ตอนที่ 974
บทที่ 974 สวัสดี พยาธิตัวกลม
October 28, 2026
บทที่ 974 สวัสดี พยาธิตัวกลม
“ประธานกู้ ถ้าหากคุณกังวลว่าผมจะใช้ชื่อเสียงของบริษัทเป่หมิงมาทำผลประโยชน์อะไรให้กับตัวเองแล้วละก็ ผมสามารถประกาศตอนนี้ได้เลยว่า : ถ้าหากบริษัทของผมชนะการประมูลแล้ว ผมจะมอบผลกำไรทุกอย่างให้กับบริษัทเป่หมิง ในเมื่อผมก็ยังเป็นคนของตระกูลเป่หมิงอยู่ ถอยหนึ่งหมื่นก้าวมาพูด บริษัทเป่หมิงเป็นสิ่งที่คุณปู่ของผมก่อสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก จะว่ายังไงดีละไม่ว่ายังไงผมก็คงไม่กินอยู่ข้างในแล้วกลับเอาผลประโยชน์ไปไว้ข้างนอกหรอก”
“ฮวน คุณวางใจเถอะ ถ้าหากยี่เฟิงกล้าทำเรื่องอะไรที่ทำให้บริษัทเป่หมิงเสียเปรียบขึ้นมา ถึงคุณจะไม่เอาเรื่อง ผมก็ต้องตีเขาให้ขาหักเอง” เป่หมิงเฟยหย่วนได้โอกาสก็รีบพูดเสริมขึ้น
ดูท่าเรื่องนี้ก็คงต้องทำตามแบบนี้แล้ว ตอนนี้ตัวเองถือว่าเป็นพรรคส่วนน้อยแล้ว ถ้าหากยังจะยืนการจะทำใจตัวเองอย่างเดียวแล้วละก็ คาดว่าคงจะไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำให้ผู้คนโกรธแล้ว เบื้องหลังพวกเขาอาจจะทำให้ทั้งบริษัทเป่หมิงวุ่นวายไปเลยก็เป็นได้ และอีกอย่าง ตอนแรกที่เธอไปพบผู้อำนวยการโกวที่โรงพยาบาลนั้น เขาได้พูดไว้แล้วว่าจะต้องหาเรื่องบริษัทเป่หมิงแน่นอน ถ้าทำแบบนี้ก็อาจจะเป็นทางออกอีกทางก็เป็นไปได้
เรื่องยุติคนก็สงบ เรื่องยุติคนก็สงบเถอะ……
เธอมองเป่หมิงยี่เฟิงทีหนึ่ง “หัวหน้าเป่หมิง ในเมื่อคุณให้คำมั่นสัญญาต่อหน้าทุกคนแล้ว งั้นก็ต้องทำให้เป็นจริง คุณเองก็พูดแล้ว นี่เป็นสิ่งที่คุณปู่เหลือทิ้งไว้ คงไม่อาจให้วิญญาณที่อยู่บนสวรรค์ของท่านผิดหวังหรอกนะ”
เป่หมิงยี่เฟิงยิ้มขึ้นอ่อน ๆ เป้าหมายของตัวเองถือว่าทำสำเร็จแล้ว “ประธานกู้ คุณวางใจเถอะ เรื่องการประมูลคุณไม่ต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ผมจะทำให้สำเร็จเอง” หลังจากนั้นก็หันไปพูดกับคนอื่น ๆ ต่อ “เรื่องราวได้คุยกันเสร็จแล้ว ทุกคนก็สลายกันไปเถอะ กลับไปตั้งใจทำงานกันดี ๆ”
