ตอนที่ 977
บทที่ 977 ทำงานหรือว่าท่องเที่ยว
October 28, 2026
บทที่ 977 ทำงานหรือท่องเที่ยว
ในเวลาเดียวกัน เธอก็มีความคิดบางอย่างต่อหยินปู้ฝันขึ้นมา คนแบบนี้ยังจะเข้าไปช่วย หรือว่าข้างกายของเขานั้นขาดผู้หญิงถึงขนาดนี้เลยเหรอ? นี่มันเหมือนมีความอดอยากปากแห้งขึ้นมาเล็กน้อยหรือว่ายังไง
ยิ่งคิดกู้ฮอนก็ยิ่งโมโห ก็เลยหันตัวกลับมาไม่มองพวกเขาอีก จากนั้นก็พิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาพักผ่อนต่อไป
“ต๊อกแต๋ก ต๊อกแต๋ก ……” เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังมาเป็นชุด แล้วสิ่งที่ตามมาด้วยก็คือเสียงหัวเราะสดใสของหญิงสาวและเสียงที่ต่ำหน่อย ๆ ของหยินปู้ฝัน ฟังแล้วพวกเขาสองคนดูเหมือนพูดคุยกันได้อย่างสนุกสนาน
เสียงของสองคนนี้ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้รถคันที่เธอนั่งอยู่
กู้ฮอนอดไม่ได้จนต้องขมวดคิ้วขึ้นมา คงไม่ใช่เจ้าบ้าหยินปู้ฝันจัดการไม่ได้ แล้วก็เชิญผู้หญิงคนนั้นมาขึ้นรถไปต่อด้วยกันหรอกนะ
และก็เป็นจริงตามที่คิดยังไงได้อย่างงั้น ประตูรถถูกเปิดออกแล้วหยินปู้ฝันก็ยื่นหัวเข้ามาพูดว่า “ฮวน รบกวนคุณปรับพนักเก้าอี้ให้ตรงหน่อยนะ”
แค่กู้ฮอนได้ยินก็รู้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถึงแม้ในใจเธอจะมีความไม่ยินดีบ้าง แต่ว่าบนใบหน้าก็ไม่สามารถมีความรู้สึกใด ๆ ได้
เธอรีบปรับพนักเก้าอี้ให้ตรงแล้วก็เปิดประตูรถอีกข้างออก และตัวเองก็ก้าวลงจากรถไปด้วย
อยู่ ๆ ก็มีผู้หญิงอีกคนลงมาจากในรถ ทำให้สาวสวยคนนั้นที่แต่ง ‘วับ ๆ แวม ๆ’ มีความคาดคิดไม่ถึงบ้าง สายตาที่ผิดหวังที่โอกาสหลุดลอยไปแบบนั้นไม่สามารถหลุดรอดไปจากสายตาของกู้ฮอนได้
เธอกับผู้หญิงคนนั้นสบตากันสั้น ๆ ไม่กี่วินาที เห็นได้ชัดว่ามันเหมือนกับว่าทั้งสองคนใครมองใครก็ไม่มีความประทับใจที่ดีต่อกันสักเท่าไหร่
แต่ว่าการแสดงออกตรงหน้าของพวกเธอนั้นก็ยังทำได้ไม่เลว และยิ้มอ่อน ๆ ให้แก่กันและกัน
หยินปู้ฝันก้มตัวลงไปเก็บกวาดบนรถสักครู่ พอเสร็จแล้วก็ถอยออกมาจากรถอีกครั้งแล้วพูดกับกู้ฮอนว่า “คุณผู้หญิงคนนี้ก็จะไปเมืองCเหมือนกัน พอดีรถของเธอเสียแล้ว และผมก็ไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะสามารถจะใช้ซ่อมได้ เพราะฉะนั้นผมเตรียมจะให้เธอร่วมทางไปกับรถของเราด้วย”
สาวสวยที่แต่งชุด ‘วับ ๆ แวม ๆ’ ยิ้มแล้วก็เอามือที่เรียวยาวขาวสะอาดของเธอออกมาหลังคารถก่อน แล้วยื่นไปทางกู้ฮอน “ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ คงต้องรบกวนพวกคุณแล้ว”
***
เห็นได้ชัดว่า สาวสวยที่โชว์เนื้อหนังคนนี้ จะต้องคิดว่ากู้ฮอนเป็นแฟนของหยินปู้ฝันแล้วแน่ ๆ เลย
กู้ฮอนก็จะขี้เหนียวมากเกินไปไม่ได้ เธอยิ้มอ่อน ๆ แล้วก็ยื่นมือออกไปจับกับเขาอย่างเรียบง่าย “ถ้าจะขอบคุณแล้วละก็ คุณขอบคุณเขาคนเดียวก็พอแล้ว”
คนที่พูดเป็นเทียบไม่ได้กับคนที่ฟังเป็น ประโยคนี้ของเธอน่าจะเป็นคำที่ สาวสวยที่โชว์เนื้อหนังอยากจะได้ยินมากที่สุดแล้ว
หยินปู้ฝันมองทั้งสองคน คนที่เป็นคนค่อนข้างหยาบกระด้างอย่างเขานั้น กลับมองไม่ออกว่าการสนทนาระหว่างพวกเธอนั้นแอบแฝงข้อความไว้เท่าไหร่
แต่ว่าเขายังถือได้ว่าพอใจที่หญิงสาวสองคนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
อย่างพูดเลย แค่ดูก็เห็นแล้วว่าผู้หญิงสองคนนี้ถือได้ว่าเป็นตัวแทนแห่งความงดงามสองแบบของสังคมสมัยนี้
แบบหนึ่งคือสาวงามที่อ่อนหวานและสืบทอดต่อกันมา อีกแบบหนึ่งคือตัวแทนของกลุ่มรักความอิสรเสรี ถ้าหากเอาหยินปู้ฝันเปลี่ยนไปเป็นแค่คนเดินผ่านทาง และไม่รู้สถานการณ์ตรงหน้าเลย แล้วผ่านมาเห็นเข้าในสมองจะเริ่มจิ้นขึ้นมาแล้ว?
