ตอนที่ 973
บทที่ 973 ผู้สูงส่งมักจะลืมตัว
October 28, 2026
บทที่ 973 ผู้สูงส่งมักจะลืมตัว
แม้แต่เป่หมิงยี่เฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยังรู้สึกหมดแรงขึ้นมาบ้าง ที่เขาตามมาด้วยหลัก ๆ ก็เพราะว่าตามมาดูเรื่องสนุก ถึงแม้เขาจะไม่อยากเห็นกู้ฮอนโดนบีบบังคับ แต่ว่าถ้าคิดจะทำการใหญ่แล้วละก็ ก็จะต้องห้ามมีความสงสารมากนัก และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาไปหาติงฉางชิ่งเพื่อต่อรองแต่แรก
ในที่สุดวันนี้ติงฉางชิ่งก็เดินมาถึงก้าวนี้ แต่ว่าสิ่งที่เกินคาดคือ ตอนแรกนี่ถือว่าเป็นหมากดีกระดานหนึ่ง แต่กลับมาทำเกินไปหน่อย อย่างที่หนึ่งคือตัวติงฉางชิ่งเองไม่ได้ปลดปล่อยความเกลียดชังของเขาออกมาตั้งแต่แรก และในช่วงตอนหลังนั้นยังได้ทำเรื่องราวมากมายที่ทำให้คนวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างง่าย ๆ แล้วอย่างที่สองคือเลือกคนมาก่อกวนผิดคนแล้ว……
โดยรวมแล้วคือใช้ทหารได้ไม่ดีเอง
ตอนนี้กู้ฮอนยังโยนหัวข้อกลับมาให้พวกเป่หมิงยี่เฟิงอีก นี่ไม่ใช่จะให้พวกเขาแสดงท่าทีที่ชัดเจนออกมาเหรอ ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของกู้ฮอนแล้วละก็ ก็ต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอ และที่สำคัญติงฉางชิ่งก็เป็นคนไม่มีเหตุผลก่อนจริง ๆ
แต่ว่าถ้าเห็นด้วยกับกู้ฮอนและยังมามีบทบาทเป็นพยานให้เธออีกแล้วละก็ อย่างงั้นพวกเขาก็ถือว่าต้องผิดใจกับติงฉางชิ่งแล้ว……
นี่มันถือว่าขี่อยู่บนหลังเสือแล้วลงไม่ได้ชัด ๆ
สายตาของกู้ฮอนมองไปทางเป่หมิงยี่เฟิง “หัวหน้าเป่หมิง พวกเขาไม่เชื่อที่ฉันพูด ในฐานะที่คุณเป็นหัวหน้าแผนกคนหนึ่งและได้เข้าร่วมการประชุมนั้นแล้ว และที่สำคัญคุณยังเป็นสมาชิกของตระกูลเป่หมิงอีกด้วย คนส่วนใหญ่น่าจะเชื่อคุณมากกว่าฉัน ตอนนี้ก็รอแค่ให้คุณมาพูดกับพวกเขาสักหน่อย”
“นี่……” สำหรับเป่หมิงยี่เฟิงนี่มันโยนไก่ย่างต้องหักคอให้เขาแล้วจริง ๆ เขามองไปที่พวกคนที่มาก่อกวน ในใจก็คิดขึ้นว่า : เรื่องมันเสียก็เสียก็เพราะว่าเสียมาจากตัวพวกแกแหละ
“ที่ประธานกู้พูดมานั้นไม่ผิด ลุงฉางชิ่งได้ทำเกินไปแล้วจริง ๆ และที่สำคัญฉันก็เห็นด้วยกับความคิดและการกระทำของประธานกู้”
คำพูดประโยคนี้ของเป่หมิงยี่เฟิงถือว่าได้สาดน้ำเย็น ๆ หนึ่งกะละมังใส่หัวกลุ่มคนพวกนี้อีกครั้ง ในใจพวกเขานั้นเข้าใจชัดเจนดีว่า เป่หมิงยี่เฟิงนั้นจ้องตำแหน่งประธานมาตลอด ตามหลักแล้วเขาน่าจะมาร่วมวิจารณ์กู้ฮอนด้วยไม่ใช่เหรอ จากนั้นก็ร่วมแรงร่วมใจกับทุกคนช่วยกันผลักกู้ฮอนให้ตกไปจากตำแหน่งประธานกรรมการ
แต่ว่าอยู่ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เป่หมิงยี่เฟิงกลับมากลับลำซะนี่ ในสายตาของคนส่วนหนึ่ง กลับยิ่งรู้สึกว่าเป่หมิงยี่เฟิงนั้นช่างหน้าตัวเมีย เพียงแต่ว่าในเมื่อตอนนี้เขาไปเป็นพยานให้กู้ฮอนแล้ว ยังมีอะไรให้น่าพูดต่ออีก
แต่ว่านอกจากเรื่องนี้แล้วพวกเขายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถจู่โจมให้ประชิดเข้าไปอีก และแน่นอนคนที่พูดก็ยังเป็นแกนนำคนเมื่อกี้ที่โดนกู้ฮอนพูดขัดจนไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่ประโยคเดียวคนนั้น “ประธานกู้ ถึงแม้ว่าที่คุณพูดมาจะมีเหตุผล แต่ว่าคุณทำแบบนี้จะให้ลุงฉางชิ่งเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่ว่ายังไง คุณก็ควรต้องไปขอโทษเขาสักหน่อย”
