ตอนที่ 1002
บทที่1002 บทสนทนาของหญิงสาว
October 28, 2026
บทที่1002 บทสนทนาของหญิงสาว
หลังกู้ฮอนกลับจากคฤหัสถ์หลี่เชิน เธอมุ่งตรงไปรับเด็กๆที่โรงเรียนทันที แต่กลับได้ข่าวที่ทำให้ตนตกใจจากหยางหยาง
หนูว่าชวนเพื่อนผู้หญิงกลับบ้านก็ชวนกลับบ้านแล้วกัน สามารถใช้คำว่ามิตรภาพของเพื่อนอธิบายก็ได้
แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจ เพื่อนสาวที่จะกลับบ้านค้างคืนกับเขานั้นคือ…..
แม้ในสังคมนิยมสมัยนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งประหลาดสำคัญอะไรสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยอีกต่อไป แต่เฉิงเฉิงเขาเพิ่งอายุเท่าไรกัน…..
หยางหยางสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นแม่ เขายิ้มอย่างได้ใจ : “แม่ครับ แม่ดูร้ายกาจจังเลย…..”
ถูกลูกชายเปิดโปง กู้ฮอนปฏิเสธทันควัน : “ฉันร้ายกาจตรงไหน ฉันไม่ได้กังวลเฉิงเฉิงพาเพื่อนผู้หญิงกลับบ้านสักหน่อย”
“แล้วถ้าเป็นผมล่ะ?” หยางหยางเอ่ยถาม
กู้ฮอนหันหน้าถลึงตาใส่หยางหยาง : “ จับมัด ทำการลงทัณฑ์”
ลงทัณฑ์…..
ประโยคที่ทำให้คนฟังเหงื่อผุดที่แผ่นหลัง
“แม่ครับ นี่ผมเป็นลูกชายแท้ๆของแม่จริงรึป่าวเนี่ย” หยางหยางจับจ้องเธออย่างถือโทษ
ในขณะนี้เอง เฉิงเฉิงและจ้าวจิงอี้เดินมาหยุดอยู่ข้างรถ เขาเสมือนบอดี้การ์ดตัวน้อยท ที่เดินนำหน้าเปิดประตูรถให้กับเธอ
จ้าวจิงอี้ส่งยิ้มหวานให้เขาก่อนมุดเข้าไปในรถ
“สวัสดีค่ะคุณน้า” เธอเอ่ยทักทายทันที หลังพบกับกู้ฮอน
กู้ฮอนพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มตอบ
เฉิงเฉิงขึ้นรถตามเธอติดๆ พวกเขานั่งด้านหลังด้วยกัน
“เฉิงเฉิง ฉันสงสัยในตัวนาย” หยางหยางหันหลังเพ่งมองเฉิงเฉิงที่อยู่เบาะหลังอย่างไม่พอใจ
“แกมีปัญหาอะไร?” เฉิงเฉิงเอ่ยถามกลับ
“ตอนฉันขึ้นรถ นายไม่เห็นเคยเปิดประตูรถให้ฉันบ้าง”
กู้ฮอนถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังได้ยินประโยค “พวกแกสองคนอายุเท่ากัน ทำไมต้องเปิดประตูรถให้แกด้วย แล้วอีกอย่าง มีครั้งไหนบ้างที่แกไม่ได้วิ่งขึ้นรถมาก่อน”
“เลดี้เฟิร์สน่ะเข้าใจไหม ไม่รู้ว่านายได้อะไรบ้างจากที่ไปเรียนอเมริกา แค่นี้ยังต้องหึง พอได้แล้ว แกนั่งดีๆเลย เราจะกลับบ้านกันแล้ว”
หลังหยางหยางถูกแม่ดุ เขาทำได้เพียงนั่งนิ่ง แต่ก็ยังไม่วายบ่นอุบ : “น้องสาวคราวที่แล้วเขาก็ไม่ได้เปิดให้สักหน่อย นี่คือตัวอย่างของการเห็นผู้หญิงดีกว่าครอบครัว”
แม้เสียงแผ่วเบา แต่คนบนรถต่างก็ได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู
เฉิงเฉิงและกู้ฮอนเกิดเส้นริ้วสีดำบนหน้าผาก
ในเวลานี้ห้ามถกเถียงกับเขาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น คงไม่ได้หยุดหย่อนเป็นแน่
ผ่านไปสักครู่ จ้าวจิงอี้เอ่ยขึ้น : “คุณน้ากู้ ขอโทษด้วยนะคะ พ่อแม่ของหนูไปต่างจังหวัด แม่บ้านก็มีธุระกลับบ้านกะทันหัน เฉิงเฉิงเห็นว่าหนูอยู่บ้านคนเดียวไม่มีคนดูแล เขาจึงชวนหนูมาอยู่กับพวกคุณชั่วคราว จะเป็นการรบกวนไหมคะ”
ไม่ว่าอย่างไร จ้าวจิงอี้ก็เป็นหญิงสาวที่มีหน้ามีตา ได้รับการสั่งสอนที่ดีตั้งแต่ยังเล็ก
“เรื่องนี้น้ารู้แล้ว อยู่ได้ตามสบายเลย คนเยอะคึกคักดี อย่าใส่ใจหยางหยางเลย ปากเขาไม่มีหูรูดแบบนี้แหละ” กู้ฮอนเอ่ยอย่างกันเอง
ในเวลาอันรวดเร็ว กู้ฮอนขับรถกลับไปยังคฤหัสถ์ กลับพบเพียงห้องที่ว่างเปล่าตั้งแต่ชั้นบนยันชั้นล่าง มีเพียงแสงไฟชั้นล่างเท่านั้นที่สว่างอยู่
กู้ฮอนเพิ่งจอดรถได้สนิทดี ประตูคฤหัสถ์พลันเปิดออก
เธออุ้มตุ๊กตาตัวโตเอาไว้ เห็นว่าแม่และพี่ชายกลับมากันแล้ว เธอดีใจพร้อมลงบันได วิ่งไปทางกู้ฮอน
“หม่ามี๊…..”
“ลูกน้อย ช้าหน่อยระวังล้ม” กู้ฮอนเบิกบานที่ได้พบลูกสาวตัวน้อย ในบรรดาลูกๆมีเพียงเธอเท่านั้น ที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายสบายใจเช่นนี้
หยางหยางที่ชอบสร้างปัญหายิ่งไม่ต้องพูดถึง หากเป็นไปได้ เธอต้องคอยเป็นกังวลอยู่เสมอ
ส่วนเฉิงเฉิง ทำให้ตนวางใจได้อย่างแท้จริง แต่เมื่อนึกถึงทีท่าผู้ใหญ่ตัวน้อยของเขา ก็อดที่จะกังวลเขาไม่ได้ ไม่ใช่อื่นใด เวลาที่เขาได้อยู่กับเป่หมิงโม่นั้นเยอะเกินไป เขาถูกปลูกฝังให้ไร้ความรู้สึก
ช่วงเวลาในวัยเด็ก สำหรับเขาแล้วไม่มีอยู่จริง
ฉะนั้น : ได้รับแล้วก็ต้องรู้จักการเสียสละ แต่สำหรับเฉิงเฉิงแล้ว แม้เขาจะได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว แต่เวลาที่เขาสละพ่ายแพ้นั้นมากว่าวันที่เขาได้มา
หลังจิ่วจิ่วหยอกล้อกันสักพัก เธอหันมองจ้าวจิงอี้ด้วยความประหลาดใจ : “เอ๋? หนูเคยเจอพี่สาวคนนี้”