ตอนที่ 993
บทที่ 993 คำพูดที่ให้แง่คิดของคุณแม่
October 28, 2026
บทที่ 993 คำพูดที่ให้แง่คิดของคุณแม่
เพื่อที่จะให้การโต้เถียงระหว่างพี่ชายน้องสาวคู่นี้สงบลง กู้ฮอนจึงต้องก้าวออกมารับหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างเสียมิได้
สำหรับทั้งสามคนที่อยู่ในอาการโมโห และหาทางให้ตัวเองลงไม่ได้นั้น ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีจริงๆ
เรื่องนี้แน่นอนว่าต้องยืนอยู่ฝ่ายโล่ฮาน แม้ว่าเธอจะไปมาหาสู่กับเขาไม่บ่อยเท่าไร แต่การได้พูดคุยกันสั้นๆหลายครั้งก็สามารถสัมผัสได้ว่าโล่ฮานเป็นคนที่ตรงไปตรงมามาก
กู้ฮอนเดินมาถึงเบื้องหน้าลั่วเฉียวและฉิงฮัว ยื่นมือออกไปจับมือของลั่วเฉียวขึ้นมาเบาๆ “ลั่วเฉียว เธอใจเย็นๆก่อน ตอนนี้เธออยู่ในช่วงพักฟื้นหลังคลอดไม่สามารถมีอารมณ์โกรธได้นะ”
เธอพูดพลางมองไปทางฉิงฮัว “ฉันรู้ว่าพวกคุณสองคนไม่ได้อยากจะปิดบังผู้ใหญ่ เพียงแต่เพราะว่าพวกคุณมีความลำบากใจของพวกคุณ แต่ว่านี่ไม่สามารถเอามาเป็นเหตุผลได้ ถ้าหากว่าพวกคุณยังไม่ได้เป็นพ่อแม่คน จึงไม่เคยประสบถึงความห่วงหาอาทรที่มีต่อลูกชายและลูกสาวแบบนั้น แต่ว่าตอนนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะพวกคุณมีลูกของตัวเองแล้ว ลองคิดสักหน่อยว่า ถ้าหากว่าหลังจากที่เขาโตแล้วก็ทำเหมือนกับพวกคุณ ไม่ว่าจะแต่งงานหรือคลอดลูกล้วนแอบปิดบังพวกคุณไว้เงียบๆ พวกคุณจะคิดอย่างไรกัน จะโกรธหรือไม่ หรือว่าเจ็บปวดใจในตอนที่เผชิญหน้ากับเรื่องใหญ่ในชีวิต ลูกที่ตัวเองเลี้ยงมาจนโตกลับไม่แบ่งปันกับตัวเอง ส่วนตัวเองกลับทุ่มเทกำลังและจิตใจให้กับลูกทั้งหมด........”
คำพูดของกู้ฮอนนั้นกระทบเข้ากับส่วนลึกที่อ่อนแอที่สุดในหัวใจของฉิงฮัวและลั่วเฉียวอย่างเงียบงัน
โทสะที่พุ่งขึ้นมาของฉิงฮัวนั้นดับลงไปแล้ว ลั่วเฉียวก็ก้มศีรษะเหมือนกับเด็กน้อยที่ทำผิดคนหนึ่ง บางครั้งก็ยื่นมือไปปาดน้ำตาที่รินไหลด้วย
กู้ฮอนเห็นว่าบรรลุผลลัพธ์แล้ว เธอก็ตบไหล่ของพวกเขาสองคนเบาๆ “บางครั้งตอนที่พวกเราเผชิญหน้ากับปัญหา จำเป็นจะต้องเปลี่ยนตำแหน่งในการครุ่นคิด หลังจากที่ผ่านการครุ่นคิดไปแล้วก็จะค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเองเส้นหนึ่ง
ถัดมา เธอก็หมุนตัวเดินไปด้านหน้าโล่ฮาน
คำพูดเมื่อครู่นี้ของเธอ แม้ว่าจะพูดกับลั่วเฉียวพวกเขาสองคน แต่ว่าโล่ฮานที่ได้ยินก็เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ คิดย้อนกลับมาที่ตัวเอง ก็ทำให้พ่อแม่เป็นกังวลต่อตัวเองไม่น้อยเลยไม่ใช่หรือ
“คุณโล่ ฉันคิดว่าทางพวกลั่วเฉียวเขารู้แล้วว่าผิด ส่วนที่ว่าควรจะทำอย่างไรนั้น ในใจของพวกเขาก็มีแผนอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันอยากจะพูดกับคุณสักเล็กน้อย แม้ว่าพวกเขาจะมีส่วนที่ทำไม่ถูก แต่ว่าคำพูดที่คุณเลือกใช้เมื่อครู่นี้ แม้ว่าฉันจะเป็นคนนอกคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเห็นด้วยกับคุณ ทำไมคุณถึงมองว่าฉิงฮัวเป็นคนนอกล่ะคะ ในเมื่อเขากับลั่วเฉียวกลายเป็นสามีภรรยากันแล้ว หลังจากนี้ก็กลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายนะคะ”
ถึงอย่างไรโล่ฮานก็เป็นคนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี หลังจากที่เขาได้ฟังคำพูดของกู้ฮอนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจ ชั่วขณะที่ความโกรธลดลงครึ่งหนึ่ง “คุณกู้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ ในจุดนี้ผมกำลังโมโหถึงได้พูดเกินไปอยู่บ้าง”
