ตอนที่ 975
บทที่ 975 มีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ
October 28, 2026
บทที่ 975 มีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ
ตอนแรกก็คือจะมาหาเป่หมิงโม่เพื่อช่วยคิดหาวิธีบีบบังคับเป่หมิงยี่เฟิง แต่ว่าความหวังยิ่งสูงความผิดหวังก็ยิ่งเยอะ
*
ทางด้านนี้ เป่หมิงยี่เฟิงกำลังขับรถของตัวเองอยู่และฮัมเพลงไป เป่หมิงเฟยหย่วนและหลันเนี่ยนที่นั่งอยู่เบาะหลังมองลูกชายด้วยสายตาที่มีแววเป็นกังวลแฝงอยู่
สายตาแบบนี้ ทำไมเป่หมิงยี่เฟิงถึงจะสังเกตไม่เห็น เขากวาดตามองกระจกมองหลังทีหนึ่งแล้วพูดว่า “พ่อกับแม่นี่เป็นอะไรกัน หรือว่าไม่ดีใจกับผมด้วยเหรอ ผมว่าอีกไม่นานบริษัทเป่หมิงก็ต้องกลับมาอยู่ในมือของพวกเราใหม่อีกครั้งแน่นอน”
สำหรับคำพูดของลูกชาย ไม่ว่าจะเป็นเป่หมิงเฟยหย่วนหรือว่าหลันเนี่ยน พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรสักนิด เพราะไม่ว่ายังไงพวกเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้หักหลังตระกูลเป่หมิง
อีกบริษัทหนึ่งแย่งความรุ่งเรืองชักนำจิตใจผู้คน ถึงแม้มองไปแล้วสุดท้ายผลประโยชน์ก็ยังคงเป็นของบริษัทเป่หมิง แต่ว่าความรู้สึกมันได้เปลี่ยนไปแล้ว
“ยี่เฟิง ที่แกทำแบบนี้เรารู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วย และสำคัญ แกมั่นใจมากขนาดนี้เลยเหรอว่าแกจะชนะการประมูลได้? ไม่ใช่ตอนนี้ให้คำมั่นสัญญาเต็มปากเต็มคำ แต่พอถึงสุดท้ายกลายเป็นจบไม่สวยนะ” เป่หมิงเฟยหย่วนก็ยังคงคิดเผื่อไปอีกหลายก้าว สำหรับเรื่องนี่แล้วในใจของเขานั้นไม่มีความมั่นใจเลย
เป่หมิงยี่เฟิงยิ้มอ่อน ๆ ขึ้น “พ่อ พ่อวางใจเถอะ ในเมื่อผมพูดไปแล้ว ก็ต้องมีความมั่นใจแน่นอน พ่อไม่เห็นสถานการณ์ของวันนี้เหรอ พนักงานของบริษัทเป่หมิงเริ่มโอนเอียงมาทางผมกันแล้ว”
“คำพูดนี้ถึงจะไม่ปลอม แต่แกก็ไม่เคยคิดเลยเหรอว่าข้างหลังกู้ฮอนยังมีอารองของแกอยู่ ถึงแม้ช่วงสองวันมานี้จะไม่เห็นเขา แต่ว่าเรื่องใหญ่อย่างวันนี้ เขาจะต้องรู้แน่ ๆ และที่สำคัญยังต้องยื่นมือออกมายุ่งเกี่ยวด้วยแน่ ๆ ฉันว่าที่กู้ฮอนปฏิเสธการประกวดราคาของรัฐตั้งแต่แรก ก็น่าจะมีเขาสนับสนุนอยู่ด้วย ไม่งั้น เธอก็คงจะไม่มองธุรกิจใหญ่ขนาดนี้ตาละห้อยแล้วไม่ทำหรอก” ตอนนี้เวลานี้เป่หมิงเฟยหย่วนก็ยังคงเป็นห่วงกังวลต่อเป่หมิงยี่เฟิงอยู่มากมาย
เป่หมิงยี่เฟิงก็รู้ถึงความเป็นห่วงของบิดา “พ่อ พ่ออย่ามัวแต่มีชีวิตอยู่ในเงาของอารองได้ไหม ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถยิ่งใหญ่ขนาดไหน ไม่ว่ายังไงก็เป็นแค่คนหนึ่งคนเท่านั้นเอง แต่ว่าที่เรานี้มีกันตั้งสามคน และพูดอีกอย่าง ตอนนี้เขาไม่อยู่ และที่สำคัญเรื่องของวันนี้มันเป็นตะปูตอกเข้าไปในกระดานแล้ว ถึงแม้พรุ่งนี้เขาจะปรากฏตัวออกมา ก็คงสายเกินไปแล้วอยู่ดี”
