด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ยังไงแกอยากจะพูดสุนทรพจน์อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็รอลงไปพูดกับพวกผู้สื่อข่าวข้างล่างสิ บอกว่าฉันเป็นตัวประกันของพวกแก อาจจะได้เป็นข่าวใหญ่ ชื่อเสียงกับพวกแกจะได้ดังกว่าฉันอย่างแน่นอน”
“เรื่องนี้ต้องอาศัยบุญวาสนาของคุณชายเป่หมิงแล้ว เอาล่ะ ตอนนี้คนก็ปล่อยไปแล้ว พวกเราก็กล้าที่จะทำการเรียกค่าไถ่อย่างเป็นทางการ...แบบนี้ก็ควรจะชำระบัญชีได้แล้วใช่ไหม”หัวหน้ากลุ่มโจรพูดพลางเตรียมรับเช็คอย่างฮึกเหิม
“ได้ เอาไปสิ ฉันเองก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำสักหน่อย” พูดพลางหยิบบุหรี่โยนลงไปในแก้วชาบนโต๊ะข้าง ๆ
หลังจากนั้นก็หยิบเช็คที่เพิ่งเขียนเสร็จออกมา แสดงท่าทีว่าให้หัวหน้ากลุ่มโจรมารับมันไป
เป่หมิงโม่และโจรทั้งหกคนคนยืนอยู่ขนานกันที่ริมหน้าต่าง ทว่ามีโต๊ะสองตัววางกั้นอยู่ตรงกลาง
เมื่อเห็นว่าเงินใกล้จะมาถึงมือแล้ว หัวหน้ากลุ่มโจรก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เขาเดินไปหาเป่หมิงโม่อย่างมีความสุข: "คุณชายเป่หมิงนี่สุดยอดจริงๆ...”
***
ผู้สื่อข่าวข้างในทีวีกำลังถือไมโครโฟน ด้านหลังของพวกเขาเป็นจอติดผนังขนาดใหญ่ ภาพบนนั้นเป็นข้อมูลการจากกล้องวงจรปิดในสวน
“ท่านผู้ชมทุกท่านคะ อดีตท่านประธานของบริษัทเป่หมิงคุณชายเป่หมิงโม่ยอมใช้ตัวเองเป็นตัวประกันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น จิตวิญญาณและคุณสมบัติเช่นนี้ช่างเป็นที่น่ายกย่องอย่างแท้จริง แน่นอนว่าเรากังวลเรื่องความปลอดภัยของเขามากเช่นกัน ที่ที่พวกเราเห็นกันอยู่ตอนนี้ก็คือศูนย์รักษาความปลอดภัยของสวนสนุก พวกเราสามารถดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในสวนสนุกได้จากที่นี่ เดิมทีที่นี่ก็ไม่ได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามา แต่หลังจากที่เราได้เจรจากับบุคคลระดับสูงแล้ว ในที่สุดพวกเราก็สามารถเข้ามาได้ จึงสามารถพาผู้ชมท่านเข้าไปดูอย่างใกล้ชิดว่าคุณชายเป่หมิงโม่จัดการกับคนร้ายทั้งหกคนนี้อย่างไร ตอนนี้พวกเรากำลังจะสลับหน้าจอกลับภาพทางกล้องวงจรปิดข้างในห้องโถงชมวิว ”
พูดจบภาพที่อยู่บนจอทีวีก็เปลี่ยนไปทันที สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือภาพข้างในห้องโถงชมวิว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียง แต่ก็สามารถเห็นทัศนียภาพข้างในได้อย่างชัดเจนทั้งหมด ภาพของเป่หมิงโม่กับโจรทั้งหกคนเช่นกัน ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาชัดเจนมาก ๆ
ตอนนี้เป็นตอนที่เป่หมิงโม่กำลังหยิบเช็คขึ้นมาส่งให้หัวหน้ากลุ่มโจรพอดี
*
“ฮ่า! ฉันว่าแล้วว่าทำไมเป่หมิงโม่ถึงยอมอยู่เป็นตัวประกัน ความจริงเขาคิดหาวิธีไถ่ตัวเองออกไปได้ตั้งแต่แรกแล้ว คำพูดที่ว่าแค่นี้เงินก็สามารถใช้ผีโม่แป้งได้นี่ไม่ผิดจริง ๆ เมื่อกี้ฉันยังคิดว่าเขาเป็น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นจิ้งจอกเฒ่าเสียมากกว่า”
“เดี๋ยวก็ชมเดี๋ยวก็ด่า ลั่วเฉียว ช่วยมีความมั่นคงหน่อยได้ไหม ไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะวางแผนอะไรไว้ แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถบรรลุจุดประสงค์ในการช่วยพวกเด็ก ๆ เอาไว้ได้แล้ว เขายอมถูกจับเป็นตัวประกัน เธอคิดว่าถูกจับเป็นตัวประกันแล้ว ขอแค่มีเงินก็จะไม่มีความเสี่ยงอะไรแล้วอย่างนั้นเหรอ เธอเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ ว่ามีคนร้ายตั้งกี่คนที่กำจัดตัวประกันทันทีที่ได้เงิน”
ลั่วเฉียวกะพริบตาอยู่หลายครั้ง สิ่งที่แอนนิพูดก็ดูเหมือนค่อนข้างที่จะมีเหตุผล “ถ้าอย่างนั้น เขาก็ต้องเสี่ยงอันตรายไม่น้อยเลยสินะ”
*