ได้ยินโล่ฮานยอมอ่อนข้อ วิกฤตที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกแก้ไขไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เธอยิ้มบางๆ “เหมือนกับเด็กอย่างเฉิงเฉิงและหยางหยางที่โตขนาดนี้ เมื่อทำเรื่องอะไรผิดล้วนยอมรับผิด พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องแสดงเป็นตัวอย่างให้พวกเขาดูสักหน่อยใช่ไหมคะ ล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีใครไม่พอใจในการกระทำของคุณจริงๆหรอกค่ะ”
ความหมายแฝงใต้คำพูดนี้ก็คือให้โล่ฮานเอ่ยปากขอโทษฉิงฮัว เพียงแค่คำขอโทษคำเดียว ความอึมครึมที่ปกคลุมไปทั่วก็จะสลายไป
แน่นอนว่าโล่ฮานก็เข้าใจความหมายของกู้ฮอน แต่ประโยคขอโทษแบบนี้จะพูดสามารถพูดออกมาได้อย่างง่ายดายที่ไหนกัน
***
ตอนนี้ดวงตา 6 ข้างของคนสามคนล้วนจับจ้องอยู่ที่โล่ฮาน โดยเฉพาะลั่วเฉียว ที่จริงแล้วเธอไม่อยากจะถกเถียงเรื่องใครยอมใครเลยจริงๆ เพียงแต่ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นคนของฉิงฮัวแล้ว มีคำที่กล่าวเอาไว้ว่า ‘แต่งกับไก่เดินตามไก่ แต่งกับสุนัขก็เดินตามสุนัข’ ตอนนี้มาพูดว่าสามีของตัวเองเป็นคนนอกนั้นไม่ได้
ฉิงฮัวก็เช่นกัน แม้ว่าถ้าพูดกันตามเหตุผลแล้วปัญหานี้เขาไม่มีอะไรต้องสนใจ แต่ว่าความรู้สึกที่ถูกมองเป็นคนนอกนั้นทำให้ในใจเกิดความรู้สึกบรรยายออกมาไม่ได้อยู่บ้างเล็กน้อย
“ลั่วเฉียว ฉิงฮัว......” หลังจากที่โล่ฮานผ่านการต่อสู้ผ่านในจิตใจมาเล็กน้อย ในที่สุดก็วางศักดิ์ศรีของตัวเองลง มองไปที่พวกเขา พลางเอ่ยว่า “พี่ขอโทษพวกเธอสำหรับประโยคที่พี่พูดไปเมื่อครู่นี้ด้วย โดยเฉพาะฉิงฮัว ให้อภัยต่อคำพูดที่ผมพูดทำร้ายคุณก่อนหน้านี้ด้วย คำพูดเหล่านั้นล้วนเป็นคำพูดที่พูดเพราะอารมณ์ โปรดอย่าเอามาใส่ใจ”
เมื่อคำขอโทษถูกกล่าวออกมา กู้ฮอนก็วางใจได้เสียที
แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างคนกับคนจะรุนแรงได้ง่ายมาก เรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่งก็สามารถทะเลาะกันได้ แน่นอนว่าการคลี่คลายความขัดแย้งนั้นก็ทั้งง่ายและไม่ง่ายเช่นกัน
ที่พูดว่าง่ายก็เพราะว่า ขอเพียงแค่ทั้งสองฝ่ายสามารถใจเย็นได้ในทันที และยอมรับความผิดของตัวเองในเวลาเดียวกัน ก็จะสามารถให้อภัยฝ่ายตรงข้ามได้
ส่วนที่บอกว่าไม่ง่ายนั้นก็เป็นเพราะว่าตอนนี้ในใจของคนเราล้วนหุนหันพลันแล่น มีไม่กี่คนที่จะยอมขอโทษฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าตัวเองจะผิดจริงๆ ถึงจะรู้ถึงจุดนี้แต่ก็ไม่อาจจะทิ้งสิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีลงได้ และสุดท้ายก็โต้เถียงสู้กันจนตายไปข้าง ไม่ไปมาหาสู่กันอีกเลยชั่วชีวิต
โชคดีที่ว่าพวกเขาสามคนสามารถประจักษ์ชัดต่อความผิดของตัวเองและสามารถยอมรับได้
ลั่วเฉียวที่ได้ยินคำขอโทษของพี่ชายแล้ว ในที่สุดน้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ก็กลั้นไม่อยู่ รินไหลลงมาในทันที
เธอปาดน้ำตา มองไปที่โล่ฮาน พลางเอ่ยเรียกคำหนึ่ง “พี่คะ.......” จากนั้นก็วิ่งไปถึงหน้าเขา ซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมกอดแล้วร้องไห้ออกมา
ความขัดแย้งเหมือนในวันนี้นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน