ตอนที่ 1001
บทที่1001 ไม่เสียแรงที่เป็นพ่อลูก
October 28, 2026
บทที่1001 ไม่เสียแรงที่เป็นพ่อลูก
“เฮ้อ.....” หลี่เชินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาจับจ้องลูกสาวในนามของเขาอย่างกู้ฮอน แม้สุภาษิตได้กล่าวไว้ว่าไม่มีใครรู้จักลูกตนดีไปมากกว่าผู้เป็นบุพการีอีกแล้ว แต่สำหรับลูกสาวของเขานั้น เสมือนเป็นเพียงกระดาษสีขาวที่ว่างเปล่า
สำหรับสองพ่อลูกหลี่เชินและกู้ฮอน ที่มีสายเลือดโดยตรงนั้น พวกเขาทั้งคู่นั้นไร้ความสัมพันธ์ใดๆ ทั้งคู่ต่างไม่รู้จักฝ่ายตรงข้ามเลยแม้สักนิด
ชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่าง ประสบการณ์ที่แตกต่าง ก่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่าง ความเห็นของพวกเขานั้นสวนทางกันเสมอ
ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายคิดเห็นเหมือนตนได้
ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องต่อสู้กันถึงสองครั้ง
ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือต่างฝ่ายต่างควบคุมสติตนเอง กู้ฮอนรับรู้ถึงสิ่งนี้ที่ขาดหายไป เช่นเดียวกับหลี่เชิน
พวกเขาไตร่ตรองถึงปัญหาที่ต้องสู้กันเพราะต่างฝ่ายต่างคิดเห็นต่างกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่พ่อลูกนั้นเหมือนกัน
“ฮอน ระหว่างเรามีประสบการณ์ที่แตกต่างกันมากมายเหลือเกิน ท่าทางเรื่องนี้เราจะถกเถียงกันต่อไม่ได้แล้ว พ่อไม่อยากให้เพราะเหตุนี้ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรา” หลี่เชินตัดสินใจ กับการถกเถียงที่ไร้ผลลัพธ์ ถ้าอย่างนั้นก็หลบหลีกหัวข้อนั้นไปซะ
กู้ฮอนพยักหน้า เธอเห็นด้วยกับความเห็นนี้ สองพ่อลูกน้อยนักที่มีความเห็นสอดคล้องกัน
หลี่เชินเผชิญหน้ากับเธออีกครั้งด้วยทีท่าผ่อนคลาย : “ฮอน คนเป็นพ่อ รู้ว่าตั้งแต่เล็กจนโตเธอลำบากมามาก พ่อรู้สึกได้ ขณะเดียวกัน ตอนที่พ่อหาหนูกับแม่ของหนู พ่ออยากทำอะไรสักอย่างเพื่อชดใช้ แต่เวลาและโอกาสที่ฟ้าให้พ่อน้อยเหลือเกิน”
กู้ฮอนก้มหน้าลง ทุกครั้งที่เธอได้ยินเรื่องของแม่ ดวงตาพลันรู้สึกเปียกชุ่มขึ้นมา
“เอาไป” หลี่เชินหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้กับเธอ
กู้ฮอนไม่ปฏิเสธ เธอรับทิชชู่มาไว้ก่อนซับน้ำตาที่กำลังร่วงหล่น เธอแหงนหน้าขึ้นจ้องมองเขา : “ที่ฉันมาในวันนี้เพราะเห็นแก่เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แม้ฉันจะรู้ว่าความสามารถของตน ต้องการต่อกรกับอำนาจของคุณเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็อย่าทำเกินเลย ไม่อย่างนั้นจะส่งผลกระทบต่อตัวท่านเอง อำนาจของท่านเป็นอาวุธที่ร้ายแรงของท่าน ขณะเดียวกันก็เป็นดาบสองคมแห่งการลงทัณฑ์ด้วยเช่นกัน ฉันไม่อยากเห็นอนาคต ท่านกลายเป็นนักโทษผู้ต่ำต้อย”
