ตอนที่ 991
บทที่ 991 พร้อมหน้าพร้อมตา
October 28, 2026
บทที่ 991 พร้อมหน้าพร้อมตา
“หม่ามี๊ วันนี้หนูเรียนทำผัดไข่กับคุณป้าแอนนิได้แล้วนะคะ” ทารกน้อยแอบอิงอยู่ในอ้อมกอดของกู้ฮอน ในมือถือตุ๊กตาที่เป่หมิงโม่มอบให้กับเธอเอาไว้
หลังจากที่จิ่วจิ่วเห็นตุ๊กตาตัวนี้แล้วก็ชอบเสียจนไม่ยอมปล่อยให้ห่างมือ
กู้ฮอนกอดลูกสาวแน่น หอมหน้าผากของเธอไปครั้งหนึ่ง “ทารกน้อยของพวกเราเก่งขนาดนี้เลย สามารถช่วยคุณป้าแอนนิทำอาหารได้แล้วด้วย แบบนี้ยอดเยี่ยมกว่าเฉิงเฉิงและหยางหยางอีกนะ พวกเราใครก็ทำไม่เป็น”
จิ่วจิ่วยืดศีรษะเล็กๆขึ้นมา แสดงท่าทางภูมิอกภูมิใจในตัวเองมาก “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ พวกเขาล้วนซื่อบื้อ ส่วนหนูเป็นแม่ครัวตัวน้อย รอหนูเรียนรู้จากคุณป้าแอนนิมากกว่านี้หน่อยก็จะสามารถทำอาหารให้คุณแม่ทานได้แล้ว พี่เฉิงเฉิงและพี่หยางหยางอยากกิน หนูก็ไม่ให้หรอก.......”
“ว้าว ไม่ให้อะไรพวกเราหรือ มีของกินไม่แบ่งจะเก็บไว้กินเองคนเดียว น้องสาวไม่ใช่เด็กดีเลยนะ” เสียงของหยางหยางลอยมาจากหน้าประตู ท่าทางร้อนใจเหมือนกับลิงที่ถูกไฟไหม้หางเลยทีเดียว
***
กู้ฮอนเงยหน้ามองหยางหยางที่เดินเข้ามา ด้านหลังเขามีเฉิงเฉิงตามมาด้วย พวกเขาเพิ่งจะกลับมาจากหลังเลิกเรียน
สองวันมานี้เธอไม่มีเวลาว่างไปรับส่งเด็กๆเข้าเรียนเลิกเรียนเลย ภารกิจนี้ล้วนให้ฉิงฮัวรับผิดชอบคนเดียวแล้ว
“ลูกน่ะ ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของกินแล้วก็มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทำไมแม่ถึงไม่เห็นลูกตอบสนองในเรื่องอื่นเร็วเหมือนเรื่องนี้บ้างล่ะ ดูเฉิงเฉิงกับจิ่วจิ่วสิ พวกเขาล้วนทำให้แม่วางใจมาก”
หยางหยางเบะปากมองกู้ฮอนอย่างไม่ยอมรับ “พวกเขาก็คือพวกเขาสิครับ ผมก็คือผม เป็นดอกไม้ไฟแต่ละดอกที่ไม่เหมือนกัน......”
เจ้าลูกคนนี้เคยฟังเพลง ‘ พี่ชาย‘ ตั้งแต่เมื่อไรกัน มองไม่ออกเลยจริงๆว่าความสนใจชื่นชอบของเขามีเรื่องฟังเพลงเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน ปัญหาก็คือฟังเพลงของนักร้องที่ไม่ได้อยู่ในยุคสมัยเดียวกันกับเขาด้วย
วัยอย่างเขาควรจะฟัง “โบกมือซ้าย สะบัดมือขวา......” อะไรนั่น เหมือนจะเรียกว่า TF อะไร......
“รีบไปทำการบ้านเดี๋ยวนี้” กู้ฮอนฟาดลงบนก้นของหยางหยางอย่างแรงฝ่ามือหนึ่ง
“แม่ครับ ทำไมมือแม่หนักขึ้นเรื่อยๆแล้วล่ะ การบ้านผมเขียนเสร็จตั้งแต่ตอนอยู่ที่โรงเรียนแล้วนะ......” หยางหยางขมวดคิ้ว อย่างไรเขาก็ไม่ค่อยชื่นชอบวิธีการที่คุณแม่เอามาใช้ทักทายตัวเอง
กู้ฮอนมีท่าทางตกตะลึงเป็นอย่างมาก “ลูกไม่ใช่พวกที่ต้องรอให้ถึงช่วงเวลาก่อนนอนแล้วถึงจะลงมือเขียนการบ้านหรอกหรือ วันนี้สมองเป็นอะไรมาถึงได้ทำเสร็จเร็วขนาดนี้”
บทสนทนาระหว่างพวกเขาแม่ลูกนั้นให้ความรู้สึกไม่เอาการเอางานแม้แต่น้อยมาโดยตลอด
นี่ทำให้เฉิงเฉิงที่อยู่ด้านข้างและจิ่วจิ่วที่อยู่ในอ้อมกอดของคุณแม่ล้วนรู้สึกหมดคำบรรยายไปชั่วขณะ
เพียงแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาล้วนมีความเห็นตรงกันอย่างหนึ่งว่า บางอย่างในตัวของหยางหยางก็ได้รับการสืบทอดความไม่เอาการเอางานมาจากคุณแม่ แต่ลักษณะพิเศษแบบนี้ของคุณแม่จะแสดงออกมากับหยางหยางเท่านั้น
ทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว กู้ฮอนก็ให้เด็กๆทั้งสามคนอยู่ในห้องรับแขกด้วยกันกับแอนนิ ลั่วเฉียวและฉิงฮัวด้วยกันอย่างยากลำบาก
“แม่ครับ วันนี้วันอะไรหรือ จะจัดงานเลี้ยงรวมตัวคนในครอบครัวอะไรนั่นหรือครับ บ้านผู้ติดตามของผม หวูเสี่ยวเอ๋อ พวกเขามักจะจัดงานปาร์ตี้ครอบครัวพวกนี้บ่อยๆ” หยางหยางนั่งอยู่บนโซฟา ขาสองข้างที่ห้อยลงมาจากโซฟาแกว่งไปแกว่งมา
“หวูเสี่ยวเอ๋อ ชื่อนี้คุ้นหูมากๆ” กู้ฮอนหยุดคิดเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าใจได้ในทันที “อ๋อ! พ่อของเขาคือเถ้าแก่ที่ร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจถ่านหินหรืออะไรนะ ที่ชื่อว่า......หวูเหล่าเอ๋อใช่ไหม”
เมื่อพูดแบบนี้แล้ว เฉิงเฉิงก็นึกขึ้นมาได้เช่นกัน “คุณแม่ คนที่หยางหยางพูดถึงก็คือเขาครับ”
“เด็กชายหยางหยาง ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ พวกเราไม่มีเวลามาจัดงานเลี้ยงอะไรนั่นหรอก เพียงแต่เห็นว่าวันนี้พวกหนูเชื่อฟังเป็นอย่างมาก ดังนั้นพวกเราจึงให้รางวัลพวกหนูด้วยการดูโทรทัศน์กับพวกเรา” ในอ้อมแขนของลั่วเฉียวอุ้มลูกน้อยเอาไว้อยู่ เธอและหยางหยางนั้นเป็นเพื่อนที่ผลัดกันแดกดันอีกฝ่ายโดยไม่แบ่งผู้ใหญ่หรือเด็กคู่หนึ่ง
ถ้าทุกวันไม่ได้ลับฝีปากกันล่ะก็ สำหรับพวกเขามักจะรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ เหมือนกับว่าขาดอะไรบางอย่างไป
สำหรับคนอื่นๆนั้นกลายเป็นเรื่องคุ้นเคยที่เห็นกันเป็นปกติไปแล้ว
ตอนที่พวกเขากับกำลังมีปากเสียงกัน ประตูบ้านพักของพวกเขาก็มีเสียง “ก๊อกๆๆ.......” ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
มืดค่ำขนาดนี้แล้วยังจะมีใครมาที่นี่อีก โดยเฉพาะพวกเขาที่ดูเหมือนว่าจะติดต่อกับคนอื่นน้อยมาก นอกจากหยินปู้ฝันแล้ว........
“คุณพ่อปู้ฝันมาหรือ” ความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นในสมองของเฉิงเฉิงก็คือ อาจจะเป็นเขาที่มา เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่ได้เจอเขา พูดคุยทางโทรศัพท์ก็แค่สั้นๆไม่กี่ประโยค สำหรับเขาและหยางหยางนั้นก็คิดถึงเขาอยู่บ้างจริงๆ
***
“จะเป็นพ่อปู้ฝันมาหรือไม่ ฉันจะไปเปิดประตู ฉันจะไปดูที่ประตู.......” หยางหยางนั้นเป็นเด็กที่อยู่ว่างๆไม่ได้ การโต้เถียงกับลั่วเฉียวก็เหมือนว่าจะไม่ได้รับประโยชน์อะไร
จึงถือโอกาสไม่สนใจเธอแล้ววิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว
ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนสบตากันไปมา พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นใครเช่นกัน
“คงจะไม่ใช่ว่าคุณชายปู้ฝันมาจริงๆหรอกนะครับ เขามีข่าวใหม่หรือ” ในใจของฉิงฮัวเฝ้ารอคอยว่าถ้าหากเป็นหยินปู้ฝันที่มา จะต้องมีข่าวดีอะไรอย่างแน่นอน
ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงไม่โทรศัพท์มา แต่ว่ามาหาที่บ้านแทนกัน
แน่นอนว่าเขาไม่หวังว่าจะมีสถานการณ์ที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงปรากฏขึ้น