ตอนที่ 926
บทที่ 926 คนล่ะ
October 28, 2026
บทที่ 926 คนล่ะ
“เจ๋ง พ่อควรจะจัดการให้หนักแบบนี้แหละ แผนการแบบนี้ของพ่อ ครูโล่ก็เคยสอนผมไว้เหมือนกัน” ในเวลาขณะเดียวกัน เขาก็กำลังให้จดจ่อกับพัฒนาการของสถานการณ์อยู่ในรถของโม้จิ่งเฉิง
หยางหยางพูดพลางยกมือเล็ก ๆ ขึ้นมา เขาชอบเรื่องคึกคักแบบนี้เป็นที่สุด โดยเฉพาะตอนที่พ่อของเขาลงมือกับหัวหน้ากลุ่มโจรอย่างรวดเร็วนั้น นับได้ว่าเป็นการจัดการคนชั่วเพื่อตัวเอง
“เมื่อก่อนฉันก็เคยพูดไปแล้วนี่ ฉันไม่ชอบวิธีการปล้นของพวกเขาเป็นที่สุด ไม่มีเทคนิคอะไรไม่ว่าแล้วนะ แต่นี่ขนาดสมองก็ยังไม่มีอีก เฮ้อ...” หยางหยางถอนหายใจพลางส่ายหัว แสดงท่าทีว่าเขารู้สึกช่วยไม่ได้จริง ๆ
*
หัวหน้ากลุ่มโจรมองลูกน้องของตนเองค่อย ๆ วางของที่อยู่ในมือลงอย่างเชื่อฟัง ในหัวใจก็รู้สึกเสียใจทีหลังเป็นอย่างมาก ถ้าหากให้พวกลูกน้องคุมตัวเป่หมิงโม่ไว้ตั้งแต่แรก สถานการณ์ก็คงไม่เป็นแบบนี้ ตัวเขาจะต้องได้ครองตำแหน่งผู้นำอย่างแน่นอน ทว่าตอนนี้ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นทรัพย์สินในกระเพ่อของอีกฝ่ายไปแล้ว
ตอนที่เขากำลังรู้สึกเสียใจภายหลังอยู่ ก็ไม่ลืมที่จะรักษาสีหน้าที่ดูมีชีวิตชีวาไว้ บังคับใบหน้าที่บิดเบี้ยวให้ปรากฏรอยยิ้มออกมา “คุณชายเป่หมิง คุณชายเป่หมิงกำลังคิดจะทำอะไรกันครับ ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้นี้พวกเราตกลงกันแล้วเหรอ”
“หึ แกพูดเองนี้ว่าจะจับฉันเป็นตัวประกัน หลังจากช่วยพวกแกให้หนีออกไปได้ก็จะปล่อยฉัน”
“คุณชายเป่หมิง นั่นก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ ”
“ฉันอ่านสีหน้าเมื่อกี้นี้ของแกออกหมดแล้ว แกดีดลูกคิดรางแก้วไว้ได้ดีมาก เพียงแต่น่าเสียดายที่ถูกชั้นเดาออกทั้งหมด แม้ว่าพวกเราจะสามารถออกไปได้ พวกแกก็คงไม่ปล่อยฉัน บางทีอาจจะได้รับเงินก้อนโตจากครอบครัวของฉันอีกด้วย”
หัวหน้ากลุ่มโจรตกใจจนหน้าถอดสี “คุณรู้ความคิดผมได้ยังไง...ไม่ ไม่ ผมหมายถึงคุณชายเป่หมิงเข้าใจผิดแล้ว” เขาพูดแก้สิ่งที่เขาเพิ่งจะโพล่งออกมา
น่าเสียดายที่มันไม่ต่างอะไรกับการทำสิ่งที่เกินความจำเป็นจนทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ เลวร้ายลงไปอีก ยิ่งอธิบายก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
เป่หมิงโม่หัวเราะเสียงเย็น “เหมือนว่าการคาดเดาของฉันจะไม่ผิด แกตั้งใจวางแผนนี้มาตั้งแต่แรกแล้วสินะ ตอนนี้อำนาจการควบคุมอยู่ในมือของฉัน เรื่องเมื่อกี้นี้เป็นการระบายความโกรธแทนลูกชายฉัน แกทำกับเขาแบบนั้นทำให้ฉันโมโหเป็นอย่างมาก”
พูดจบเขาก็ออกแรงเพิ่มขึ้นอีกนิด
“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย…” หัวหน้ากลุ่มโจรส่งเสียงร้องเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงนี้ทำให้สมาชิกในกลุ่มโจรคนอื่น ๆ กลัวจนสั่นไม่หยุด
แม้ว่าคนพวกนี้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่อย่างไรพวกเขาก็เพิ่งจะได้เดบิวต์ ไม่เคยก่อคดีอะไรเป็นจริงเป็นจังด้วยซ้ำ วันนี้ลูกพี่ตั้งใจจะมาปล้นสวนสนุก แต่ผลสุดท้ายกลับเป็น ‘ยกทัพไปปราบศัตรู ไม่ทันได้รับชัยชนะก็ต้องตายไปเสียก่อน’ เสียอย่างนั้น
ตอนนี้ลูกพี่ถูกจับตัวเอาไว้แล้ว พวกเขายังจะสามารถทำอะไรกับเขาได้อีก
ตอนที่ได้ยินชื่อ ‘แก๊งสามจู๋’ หนึ่งในกลุ่มโจรก็รู้สึกคุ้นหูเล็กน้อย บวกกับหลังจากที่ลูกพี่ของตัวเองถูกคุมตัวไว้ เขาได้รับความสะเทือนจิตใจนิด ๆ ในที่สุดก็นึกเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาตะโกนราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน “ลูกพี่ ผมรู้แล้วว่า ‘แก๊งสามจู๋’ คืออะไร! ผมเคยได้ยินชื่อนี้ตอนที่เร่ร่อนอยู่กับพี่จิ่วเทียนแต่เมื่อกี้นี้นึกไม่ออก พวกเขาเป็นผู้มีอิทธิพลมือที่มีอำนาจบารมีสูงมากในยุโรป อเมริกา และในภาคเอเชียติดไม่ถึงว่าไอ้แก่คนนั้นจะรู้จักกับพวกเขา”
ตอนนี้หัวหน้ากลุ่มโจรที่ถูกควบคุมตัวอยู่ยังจะมีกะจิตกะใจรับรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรอีก เขาพูดด้วยสีหน้าขมขื่น “แกดูสิว่าฉันเป็นแบบนี้แล้ว รู้ไปแล้วจะยังไงต่อ”
“ลำบากแกแล้วจริง ๆ พกของมาแค่นี้ยังกล้าคิดมาปล้นคนอื่นเขา” เป่หมิงโม่พูดกับหัวหน้ากลุ่มโจรจบ เขาก็หันไปพูดกับหนึ่งในกลุ่มโจรที่เมื่อกี้นี้เพิ่งจะนึกเรื่อง ‘แก๊งสามจู๋’ ออกว่า “แล้วทำไมแกถึงไม่ไปกับจิ่วเทียนล่ะ”
สมาชิกกลุ่มโจรคนนั้นดูเศร้าซึมเป็นอย่างมาก “ครั้งหนึ่งตอนที่ผมออกไปปล้นธนาคารกับพี่จิ่วเทียน ก็เลือกธนาคารที่ขนาดค่อนข้างจะใหญ่ หลังจากที่พวกเราเข้าไปประกาศศักดาก็ได้รับเงินมา”
“เกิดอะไรขึ้น”
“ตอนนั้นผมอยู่ข้างนอก ได้ยินพวกพี่น้องเพิ่งจะเข้าไป ข้างในนั้นมีคนหลายสิบคนในนั้นกำลังทำธุรกิจกันอยู่ ผลลัพธ์ก็คือเป็นตอนนี้ตำรวจคนหนึ่งกำลังจะแต่งงานพอดี หลายสิบคนนั้นก็อยู่ในชุดลำลอง กำลังจะถอนเงินไปสมทบ นอกจากนี้พวกเขายังมีปืนติดตัว...ผมเห็นท่าไม่ดีก็เลยรีบหนีมา...”
ท้ายที่สุดสมาชิกกลุ่มโจรคนนั้นก็ไม่ได้พูดต่ออีก...
“คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะเป็นดาวนพเคราะห์ของฉัน!” หัวหน้ากลุ่มโจรฟังจบก็แทบจะกระอักเลือดออกมา
เป่หมิงโม่รู้ไม่ว่าเขาควรจะประเมินสิ่งเรื่องน่ามหัศจรรย์พวกนี้อย่างไรดีแล้ว “โอ้ ฉันเองก็เห็นใจแกเหมือนกัน เป็นหัวหน้าทั้งทีแต่กลับต้องมาเจอลูกน้องแบบนี้” พูดจบเขาก็ปล่อยมือหัวหน้ากลุ่มโจร
หัวหน้ากลุ่มโจรตะลึงไปชั่วขณะ “คุณชายเป่หมิง คุณคิดจะทำอะไร ทำไมถึงปล่อยผมล่ะ”
เป่หมิงโม่ค่อย ๆ ก้าวไปที่ประตูโดยไม่หันกลับมามองเขา จากนั้นก็ทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า “บางครั้งฉันก็ใจดี พวกแกก็พยายามใช้โอกาสก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจคิดหาวิธีออกไปซะสิ”
ใครจะไปคิดว่าหัวหน้ากลุ่มโจรจะวิ่งไปถึงตัวเป่หมิงโม่ในไม่กี่ก้าว “ตึง” จากนั้นก็คุกเข่าลงทันที สีหน้าไม่น่ามองยิ่งกว่าตอนที่เขาถูกควบคุมตัวไว้เสียอีก
“คุณชายเป่หมิง คุณจับพวกเราส่งตำรวจเถอะ พวกเราชดใช้ให้ ‘แก๊งสามจู๋’ ไม่ไหวหรอกนะ...”
*
ภาพที่ส่งมาจากกล้องวงจรปิดทำให้ผู้คนงุนงงสับสนเล็กน้อย เกิดเรื่องอะไรระหว่างเป่หมิงโม่กับกลุ่มโจรพวกนั้นขึ้นกันแน่ เดี๋ยวทำธุรกิจกัน เดี๋ยวโกรธกัน พอตอนนี้อยู่ดี ๆ ก็คุกเข่าลง...
ลั่วเฉียวขมวดคิ้ว “เป่หมิงโม่กำลังเล่นบ้าอะไรอยู่กันแน่”
อย่าว่าแต่ลั่วเฉียว เพราะแม้แต่แอนนิเองก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ ดูจากสีหน้าที่เปลี่ยนไปของแต่ละคนแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังเปิดปากพูดอะไรไม่หยุด จะต้องมีเนื้อหามากมายอยู่ข้างในนั้นอย่างแน่นอน เพียงแต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดไม่สามารถที่จะจับเสียงได้ ดังนั้นนอกจากคนที่อยู่ที่เกิดเหตุแล้ว ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือกำลังพูดอะไรกันอยู่ คนอื่น ๆ ไม่มีทางที่จะรู้ได้
*
ที่หน้าประตูใหญ่ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันอย่างแน่นหนา และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้