ตอนที่ 994
บทที่ 994 เด็กน้อยเหมือนกับขาหมู
October 28, 2026
บทที่ 994 เด็กน้อยเหมือนกับขาหมู
นับตั้งแต่เกิดเรื่องของเป่หมิงโม่ขึ้น กู้ฮอนก็ไม่ได้หัวเราะจนหายใจไม่ทันเหมือนในตอนนี้เลย
ฉิงฮัวก็ทำได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ด้านข้างเฉยๆ ช่วยภรรยาก็ไม่ใช่ จะช่วยคนของบ้านภรรยาก็ไม่ใช่อีก
“ฮ่าๆ พวกคุณโวยวายอะไรกันที่นี่ บรรยากาศมาคุเมื่อครู่นี้ล่ะหายไปตั้งแต่เมื่อไรกัน” ตอนนี้แอนนิอุ้มลูกน้อยของลั่วเฉียวไว้ในอ้อมแขนยืนอยู่หน้าประตูห้องรับแขก
เจ้าเด็กน้อยเบิกตาโตจ้องมองผู้ใหญ่สองคนที่ทำตัวไม่น่าเชื่อถือ โวยวายใส่กันเหมือนเด็กๆด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“พักรบ พักรบ!” ยากที่ลั่วเฉียวจะประกาศถอนตัว จากนั้นก็วิ่งไปรับลูกน้อยของตัวเองมาจากแอนนิด้วยท่าทางร่าเริง
เจ้าเด็กน้อยที่เมื่อครู่นี้ยังไม่มีอะไร แต่เมื่อถูกรับมาแล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม ร้องไห้ “อุแว้.....” ขึ้นมา
“เอ่อ......” ชั่วขณะหนึ่งที่หน้าผากของลั่วเฉียวปรากฏเส้นเลือดปูด
“ลั่วเฉียว เธอดูตัวเองสิ เหมือนกับผู้หญิงบ้าแล้ว แน่นอนว่าลูกเห็นก็ต้องตกใจจนร้องไห้ออกมา รีบไปจัดการตัวเองเสีย” กู้ฮอนพูดพลางรับเด็กมา ครู่หนึ่งเจ้าเด็กน้อยก็ไม่ร้องไห้แล้ว
ลั่วเฉียวจัดการเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองไป พลางเอ่ยพูดว่า “สมกับที่เป็นคุณแม่ที่มีประสบการณ์จากการมีลูกสามคนอย่างเต็มเปี่ยม”
เมื่อเอ่ยถึงเด็กสามคนนั้น แอนนิก็รีบหมุนตัวกลับไปพาเด็กๆทั้งสามคนลงมาที่ชั้นล่าง
หลังจากที่เฉิงเฉิง หยางหยาง และจิ่วจิ่วขึ้นไปที่ด้านบนแล้วก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของผู้ใหญ่ผิดปกติเล็กน้อย แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องอะไร
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังเด็กเกินไป จึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ จนกระทั่งแอนนิมาพาพวกเขาลงไป ดูท่าว่าเรื่องนี้เหมือนจะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
หยางหยางเขยิบไปอยู่ข้างโล่ฮาน “ครูโล่ เมื่อครู่นี้พวกครูเป็นอะไรไปหรือ แต่ละคนเหมือนกับกินดินระเบิดเข้าไปอย่างไรอย่างนั้นแหละ”
“ไม่มีนะ พวกเราล้วนอารมณ์ดีมาตลอดไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าระยะนี้หนูไม่ตั้งใจเรียนแล้วดูโทรทัศน์มากเกินไปหรอกนะ” แน่นอนว่าโล่ฮานนั้นไม่ยอมรับอะไรต่อหน้าเด็กๆ มือข้างหนึ่งลูบศีรษะหยางหยางไปมา
“พวกคุณจะต้องมีเรื่องอย่างแน่นอน พวกเราเป็นถึงโฮล์มส์น้อยนะครับ ช้าเร็วก็ต้องถูกเราสืบความจริงออกมาได้อยู่ดี” หยางหยางพูดด้วยท่าทางจริงจัง
“ลั่วเฉียว เธอยังไม่ส่งลูกให้น้าชายของเขาอุ้มอีก นับตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่ได้พบกันสินะ” กู้ฮอนเบี่ยงประเด็น ลากหยางหยางมาอยู่ข้างกายตัวเอง
ลั่วเฉียวจัดการหน้าตาตัวเองเรียบร้อยแล้วก็รับลูกกลับมาไว้ในมือ เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลยว่าหลังจากที่ลูกน้อยเห็นเธอก็ไม่ร้องไห้แล้ว
“ลูกน่ะ รูปโฉมแม่เปลี่ยนไปเล็กน้อยทำไมถึงไม่รู้จักเสียแล้วล่ะ ในฐานะที่เป็นลูกของนักแสดงคนดัง คุณสมบัติแบบนี้ใช้ไม่ได้นะ ดูท่าว่าหลังจากนี้แม่จะต้องเปลี่ยนรูปโฉมบ่อยๆให้ลูกได้ปรับตัวได้ถึงจะดี” หลังจากลั่วเฉียวพูดกับลูกน้อยด้วยความรักไปสองสามประโยคก็ส่งเขาให้กับโล่ฮาน
โล่ฮานก็เป็นครั้งแรกที่ได้อุ้มเด็ก เดิมมองแล้วเป็นคนที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง เมื่อเผชิญกับเด็กน้อยแล้วกลับมีท่าทีทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
ไม่รู้ว่าจะอุ้มอย่างไรดี กลัวว่าจะทำให้เจ้าเด็กน้อยได้รับบาดเจ็บได้
***
เป็นครั้งแรกที่ได้เป็นน้า ไม่ต้องพูดเลยว่าโล่ฮานรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
“เฮ้ๆ พี่เบาๆมือหน่อย นี่คือท่าใส่กระสุนปืนใหญ่ใช่หรือไม่ ถ้าหากว่าเส้นผมลูกของหนูหลุดสักเส้นหนึ่งนะ หนูจะสู้สุดชีวิตกับพี่เลยนะ”
ลั่วเฉียวมองพี่ชายตัวเองอย่างระมัดระวังอยู่ด้านข้าง
เด็กทั้งสามคนก็มารวมตัวด้วย แม้ว่าพวกเขาจะพบกับเด็กน้อยในทุกๆวัน แต่ก็ยังคงรู้สึกแปลกใหม่อยู่ดี
หยางหยางยกมือจับแขนอวบเล็กๆของเขาขึ้นมา “พวกคุณดูสิครับ นี่เหมือนกับขาหมูที่พวกเรากินกันเมื่อวานมากขนาดไหน.......”