“คุณสุภาพสตรีครับ เราสามารถออกเดินทางกันได้หรือยังครับ?” หยินปู้ฝันพูดไป ก็เปิดประตูรถของเขาออก แล้วถอยเป็นช่องทางเล็ก ๆ ออกให้ เขายิ้มอ่อน ๆ แล้วพูดว่า “ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ รถตันนี้มีประตูแค่สองบาน เพราะฉะนั้นตอนขึ้นไปจะยุ่งยากนิดหนึ่งนะครับ”
ผ่านไปสักพักทั้งสามคนก็ขึ้นรถกันเรียบร้อย และเดินทางต่อไปจากระยะทางที่ยังเดินทางไม่ถึง
ตั้งแต่ในรถมีผู้โดยคนใหม่เพิ่มมาอีกคนแล้ว อากาศข้างในก็เปลี่ยนเป็นหอมหวานไม่น้อยขึ้นมาทันที เดาได้ไม่ยาก กู้ฮอนนั้นใช้พวกน้ำหอมแบบนี้น้อยมาก กลิ่นหอมของเธอนั้นเป็นกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ออกมาจากตัวเธอเอง
แต่ผู้โดยสารคนใหม่นี้นั้นไม่เหมือนกัน กลิ่นน้ำหอมหอมจนแสบจมูก น่าจะตอนก่อนจะออกมาคงฉีดไปไม่น้อย
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อช่ายซินซิน”
ในที่สุดก็รู้ชื่อของสาวสวยที่แต่งตัว ‘วับ ๆ แวม ๆ’ คนนี้แล้ว เพียงแต่ว่าชื่อของเธอกับการแต่งตัวของเธอตอนนี้นั้นดูไม่เหมาะสมกันเลย
เนื่องด้วยมารยาท กู้ฮอนก็บอกชื่อตัวเองออกไปด้วยเช่นกัน
“ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ รถของฉันมันเสียไปแล้ว เพราะฉะนั้นคงต้องรบกวนคุณทั้งสองพาฉันไปด้วยสักช่วง” ช่ายซินซินที่นั่งอยู่ข้างหลังพูดเสียงอ่อนเสียงหวานขึ้น
“คุณช่าย รถของคุณทิ้งไว้ที่นี่ ไม่กลัวโดนใครมาทุบเสียหายเหรอคะ?” นี่กู้ฮอนพูดจากใจจริงของเธอจริง ๆ เธอรู้ว่ารถสปอร์ตคันนั้นราคานับไม่ถ้วน แล้วก็ถ้าทิ้งไว้อย่างนั้นเฉย ๆ ถ้าเกิดความเสียหายอะไรขึ้นแม้แต่น้อยก็จะน่าเสียดายมากจริง ๆ
ใครจะรู้ช่ายซินซินกลับแสดงท่าทางไม่ใส่ใจอะไรออกมา เธอแบะปากแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องสนใจมันหรอก ฉันได้ให้คนมาลากรถแล้ว”
หลังจากที่พูดประโยคนี้จบไปแล้ว ในรถก็เข้าสู่ความเงียบงันไปชั่วครู่
แต่ว่าอย่างรวดเร็วก็โดนช่ายซินซินทำลายลงแล้ว เธอโน้มตัวมาตรงช่องว่างระหว่างทั้งสองคน จากนั้นก็ใช้มือตบที่หัวไหล่ของหยินปู้ฝันเบา ๆ “คุณหยิน พวกคุณไปเมืองCนี่ จะไปทำงานหรือว่าไปท่องเที่ยวคะ”
สำหรับคำถามนี้ไม่รู้ว่าจะให้หยินปู้ฝันตอบว่ายังไงดีแล้ว “ เอ่อ…..ที่พวกผมไปนั้นถือได้ว่าทำงาน” ในเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเป่หมิงโม่นั้น เขาจะไม่บอกคนอื่นเด็ดขาด
แต่ว่าคำตอบอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของเขา กลับทำให้เธอเกิดความคิดที่แตกต่างกันสุดขั้วขึ้นมา ใบหน้าของเธอแฝงด้วยรอยยิ้ม สายตาจากอยู่บนตัวหยินปู้ฝันแล้วก็ย้ายไปทางกู้ฮอน
ถึงแม้กู้ฮอนจะไม่ได้มองเธอ แต่กลับรู้สึกว่าแผ่นหลังของตัวนั้นร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้ว่าทำไม และกลิ่นน้ำหอมนั้นก็เพิ่มระดับความหอมขึ้นมาหลายระดับเลย