ในเมื่อกู้ฮอนถือไพ่เหนือกว่าแล้ว ทำไมยังต้องพวกเขาพูดอะไรก็คืออะไรล่ะ “ทำไมฉันจะต้องไปขอโทษเขาด้วย? คนที่ทำผิดคือเขาไม่ใช่ฉันสักหน่อย ถ้าจะต้องขอโทษแล้วละก็ ก็ควรจะเป็นเขาที่มาขอโทษฉัน”
นี่มันไม่ดีแล้ว เรื่องราวถูกพูดจนถึงทางตันแล้ว
“ประธานกู้ งั้นคุณสามารถให้คำอธิบายกับเราเรื่องทำไมถึงไม่เข้าร่วมการประกวดราคาของรัฐได้ไหม? ในใจพวกเราต่างก็รู้ดีว่า ครั้งนี้ที่รัฐทำนั้นมันเป็นโครงการใหญ่เลยนะ บริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากมายในประเทศเขาก็ได้เริ่มเตรียมตัวกันแล้ว สถานการณ์ของบริษัทเป่หมิงของเราตอนนี้ ผมคิดว่าคุณก็น่าจะรู้ดี ในมือมีแค่งานวิศวกรรมสองงานที่กำลังเก็บรายละเอียดอยู่แล้วก็ไม่มีงานอื่นให้ทำแล้ว ด้วยชื่อเสียงของบริษัทเป่หมิงของเรา ถ้าไปร่วมประมูลแล้วละก็ โอกาสชนะก็มีสูงอยู่แล้ว ในฐานะที่คุณเป็นประธานไม่ได้คิดเผื่อบริษัทเป่หมิง และไม่ได้คิดเผื่อพนักงานอย่างพวกเราบ้างเลยเหรอ?”
***
ปัญหาที่กู้ฮอนไม่อยากจะเผชิญหน้าที่สุดก็คือปัญหานี้ เพราะว่าคนคนนั้นพูดได้ไม่ผิด ไม่ว่าจะด้านความรู้สึกหรือด้านเหตุผลแล้ว ถ้าบริษัทเป่หมิงเข้าร่วมการประกวดราคาของรัฐนั้นมีแต่ได้เห็น ๆ ไม่มีเสียสักนิด
และที่สำคัญ การเผชิญหน้ากับการส่งราคาเข้าประมูลกับรัฐนั้น บริษัทเป่หมิงก็มีประสบการณ์มามากมาย และยังมีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาเยอะแล้วอีกด้วย ถ้าหากเข้าร่วม พูดไม่ได้ว่าโอกาสชนะมีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็มีเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ได้
ความน่าจะเป็นแบบนี้หรือกระทั่งสามารถเมินเฉยอีกยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์นั้น
โครงการที่ใหญ่แบบนี้ มันเป็นสิ่งที่พนักงานบริษัทเป่หมิงทั้งบนทั้งล่างต่างก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยทั้งนั้น
ในเมื่อมีคนเอ่ยหัวข้อนี้ขึ้นมา กู้ฮอนก็ไม่อาจหลบเลี่ยงได้แล้ว โดยเฉพาะเวลาแบบนี้ ถ้าตัวเองหมุนตัวจากไปแล้วละก็ ความโกรธเกลียดของผู้คนที่สงบลงไปเมื่อกี้ก็จะลุกฮือขึ้นอีกครั้งแน่ นี่คงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดสักเท่าไหร่
แต่ว่าควรจะตอบพวกเขาว่ายังไงดีล่ะ? หรือจะต้องบอกไปตรง ๆ เลยว่าผู้อำนวยการโกวที่รับผิดชอบการก่อสร้างโครงการวิศวกรรมคนนั้น เป็นแค่สุภาพบุรุษจอมปลอมเหรอ? และเมื่อไม่กี่วันก่อนตัวเองยังเกือบจะโดนเขาทำมิดีมิร้าย ‘ใต้โต๊ะ’ แล้วด้วยงั้นเหรอ?
ถึงแม้จะพูดไปอย่างนี้ แล้วจะมีใครยอมเชื่อล่ะ และอีกอย่าง ‘ใต้โต๊ะ’ แบบนี้นั้นเป็นสิ่งที่หลาย ๆ บริษัทอยากจะได้แต่กลับไม่ได้
เห็นกู้ฮอนดูเหมือนมีท่าทีลำบากใจแล้ว เป่หมิงยี่เฟยก็รู้สึกว่านี่คงจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่ตัวเองจะปล่อยไม้เด็ดแล้ว ตอนนี้ก็ไม่กลัวว่าจะต้องสู้ตาต่อตาฟันต่อฟันกับกู้ฮอนแล้ว
คนพวกนี้ก็ดูออกว่าที่กู้ฮอนอ้ำอึ้งพูดไม่ออกนั้น จะต้องมีปัญหาแน่ ๆ เสียงกระซิบกระซาบกันดังขึ้นเป็นระลอก ๆ แกนนำคนนั้นกำลังเริ่มกำไม้กำมือ เตรียมจะต่อว่าเธอให้หนัก เพื่อแก้แค้นทั้งหมดของเมื่อกี้
“ทุกคนเงียบก่อน……” เป่หมิงยี่เฟิงเดินเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และโบกไม้โบกมือให้พวกเขาสงบลง
นี่มันหน้าตาของคนตระกูลเป่หมิง คนส่วนใหญ่ก็ต้องไว้หน้าอยู่แล้ว พวกเขาก็เลยค่อย ๆ เงียบเสียงลง และสายตาก็มองไปที่เขาอย่างพร้อมเพรียง