ตอนที่ 1092
บทที่1092 ที่พึ่งพิงที่ดีที่สุด
October 28, 2026
บทที่1092 ที่พึ่งพิงที่ดีที่สุด
“นายนี่ขี้งกจริงๆ เธอจะพอใจคนแบบนายได้อย่างไรกัน ช่างทำให้คนคาดไม่ถึงอยู่บ้างจริงๆ”
ป่ายมู่ซีหัวเราะ “ดูท่านายจะไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิงสินะ คนที่ต้องการเงินหรือต้องการให้นายจ่ายเงินก็ไม่แน่ว่าจะดีกับนาย และไม่แน่ว่าเธอจะกลายเป็นภรรยาของนายเช่นกัน มีเพียงแค่คิดเพื่อนายทั้งหมด ประหยัดเงินแทนนายตลอดเวลาถึงจะเป็นภรรยาของนาย แม้ว่าก่อนหน้านี้ยิ่งหวั่นจะใช้จ่ายเงินไปไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ประหยัดด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถอธิบายได้จากมุมมองที่มีเงินหรือไม่มีเงินได้ทั้งหมด”
เป่หมิงโม่เก็บการ์ดเชิญ ยกแก้วของตัวเองขึ้นมา “ไม่ต้องมาพูดเหตุผลอะไรให้ฉันฟัง ในเมื่อพวกนายตัดสินใจในชีวิตแบบนี้แล้ว ในฐานะเพื่อน ฉันก็ขออวยพรพวกนายจากเบื้องลึกของหัวใจ”
เขาพูด คิ้วขมวดเล็กน้อย “พวกนายจะแต่งงานก็แต่งเถอะ ทำไมต้องเลือกที่นี่ ไม่ควรจะไปโบสถ์หรือว่าสถานที่อย่างปราสาทอะไรเทือกนั้นหรือ พวกนายสองคนไม่ต้องพูดถึงเรื่องเช่าสถานที่ แม้ว่าจะซื้อก็สามารถซื้อได้”
นิ้วของเขาชี้ไปที่สถานที่จัดงานแต่งงานบนการ์ดเบาๆ
ด้านบนเขียนอย่างชัดเจนว่า โรงแรมโม่ต๊า
ป่ายมู่ซีมองเขา เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นายไม่รู้สึกว่าจัดงานแต่งงานที่โบสถ์มันหยาบเกินไปหรือ อีกทั้งสถานที่ประเภทนั้น ก่อนหน้านั้นวันหนึ่งอาจจะมีคนคู่ใหม่ยืนอยู่เบื้องหน้าพระเยซู แต่หลังจากนั้นวันหนึ่งอาจจะมีคนตายคนหนึ่งนอนอยู่เบื้องหน้าเขา รู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นมงคล สำหรับปราสาทนั้น......พูดความจริง พวกเรายังไม่ได้เป็นตระกูลสูงศักดิ์จริงแท้เหมือนกับผู้อื่น ต่อให้คลุมด้วยขนหลากสีก็เปลี่ยนเป็นหงส์ไม่ได้ หลังจากที่เดินออกมาแล้วก็ยังคงเหมือนกับก่อนหน้านี้ ฉันคิดว่าสถานที่ของนายก็ดี มีเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่ง อีกทั้งฉันก็สามารถพูดได้ว่าเป็นคนที่แต่งงานเร็วที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งสามคน คงไม่อาจให้เงินทองรั่วไหลไปให้คนอื่นได้หรอก”
เป่หมิงโม่มองเขา พลางพยักหน้า “ฉันเดาว่าอาศัยที่นายพูดโน้มน้าวใจคนเก่ง พูดจนเธอรำคาญจนยอมตกลงแต่งให้กับนายสินะ”
“เฮ้ ฉันว่านะ เป่หมิงเอ้อ ทำไมฉันฟังคำพูดนี้ของนายแล้วรู้สึกเหมือนว่ากำลังด่าฉันอยู่กัน ที่ยิ่งหวั่นตอบตกลงทั้งหมดล้วนเป็นเพราะความจริงใจที่ฉันมีต่อเธอหรอก”
*
เป่หมิงโม่นั่งอยู่ในรถ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย มืออีกข้างหนึ่งหยิบการ์ดเชิญสีแดงใบนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง หลังจากนั้นก็โยนไว้บนคอนโซลรถ
บนใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มน้อยๆ
ตามองไปยังเส้นทางตรงด้านหน้าที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีปลายทาง สองด้านมีกลุ่มคนเดินผ่านไปมา
ข้างหูยังมีเสียงของป่ายมู่ซีดังขึ้นอยู่ประโยคหนึ่ง “ฉันว่านะเป่หมิงเอ้อ ฮอนเป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งที่หาได้ยาก ระหว่างพวกนายยังมีลูกอีกสามคน ถ้าหากว่าพวกนายสองคนไม่อยู่ด้วยกัน อย่างนั้นก็ไม่มีศีลธรรมแล้ว ฉันขอเตือนนายให้รีบหน่อย บนโลกนี้ไม่ยาเสียใจในภายหลังอะไรนั่นหรอกนะ”
ไม่ทันรู้ตัว แสงไฟในยามค่ำคืนก็สว่างขึ้น เด็กๆนั้นถูกฉิงฮัวที่เป่หมิงโม่ให้ช่วยไปรับกลับมาแล้ว
ส่วนเขากลับไม่ปรากฏตัวขึ้นเสียที แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครสักคนในบ้านรู้สึกผิดปกติแต่อย่างใด
“ตอนที่โม่ยังเล็ก มีเรื่องสนุกหลายเรื่องเลย......”
หวีหรูเจี๋ยกำลังเล่าเรื่องในอดีตให้กับกู้ฮอนที่นั่งอยู่ด้านข้างฟัง ส่วนโม้จิ่งเฉิงนั้นนั่งอยู่บนโซฟาอีกด้านหนึ่ง
จากสีหน้าท่าทางของเธอ สามารถเห็นได้ว่า ความทรงจำในอดีตที่มีต่อลูกชายนั้น ล้วนงดงามเสมอ ในตอนนี้เองที่นอกระเบียงมีเสียงเปิดประตูลอยเข้ามา เพียงชั่วครู่เงาร่างของเป่หมิงโม่ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องรับแขก
“นี่ให้คุณ” เขาพูด พลางเดินไปอยู่ข้างกายกู้ฮอน วางถุงกระดาษสีกากีไว้บนโต๊ะน้ำชาเบื้องหน้าเธอ
เธอเปิดถุงดูก็เห็นว่าเป็นเสื้อผ้าอีกแล้ว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างสงสัยเล็กน้อย “ยังไม่ถึงปีใหม่ ไม่ได้เฉลิมฉลองเทศกาลสักหน่อย ให้พวกนี้กับฉันทำไมกัน”
หวีหรูเจี๋ยและโม้จิ่งเฉิงสบตากันพลางยิ้ม “พวกลูกพูดคุยกันที่นี่เถอะ พวกเราจะออกไปเดินเล่นในสวนดอกไม้สักหน่อย”
เอ่ยจบ โม้จิ่งเฉิงก็พาหวีหรูเจี๋ยหลบออกไป
เป่หมิงโม่ยื่นการ์ดเชิญใบหนึ่งให้กับกู้ฮอน “ป่ายมู่ซีตั้งใจเชิญพวกเราไปร่วมงานแต่งงานของพวกเขาเป็นพิเศษ”
“ป่ายมู่ซีจะแต่งงานแล้วหรือ” กู้ฮอนนั้นมีสีหน้าตกตะลึง
ที่จริงแล้ว ความประทับใจที่เธอมีต่อป่ายมู่ซีนั้นไม่เลวเลย อย่างน้อยก็ดีกว่าชูเอ้อเล็กน้อย
เธอคิดมาตลอดว่า พวกเขาสามคนก็แค่เอ้อระเหยลอยชายไปมาต่อหน้าสาวๆเท่านั้นเอง
ถ้าหากว่าให้ผู้หญิงคนหนึ่งผูกเชือกจับพวกเขาเอาไว้ นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
“ทำไม น่าประหลาดมากหรือ ดูเนื้อหาข้างในนั้นสิ จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกตะลึงมากกว่านี้อีก” เป่หมิงโม่นั่งลงข้างกายเธอ
กู้ฮอนได้กลิ่นแอลกอฮอล์เบาบางมาจากตัวเขา ก็รู้ว่าวันนี้ทั้งวันเขาล้วนอยู่ที่บาร์Zeus.