สิ่งที่เป่หมิงเฟยหย่วนกังวลที่สุดก็คืออารมณ์ร้อนของคนวัยรุ่นแบบนี้ของลูกชาย เขาถอนหายใจทีหนึ่ง “ยี่เฟิงอ่า เรากับบ้านอารองของแก ไม่ใช่เทียบว่าใครคนเยอะแล้วจะเหนือกว่านะ แกก็ไม่ลองคิดดูเขาสามารถแบกรับบริษัทเป่หมิงมาคนเดียวได้ตั้งหลายปี นี่ไม่มีความสามารถสักนิดนี่ทำไม่ได้เลยนะ พ่อว่าแกระวังไว้หน่อยก็ดี ในเมื่อเรื่องของวันนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว งั้นทางเดินต่อไปแต่ละก้าวระวังไว้หน่อยก็ดีเข้าใจไหม”
เป่หมิงยี่เฟิงเริ่มเบื่อหน่ายกับท่าทีมัวแต่ช่วยให้ผู้อื่นยิ่งใหญ่จนกลับทำให้อนาคตตัวเองดับลงแบบนี้ของพ่อเขา “พอเถอะ ในเมื่อเรื่องนี้ผมเป็นคนก่อขึ้นมาเอง งั้นผมก็จะรับผิดชอบจนถึงที่สุด เรื่องอื่น ๆ พ่อก็ไม่ต้องมายุ่งแล้ว”
***
วันที่สอง เป่หมิงยี่เฟิงก็เริ่มลงมือเตรียมหนังสือเสนอราคาเพื่อยื่นประกวดราคากับรัฐแล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมกับเรื่องราวแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยดูมีตื่นเต้นเล็กน้อย
เขาเกือบจะใช้ทุกอย่างที่เรียนมาทุ่มเทไปบนหนังสือประมูลฉบับนี้แล้ว ถึงแม้จะรู้ว่าต้องมีหัวเรือใหญ่ในธุรกิจมากมายมาเข้าร่วมด้วยอยู่แล้ว แต่ว่าเขาก็ยังคงถือว่ามีแรงที่เหมือนลูกวัวแรกเกิดนี้
และนี่ก็อาจจะเป็นเพราะเขาได้รับการชื่นชมและยอมรับจากบริษัทเจียเม้าในตอนแรก ถึงทำให้เขามีความมั่นใจมากขนาดนี้
ทางด้านเป่หมิงยี่เฟิง หลังจากผ่านเรื่องราวของเมื่อวานแล้ว ก็ทำให้รวบรวมจิตใจพนักงานของบริษัทเป่หมิงไปบางส่วน และในเวลาเดียวกันก็เกิดข่าวลือที่ส่งผลทางด้านลบต่อกู้ฮอนออกมาไม่น้อย
ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ ฉิงฮัวเหมือนกับจะนั่งไม่ติดแล้ว เขาขอร้องให้กู้ฮอนอนุญาตให้ตัวเองเดินหน้าข่มเรื่องราวพวกนี้เอาไว้ ในธุรกิจหนึ่ง โดยเฉพาะธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แบบบริษัทเป่หมิงนี้ ถ้าจิตใจผู้คนสลายหรือเปลี่ยนไปนั้น งั้นก็คงจะเดินไปสู่อันตรายทีละก้าวทีละก้าวแล้ว
ฉิงฮัวอยู่ข้างกายเป่หมิงโม่มาหลายปีขนาดนี้ ย่อมรู้เหตุผลนี้ลึกซึ้งดี
แต่ว่า ปฏิกิริยาของกู้ฮอนนั้นกลับทำให้รู้สึกเหลือเชื่อ เธอถึงขนาดปล่อยปะละเลยไม่สนใจเลยเหรอ? นี่มันถ้าเทียบกับท่าทีของเธอเมื่อวานแล้วนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงมากจริง ๆ
หรือว่าหลังจากผ่านเรื่องราวเมื่อวานมาแล้ว เธอก็เริ่มประชดประชันตัวเองแล้วเหรอ?