เขากลายเป็นเหมือนประธานที่แอบซ่อนอยู่ของบริษัทเป่หมิงไปโดยปริยาย ผู้คนที่มาก่อกวนก็เหมือนกับไว้หน้าเขา รีบสลายตัวไปอย่างรวดเร็วจนไม่เหลือใครไว้สักคน
“หัวหน้าเป่หมิง ไม่นับถือคุณไม่ได้แล้วจริง ๆ แค่ง่าย ๆ ก็สามารถจัดการเรื่องนี้ได้แล้ว และที่สำคัญยังได้ใจผู้คนไปไม่น้อย นี่สามารถถือได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย” ถึงแม้กู้ฮอนจะไม่สงสัยว่าเขาเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ว่าเขากลับกลายเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด
“ประธานกู้ คุณพูดแบบนี้ช่างปรักปรำผมแล้ว ที่ผมทำก็เพื่อบริษัทเป่หมิงทั้งนั้น ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ถือว่าจบลงได้อย่างสมบูรณ์แล้ว อย่างนี้ผมกลับบ้านได้แล้วใช่ไหม” พูดจบ เขาก็เดินไปตรงหน้าพ่อแม่ “พ่อ แม่ เรากลับบ้านกันเถอะ”
*
“เป่หมิงโม่ ห้องไต่สวนของเรานี้เกือบจะกลายเป็นห้องทำงานของนายไปแล้วนะ นี่สองสามวันก็มีคนมาหานายที หรือไม่ฉันส่งข้อความไปรายงานเบื้องบน ให้นายไม่ต้องเปลี่ยนที่แล้ว นายก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ที่นี่ของเราไปเลยดีไหม” ผู้คุมเรือนจำเดินไปกับเขาและพูดขึ้นอย่างสนุกสนานไปด้วย
เป่หมิงโม่มองเขาแล้วยิ้มอ่อน ๆ “ถ้าได้อย่างนี้ก็ดีที่สุดนะซิ ในเมื่อห้องนั้นผมเริ่มรู้สึกว่ามันเล็กไปหน่อยแล้ว”
“งั้นฉันจะรายงานให้เบื้องบนจริง ๆ แล้วนะ ในเมื่อก็แค่เพิ่มกรงเหล็กเข้าไปที่หน้าต่างก็พอแล้ว”
“ผมว่าถึงคุณจะพูดไปแล้ว ก็คงต้องหน้าดำคร่ำเครียดกลับมาแน่เลย ผมว่าผมยังไม่ต้องมีความคาดหวังแบบนี้ก่อนดีกว่า”
ผู้คุมเรือนจำก็พยักหน้าอย่างจำยอม “งั้นก็คงต้องลำบากนายแล้ว นายอยู่ที่นี่ก็คิดซะว่าย้อนรำลึกถึงความขมขื่นในอดีตแล้วก็มีความสุขกับปัจจุบันเถอะนะ ไม่ช้าก็เร็วนายจะต้องได้กลับไปบ้านที่หรูหราฟู่ฟ้าที่ผู้คนมากมายต่างก็อิจฉาแน่ ๆ ”
“กลับบ้าน……” เป่หมิงโม่อ่านคำนี้เงียบ ๆ หนึ่งรอบ คำที่คุ้นเคยและแปลกหน้า สำหรับเขาแล้ว ถึงแม้จะร่ำรวยล้นฟ้า แต่ว่าจะมีที่ไหนที่เป็นบ้านของตัวเองได้ล่ะ?
***
พอเห็นเป่หมิงโม่อยู่ ๆ ก็เงียบไป ผู้คุมก็เหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมา แล้วตบไหล่ของเขาเบา ๆ อย่างเห็นอกเห็นใจ “คนรวยแบบพวกนายนี่ก็เป็นแบบนี้แหละ สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปเขาขาดและอยากได้กัน แต่เหมือนว่าพวกนายจะมีกันหมด แต่ว่ายังไงก็ยังขาดสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปอย่างเราไม่ขาดที่สุดนั้นก็คือ…..ความจริงใจ”
ในส่วนนี้นั้น เป่หมิงโม่ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ เพราะว่าอยู่ในตระกูลของเขานั้น ทั้งสองสิ่งนี้ก็ล้วนมีอยู่ทั้งนั้น ไม่พูดถึงคนรุ่นก่อน แค่พี่น้องต่างมารดาทั้งสองคนของตัวเองก็เป็นแบบนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ
เป่หมิงเฟยหย่วนและหลันเนี่ยน พวกเขานั้นถือได้ว่าคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้ว ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาจะแย่งหุ้นทั้งหมดของเป่หมิงเฟยหย่วนไปแล้วก็ตาม และที่สำคัญยังไล่เขาออกจากตระกูลเป่หมิง แล้วก็อยู่สถานการณ์อย่างนั้น หลันเนี่ยนก็ยังไม่ทิ้งเขาไป ที่จริงหลันเนี่ยนถึงจะมีอายุหน่อยแล้ว แต่ถ้าเทียบกับคนที่อายุเท่ากันแล้วหน้าตาก็ยังถือว่าดูดีมาก ถ้าจะบอกอายุน้อยไปอีกสักสิบปีก็ยังมีคนเชื่ออยู่ดี
แต่เจ้าสามเป่หมิงยันนั้นก็ต่างกันแล้ว คนที่เข้ามาเกี่ยวพันกับเขานั้น ไม่มีความจริงใจที่แท้จริงให้กันสักคน มาเพื่อหวังเงิน เพื่อหวังสิ่งที่อยากได้……ไม่ว่ายังไงคือไม่มีใครที่จริงใจเลยสักคน
เมื่อมาถึงตัวเองแล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นซูยิ่งหวั่น หรือ เฟยเอ๋อ….. ก็เทียบกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้……กู้ฮอน ที่น่าตลกคือระหว่างเขากับกู้ฮอนพวกเขาไม่เคยมีความเข้าใจใด ๆ ต่อกันมาก่อนก็มีลูกกันแล้ว และความเข้าใจต่อตัวเธอนั้นก็เพิ่งมาเริ่มต้นจากตอนหลังทั้งนั้น
เป่หมิงโม่เพิ่งคิดมาถึงตรงนี้ ก็ได้ยินผู้คุมพูดขึ้นมาอีกว่า “ที่จริงดวงนายก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ไม่พูดถึงคนอื่น แค่พูดถึงคนที่มาเยี่ยมนายสองสามวันครั้งคนที่ชื่อกู้ฮอนนั้น ฉันรู้สึกว่าพวกนายสองคนก็ดูค่อนข้างเหมาะสมกันดีนะ ถึงแม้พวกนายจะไม่ได้แต่งงานกัน แต่ระหว่างพวกนายก็มีลูกกันแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นสามีภรรยากันแล้วล่ะ”
ประโยคนี้พูดได้จี้ใจเขามาก ๆ เขามองไปที่ผู้คุมแล้วพูดง่าย ๆ คำหนึ่งว่า “สวัสดี พยาธิตัวกลม”
ผู้คุมรู้สึกหน้าเย็นวาบขึ้นมาทันที แต่ว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเขาก็ไม่ช้า แสร้งทำเป็นอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วพูดขึ้นว่า “ยังโอเค ยังโอเค”
*
เป่หมิงโม่มองกู้ฮอนที่นั่งอยู่ตรงหน้า แล้วเห็นสีหน้าของเธอไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่ ที่จริงทุกครั้งที่เขาเจอกู้ฮอนนั้น มันเหมือนว่าปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกจาง ๆ ชั้นหนึ่งเอาไว้
ภาพแบบนี้เขาช่างคุ้นเคยมากแล้ว
ในเวลาเดียวกันกู้ฮอนก็กำลังคิดว่าจะเปิดปากพูดกับเขายังไงดี ประธานแบบเธอนี้ช่างเป็นได้น่าขายหน้ามาก เวลาเจอปัญหาก็แก้ไขด้วยตัวเองได้น้อยมาก นอกจากต้องลำบากฉิงฮัวแล้ว ก็ต้องคอยมาขอให้เป่หมิงโม่ช่วยคิดวิธีแก้ปัญหาอยู่ตลอด