เธอเปิดการ์ดก็เห็นชื่อของป่ายมู่ซีเขียนอยู่ที่ตำแหน่งของเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าสาวนั้นเป็นชื่อของซูยิ่งหวั่น
แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เห็นเงาของเธอในบาร์ของป่ายมู่ซีแค่ครั้งเดียว ทั้งยังรู้ว่าป่ายมู่ซีดูเหมือนว่าจะตามจีบเธอ
แต่ก็รู้ลึกๆว่าซูยิ่งหวั่นให้ความสนใจกับเป่หมิงโม่มากเป็นพิเศษ
แม้ว่าระหว่างพวกเขาจะมีตัวเองและเฟยเอ๋อเข้ามาแทรกแซง รวมถึงมองอย่างผิวเผินแล้ว ระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากไปกว่านั้น
แต่เธอก็รู้สึกว่าพวกเขานั้นเหมาะสมกันมากกว่าเล็กน้อย
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่” เป่หมิงโม่เห็นกู้ฮอนอ่านการ์ดเสร็จแล้ว นัยน์ตาก็เหม่อลอยเล็กน้อย
“คุณพูดไม่ผิดเลย ฉันรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างจริงๆ ในที่สุดความพยายามของป่ายมู่ซีก็ได้รับการตอบกลับ สามารถอุ้มสาวงามกลับไปได้แล้ว”
พูดแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองเป่หมิงโม่ “ฉันรู้ว่าซูยิ่งหวั่นมีความรู้สึกดีต่อคุณมากมาโดยตลอด ตอนนี้ผู้อื่นจะแต่งงานแล้ว คุณไม่รู้สึกหดหู่บ้างหรือ ถึงอย่างไร ‘เย่หยิงอีพิน’ ก็ยังคงมีเรื่องราวของพวกคุณเหลือเอาไว้”
‘เย่หยิงอีพิน’ …….
เมื่อชื่อนี้ถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก็ทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกไม่เป็นตัวเองอยู่บ้าง
ส่วนที่ว่าไม่เป็นตัวเองก็ไม่ใช่เพราะว่าซูยิ่งหวั่นจะแต่งงาน แต่เป็นเพราะว่าถูกพูดออกมาจากปากของกู้ฮอน
เขามองไปที่กู้ฮอน จู่ๆก็เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “เมื่อครู่นี้ดูเหมือนว่าผมจะได้ยินคำพูดที่หึงหวงเล็กน้อยนะ”
“ใครจะไปหึงหวงคุณกัน ฉันเห็นว่าคุณต่างหากที่วิตกกังวลกับผลได้ผลเสียของตัวเอง ที่ก่อนหน้านี้พยายามไปมากมายขนาดนั้น ผลสุดท้ายที่ได้ก็คือผู้อื่นแต่งให้กับคนอื่นแล้ว อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของคุณด้วย” กู้ฮอนใบหน้าแดงระเรื่อ เพียงแต่ว่าปากของเธอก็ไม่ได้ปล่อยคนไป
เป่หมิงโม่ไม่ได้ถูกคำพูดของเธอทำให้พะวง