หลังหลี่เชินได้ยินประโยค ครั้งนี้เขาไม่โมโหแต่อย่างใด นี่เป็นคำเตือนที่จริงใจที่สุดของลูกสาว แต่เขาก็รู้ดีเช่นกัน ทั้งหมดนี้สายเกินไปแล้ว สายเกินไป
เรื่องราวทั้งหมดเป็นไปตามกฏผลกรรมของการกระทำ มาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลของการกระทำ
“ฮอน ขอบใจที่พูดประโยคนี้กับพ่อ พ่อจะลองไปคิดดู เพียงแต่ ก่อนที่พ่อจะไตร่ตรอง ทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว”
กู้ฮอนก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ เธอนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งบ่ายอย่างไม่รู้ตัว คิดได้ดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นยืน “สายมากแล้ว หนูจะกลับก่อน”
หลี่เชินลุกขึ้นตามหลังเธอไป : “ฮอน จะทานที่นี่เลยไหม พ่อลืมความรู้สึกที่ได้นั่งทานอาหารกันสองคนนานแล้ว”
กู้ฮอนสั่นสะเทือนไปทั่วหัวใจ แต่เธอกลับไม่ยอมหยุดฝีเท้าลง “โทษที หนูไม่มีเวลาทำอะไรแบบนั้น”
หลังเดินออกมา เธอหยุดชะงักลงเมื่อเดินได้เพียงสองก้าว เธอหันหลังกลับไปมองรูปที่แขวนอยู่บนผนัง รูปที่เธอเพิ่งลืมตาดูโลกได้หมาดๆ โดยที่มีคุณแม่โอบอุ้มเธอไว้
เธอจับจ้องรูปภาพบนผนัง ฝีเท้าที่เร่งรีบแข็งตึงหยุดชะงักลงกับที่
“รูปนี้ถ่ายก่อนที่หนูจะหายตัวไป เพียงแต่หลังจากถ่ายรูปนี้ได้ไม่กี่ชั่วโมง หนูก็แยกจากพวกเราไปอย่างไร้ร่องรอย” หลี่เชินเอ่ย พลางเอื้อมมือหยิบรูปบนผนังออกมา ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋า เพื่อเช็ดทำความสะอาด จากนั้นส่งให้กับเธอ
กู้ฮอนก้มหน้าลงจับจ้องรูปภาพ นิ้วเรียวสัมผัสลูบไล้รูปภาพอย่างควบคุมไม่ได้
อันที่จริงรูปนั้นไร้ฝุ่นเกาะกุมเลยแม้สักนิด แถมยังสะอาดหมดจรด ไม่เพียงเท่านั้น บนผนังยังเต็มไปด้วยรูปภาพน้อยใหญ่ ล้วนไร้สิ่งแปลกปลอมเกาะกุม
หลี่เชินรักและถนอมพวกมันมาก
“หากหนูชอบ ก็เอาไปซะ รูปนี้เป็นของหนูตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
ประโยคของเขา เกินความคาดหมายของเธอนัก ขณะเดียวกัน แม้การกระทำของผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้านี้ เธอจะไม่ชอบการกระทำของเขาเลยก็ตาม แต่เขาก็ยังมีความอบอุ่นซุกซ่อนอยู่บ้าง
“รูปนี้หนูจะเอาไปด้วย ถ้างั้นท่าน…..” เธอไม่รอให้เอ่ยจบประโยค เพราะเธอไม่รู้ว่าเรื่องราวต่อไปนี้จะเอ่ยอย่างไรกับเขา
หลี่เชินยิ้มตอบให้กับเธอ : “เด็กบื้อ พ่อยังเหลือความทรงจำมากมายขนาดนี้ แม้จะหายไปบ้างสักนิด แต่ก็ยังเหลือเยอะแยะขนาดนี้ไม่ใช่หรือ บางทีลองเปลี่ยนมุมคิด เธอเอามันไป อาจทำให้ความเศร้าของฉันลดน้อยลง”
“ขอบคุณ หนูหวังว่าท่านจะลืมเรื่องราวที่ผ่านมาได้จริงๆ”
“หวังว่านะ แต่พ่อหวังว่าวันนึงหากลืมเรื่องแย่ๆที่ผ่านมาได้ จะไม่ลืมเรื่องราวดีๆที่มีความสุข”
เขาเอ่ยอย่างผ่อนคลาย พร้อมเดินข้างหลังกู้ฮอน ส่งเธอออกจากคฤหัสถ์
“เอาล่ะ ส่งแค่นี้ไป” กู้ฮอนหันหลังมองไปที่เขา