“เจ้าเด็กหน้าเหม็น หนูพูดอะไรของหนูกัน รีบวางมือลูกของป้าลงเลยนะ ดูสภาพของหนูแล้วยังจะกล้าพูดถึงลูกชายของป้าแบบนี้อีก” ลั่วเฉียวเคาะศีรษะหยางหยางเบาๆ
หยางหยางปล่อยมือ ลูบศีรษะตัวเองพลางหันไปมองลั่วเฉียวหน้าเศร้า “เจ็บมากเลย ป้าเฉียวเฉียว แต่ก่อนป้าไม่ใช่แบบนี้นิครับ ทำไมตอนนี้ถึงได้กลายเป็นหญิงแกร่งไปแล้วล่ะ”
“ป้าเป็นเทพธิดามาตลอดนะ เหมือนหญิงแกร่งที่ไหนกัน หนูน่ะต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนเข้าใจไหม”
“ทำไมจะแบ่งไม่ชัดเจนล่ะครับ ป้าดูสิว่าเทพธิดาและหญิงแกร่งในการแสดงของเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เทพธิดาเหมือนกับป้าตรงไหนกัน หญิงแกร่งต่างหากที่เหมือนมาก เพียงแต่ว่าป้าผอมกว่าเจียลิง(นักแสดงตลกจีน)เล็กน้อย แต่ก็ยังเตี้ยกว่าฉูหยิ่ง(นักแสดงจีน)นะครับ”
หยางหยางทำลายภาพลักษณ์ของลั่วเฉียวไม่เลิก
ลั่วเฉียวมองหยางหยาง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ชั่วขณะที่โทสะเข้าปกคลุมจิตใจ
“มีกลิ่นอายอันตราย.......” หยางหยางไม่ยอมเสียเปรียบในครั้งนี้ หลังจากร้องเสียงดังแล้ว ก็อาศัยความคล่องแคล่วของร่างกายเล็กๆ วิ่งอ้อมไปอยู่หลังแม่ของตัวเองในทันที
ลั่วเฉียวเห็นว่าไม่มีโอกาสที่จะลงมือแล้ว เพียงแต่ว่าปากก็ไม่อยู่เฉยๆ “หยางหยาง หนูรอดูเถอะ แม่ของหนูไปทำงาน ป้าค่อยจัดการกับหนู”
หลังจากผ่านการโหวกเหวกโวยวายเสียงดังไปแล้ว โล่ฮานก็ส่งเด็กคืนให้กับน้องสาว
จากนั้นก็เอ่ยถามพวกเขาสองคนว่า “พวกเธอวางแผนจะไปหาคุณพ่อคุณแม่เมื่อไร”
เดิมก็คือเป้าหมายการมาของเขา พ่อแม่ของเขาไม่ได้เจอลูกสาวของตัวเองนานแล้ว จนถึงขั้นโทรศัพท์สายหนึ่งก็ไม่ได้รับ บางครั้งเขายังซื้อของส่งไปให้ผู้ชราทั้งสองคนแทนน้องสาวด้วย จากนั้นก็บอกว่าเป็นเพราะเธองานยุ่งจึงฝากให้คนส่งมาให้ตัวเอง
สำหรับเรื่องที่ลูกสาวงานยุ่งนั้น ผู้ชรานั้นถือว่าคุ้นชินแล้ว
เพียงแต่ว่าโล่ฮานมักจะช่วยน้องสาวปิดบัง เมื่อเวลาผ่านไปนานก็รับไม่ไหวอยู่บ้าง เขาไม่อยากโกหกพวกเขาต่อไปแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่าน้องสาวทำเกินไปอยู่บ้างจริงๆ