ตอนที่ 976
บทที่ 976 ความในใจของผู้หญิงอย่าซ่อน
October 28, 2026
บทที่ 976 ความในใจของผู้หญิงอย่าซ่อน
กู้ฮอนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา แล้วเริ่มต้นโทรศัพท์หาลูก ๆ เพราะว่าตัดสินใจกะทันหัน ก็เลยยังไม่ได้บอกกับพวกเขา
ตอนนี้ ถึงเวลาพักช่วงระหว่างคาบแล้ว และอย่างรวดเร็วโทรศัพท์ของเฉิงเฉิงก็โดนรับสาย
หลังจากเรื่องเมื่อคราวก่อนแล้ว ตอนนี้กู้ฮอนก็ได้สั่งกักบริเวณหยางหยาง แม้แต่ช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียนก็ห้ามไปไหนมาไหนเองคนเดียว ขอแค่เป็นช่วงเวลาพัก ก็ต้องอยู่ข้างกายเฉิงเฉิงตลอดเวลา
โทรศัพท์ถูกรับสายอย่างรวดเร็ว ข้างในมีเสียงของเฉิงเฉิงลอยมา “คุณแม่ หนูเพิ่งเลิกเรียน มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”
ตอนที่กู้ฮอนพูดโทรศัพท์นั้นบนใบหน้ามีรอยยิ้มโผล่ออกมา “ลูกรัก ที่โรงเรียนร้อนไหม ยังมีอีกคาบหนึ่งก็ต้องไปกินข้าวกันดี ๆ นะ หยางหยางอยู่ข้างกายหนูหรือเปล่า?”
“หยางหยางเขา…..อ่อ เขามาแล้วครับ” เฉิงเฉิงถือโทรศัพท์ยืนอยู่ที่ใต้แป้นบาสในสนามหญ้าที่จุดนัดพบกับหยางหยาง พอดีเพิ่งเลิกเรียน หยางหยางก็เลยยังมาไม่เร็วขนาดนั้น เขามองไปรอบ ๆ แล้วในที่สุดถึงเจอเงาของเขา
พอได้ยินว่าลูกสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว กู้ฮอนถึงวางใจลงได้ไม่น้อย ช่วงหลายวันมานี้เธอคอยโทรหาพวกเขาอย่างไม่มีกำหนดเวลามาตลอด
“ลูกรัก แม่ต้องออกไปทำธุระนิดหน่อย ช่วงนี้พวกลูกสองคนต้องเชื่อฟังคำพูดน้าแอนนากับป้าเฉียวเฉียวรู้ไหม”
“คุณแม่ วางใจเถอะครับ ตอนนี้คุณแม่อยู่ในรถใช่ไหมครับ?” หูของเฉิงเฉิงช่างดีจริง ๆ แค่ฟังเสียงจากในโทรศัพท์ก็รู้สถานการณ์ของอีกฝั่งแล้ว
“ใช่ พ่อปู้ฝันก็อยู่ในรถด้วยนะ เดี๋ยวให้เขาทักทายพวกลูกหน่อยนะ”
เพราะว่าขับรถอยู่ห้ามคุยโทรศัพท์ กู้ฮอนก็เลยถือโทรศัพท์ไปไว้ใกล้ ๆ หูของหยินปู้ฝัน
“เฉิงเฉิง ไม่เจอหนูนานเลย เป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้สูงขึ้นอีกแล้วใช่ไหม? หยางหยางล่ะ เจ้าหมอนั่นอ้วนขึ้นอีกแล้วใช่ไหม?” หยินปู้ฝันชอบเด็กสองคนนี้มาก
ปกติทำงานยุ่งเกินไป ก็เลยโทรหาพวกเขาน้อยมาก เจอหน้ากันก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่
“พ่อปู้ฝัน พวกเราสบายดีครับ……”
เฉิงเฉิงยังคุยไม่ทันจบ ก็โดนหยางหยางที่เพิ่งวิ่งมาถึงแย่งโทรศัพท์ไปซะแล้ว เมื่อกี้เขาได้ยินที่เฉิงเฉิงคุยโทรศัพท์กับหยินปู้ฝันแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างหยางหยางกับหยินปู้ฝันนั้นดีกว่าของเฉิงเฉิงมากกว่าหน่อย พอแย่งโทรศัพท์มาได้ก็พูดขึ้นว่า “พ่อปู้ฝัน คุณไม่ได้มาพาเราออกไปเล่นตั้งนานแล้วนะครับ เป็นเพราะว่ามัวแต่ไปเที่ยวกับสาว ๆ ก็เลยลืมพวกเราไปแล้วใช่ไหมครับ?”
ใบหน้าของหยินปู้ฝันเย็นขึ้นมาทันที จากนั้นก็ยิ้มขึ้นมาอย่างเขินอาย “ฉันมีเวลาว่างอย่างนั้นซะที่ไหนละ”
***
หยินปู้ฝันพูดคุยหยอกล้อง่าย ๆ กับเด็ก ๆ ไปไม่กี่คำ โทรศัพท์ก็โดนกู้ฮอนเก็บกลับไปแล้ว เพราะว่าเขายังขับรถอยู่ ไม่สามารถแบ่งความสนใจไปที่อื่นมากนักได้
“ลูกรัก พวกหนูเป็นเด็กดี รอแม่กลับมานะจ๊ะ แม่กับเขาไปทำงานกันไม่ได้ไปเล่นนะ!” อยู่ ๆ น้ำเสียงของกู้ฮอนก็สูงขึ้นมาสองคีย์
เดาได้ไม่ยาก นี่คงจะเป็นเพราะหยางหยางไปกระตุ้นเธออีกแล้ว
การเดินทางเกือบห้าชั่วโมงสำหรับพวกเขาแล้วก็ไม่ถือว่าน่าเบื่อมากนัก เพราะว่ากู้ฮอนได้เล่าเรื่องบางส่วนที่ตัวเองไปประสบมาตั้งแต่ที่ออกจากสำนักงานทนายความไปให้หยินปู้ฝันฟังรอบหนึ่ง
และเหมือนกัน หยินปู้ฝันก็เล่าเรื่องราวบางอย่างของเขาให้กู้ฮอนฟังเหมือนกัน
แน่นอน เรื่องต่าง ๆ ที่หยินปู้ฝันผ่านมานั้น ก็ต้องมีความหมายกว่าของเธอมากนัก จะไม่ใช่ได้ยังไง ไม่ว่าจะพูดยังไงกู้ฮอนก็เป็นแม่ของลูกสามคนแล้ว แค่มัวแต่สนใจเรื่องของพวกเขาตัวเองยังจะมีเวลาไปทำอะไรได้
นอกเหนือจากนี้ ก็ยังต้องโดนเป่หมิงโม่คอยทรมานอยู่ตลอด……
“อ๋าย……” กู้ฮอนปรับเบาะนั่งให้ราบลงมาหน่อย แล้วยืดมือทั้งสองข้างออกไป แล้วหายใจออกยาว ๆ ทีหนึ่ง พร้อมกับบิดขี้เกียจไปด้วย
สำหรับส่วนนี้ หยินปู้ฝันก็ยังค่อนข้างเข้าใจกู้ฮอนอยู่ หรือกระทั่งเข้าใจเธอมากกว่าเป่หมิงโม่ซะอีก บางทีอาจจะเพราะว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างโอนเอียงไปทางด้านความรู้สึกมากหน่อย ถึงแม้ลักษณะนิสัยแบบนี้สำหรับอาชีพทนายของเขาที่จะต้องหนักไปทางด้านเหตุผลมาพูดแล้วนั้น ถือได้ว่าเป็นรอยด่างเล็ก ๆ ก็ว่าได้
“ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ผมเจอเป่หมิงโม่ที่ข้างในแล้ว ผมก็พบว่าเขาเหมือนจะไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”
กู้ฮอนมองเขาตาขาว แล้วครุ่นคิดไปครู่หนึ่งแล้วก็พูดขึ้นว่า “ทำไมฉันถึงดูไม่ออกว่าเขามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ยังคงเป็นคนที่เชื่อใจไม่ได้ไม่มีเหตุผล และยังเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่อยู่เหมือนเดิม”
ที่จริง เธอก็แค่พูดคำโมโหออกมาเท่านั้น ไม่มีใครที่เหมือนตัวเองที่เข้าใจเป่หมิงโม่ดีว่าเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแล้ว
ไม่ว่าจะต่อลูก ๆ หรือการต้องเผชิญหน้ากับความลำบากในเรือนจำครั้งนี้ ท่าทีที่เขาก็แสดงออกมาก็แตกต่างจากปกติโดยสิ้นเชิง ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าอยู่ด้วยกันมาตลอดแล้วละก็ จะต้องมีความคิดอย่างหนึ่งว่าเขาคงกินยาผิดมาแน่ ๆ หรือคิดว่าเป็นปฏิกิริยาหลังจากที่โดยนักสะกดจิต สะกดจิตมาแล้ว ถ้าหากจะพูดให้ยิ่งชัดเจนที่สุดละก็ ก็คือมีความสงสัยว่าน่าจะเป็นคนหลายบุคลิกแล้ว
แต่ว่า เธอไม่อยากให้เขากลายเป็นอย่างหลังสุด
แต่หยินปู้ฝันกลับแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมากับความคิดเห็นที่เธอพูดออกมา “การพบหน้าของผมกับเขาครั้งนี้ นอกจากมีนิสัยเสีย ๆ ที่ทิ้งความหยิ่งยโสของตัวเองไม่ได้บ้างแล้ว ท่าทีที่เขามีต่อลูกและคุณนั้นมีความเปลี่ยนแปลงดีกว่าเมื่อก่อนขึ้นเยอะ ท่าทางก็อ่อนโยนขึ้นมากด้วย”
“อาจจะเป็นเพราะสาเหตุที่ตอนนี้เขายังอยู่ข้างในมั้ง ใครจะรู้ถ้าเขาออกมาแล้วจะเป็นยังไงบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเรื่องนี้ ไม่ว่ายังไงก็เกิดขึ้นเพราะฉัน แล้วทำให้เขาต้องซวยไปด้วยแล้วละก็ เรื่องของเขาฉันจะไม่ยุ่งเด็ดขาด”
“เหอ เหอ…….” พอหยินปู้ฝันได้ฟังคำพวกนี้ของกู้ฮอนจบแล้วนั้น ก็ใช้เสียงยิ้มเย็นไม่กี่คำในการตอบสนองกลับไป
กู้ฮอนขมวดคิ้วแล้วหันหน้ามามองหยินปู้ฝัน “นี่ ท่าทางนายนี่หมายความว่าไงกัน หรือว่าที่ฉันพูดมันยังมีปัญหาอะไรอีกเหรอ?”
“ผู้หญิงอย่างพวกคุณนี่ ล้วนปากกับใจไม่ตรงกันทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่คุณก็มีความรู้สึกมากมายต่อเขา แต่กลับต้องแกล้งทำท่าทางรังเกียจอยู่ตลอด เหนื่อยหรือเปล่าล่ะ ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายนะ ผมดูแล้วต้องเตือนคุณสักคำในจุดนี้ว่า อย่างเก็บซ่อนไว้ให้มันลึกเกินไป เราไม่มีเซลล์สมองเยอะขนาดนั้นมาเสียให้เรื่องการคาดเดาจิตใจผู้หญิงหรอกนะ อย่ามารอให้พอถึงตอนที่ตัวเองเสียทุกอย่างไปแล้วถึงมารู้จักเสียดายนะ”