ฉิงฮัวนั้นไม่อยากจะเห็นสถานการณ์อย่างนี้เลยจริง ๆ ความรู้สึกที่เขามีต่อบริษัทเป่หมิงนั้นไม่ได้น้อยไปกว่าเป่หมิงโม่หรือคนในบ้านเป่หมิงยี่เฟิงสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นแค่ผู้ช่วยที่คอยติดตามคนหนึ่งเท่านั้นก็ตาม
หลังจากที่ฉิงฮัวคอยตามถามกู้ฮอนซ้ำไปซ้ำมาถึงสาเหตุแล้ว เธอก็เลยตัดสินใจเล่าเรื่องที่เธอไปเยี่ยมเป่หมิงโม่เมื่อวานอีกให้ฉิงฮัวฟังไปอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
ฉิงฮัวถึงได้ยอมรับการเผชิญหน้ากับความจริงแบบนี้อย่างไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
“ฉิงฮัว” กู้ฮอนพูดต่อไป “ฉันว่าในเมื่อเรื่องมันก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว งั้นเราก็อย่าเพิ่มเรื่องปวดหัวให้กับสิ่งนี้อีกเลย ฉันรู้สึกว่าน่ายังมีเรื่องที่สำคัญกว่ารอเราไปทำอยู่”
ฉิงฮัวถอนหายใจยาว ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่กู้ฮอน “คุณหนู มีเรื่องอะไรรับสั่งมาได้เลยครับ”
“คดีของเป่หมิงโม่นี้มันยืดเยื้อมาอย่างนี้ตลอด พูดอย่างจริงจังแล้วก็เพราะว่าผู้อำนวยการโกวคนนั้นและ……”พอพูดมาถึงตรงนี้ กู้ฮอนก็สะดุดไปครู่หนึ่ง
เธอไม่อยากเอ่ยถึงชื่อของหลี่เชิน
“พวกเขานั้นกำลังยื้อเวลาการไต่สวนของเป่หมิงโม่ออกไป เพราะฉะนั้นเราต้องมาคิดหาวิธีทำให้เรื่องเรื่องนี้เดินหน้าให้เร็วที่สุด ไม่เพียงเท่านี้ เรายังไม่อาจโดนผลกระทบแบบนี้แล้วอยู่เฉย ๆ รอโดนตีอยู่อย่างนี้ เราจะต้องคิดหาวิธีรื้อเรื่องเก่า ๆ ของผู้อำนวยการโกวคนนี้ออกมาด้วย ในเมื่อเขาสามารถทำเรื่องอย่างนั้นในวันนั้นออกมาได้ งั้นก็แสดงว่าเมื่อก่อนเขาก็น่าจะเคยทำมาไม่น้อย น่าจะมีผู้เสียหายอยู่ไม่น้อย ขอแค่เราสามารถตามหาพวกเขาออกมาได้ แล้วพามาร่วมเป็นพยานพร้อมกัน โอกาสชนะก็จะมีมากขึ้นไม่น้อย”
ฉิงฮัวพยักหน้า เขาก็เห็นด้วยว่านี่เป็นวิธีที่ดี ขอแค่สามารถช่วยเจ้านายออกมาได้ งั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใต้สายตาพวกนี้ก็จะมีทางออกที่ราบรื่นแล้ว
ในสายตาของเขาก็มีความหวังปรากฏขึ้นมาทันที คนทั้งตัวก็กระฉับกระเฉงขึ้นมาเยอะ “คุณหนู คุณหนูว่าเราต้องทำยังไงบ้าง?”