ตอนที่ 1097
บทที่1097 ลอยตัวอยู่นอกเหนือเหตุการณ์
October 28, 2026
บทที่1097 ลอยตัวอยู่นอกเหนือเหตุการณ์
ที่จริงแล้วหวีหรูเจี๋ยเองก็รู้ว่า การโต้เถียงกันระหว่างพวกเขา ก็เหมือนกับเด็กๆ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป
แต่ถึงอย่างไรตอนนี้เด็กๆก็อยู่ด้วย ไม่สามารถให้เด็กๆได้รับการอบรมแบบนี้ได้ โดยเฉพาะพวกเขายังคงไม่รู้ว่าการโต้เถียงกันระหว่างผู้ใหญ่ทั้งหมดนั้น เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจจริง หรือไม่ก็เป็นเพียงแค่การแสดงอารมณ์ความรู้สึกบันเทิงเล็กๆน้อยๆอย่างหนึ่งเท่านั้น
นอกจากนั้น ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าหากไม่พูดแทนกู้ฮอนสักสองสามประโยคล่ะก็ เธอกลัวจริงๆว่าลูกสะใภ้ที่ดีขนาดนี้จะหนีหายไป
เป่หมิงโม่จะไม่ทราบชัดเจนถึงการลำเอียงปกป้องกู้ฮอนของคุณแม่ได้อย่างไร
เพียงแต่ว่า นี่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเขา กระทั่งยังรู้สึกดีใจเล็กน้อยด้วยซ้ำ
พูดความจริง เขาก็ไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเก่าๆอันไร้ประโยชน์พวกนั้นเช่นกัน
ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น อย่างน้อยตอนนี้ตัวเองก็เป็นผู้ชนะในตอนท้ายคนนั้น อีกทั้งเขาก็ชัดเจนแจ่มแจ้งเป็นที่สุดว่าก่อนที่จะอยู่ด้วยกันกับตัวเอง กู้ฮอนยังคงบริสุทธิ์ไร้มลทิน
ปัญหาบางเรื่องที่ผู้ชายบางคนสนใจ ก็ยังคงได้รับคำตอบที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก
“เฉิงเฉิง หยางหยางและจิ่วจิ่ว พวกเรายังต้องบินอยู่บนฟ้าอีกช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเวลาที่แตกต่าง ทางที่ดี พวกหลานควรจะรีบปรับตัวสักหน่อย ไม่อย่างนั้นตอนที่พวกเราออกไปเที่ยวเล่น พวกหลานก็ต้องถูกทิ้งไว้ที่โรงแรม นอนหลับครอกๆแล้ว ฮ่าๆ”
โม้จิ่งเฉิงคิดว่าจำเป็นต้องเอ่ยเตือนเด็กๆเสียหน่อย ถึงอย่างไรพวกเขาก็บินเส้นทางนี้ค่อนข้างน้อย
สำหรับหยางหยาง ปัญหาเรื่องความต่างของเวลาไม่มีอะไรยุ่งยาก ตอนแรกที่เขาตามคุณแม่กลับประเทศ ก็เคยผ่านมาแล้ว ถือได้ว่ามีประสบการณ์เล็กน้อยก็ได้
ปัญหานี้สำหรับเฉิงเฉิงก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก เขาเป็นคนที่ทำให้ผู้ใหญ่วางใจมากที่สุด
“คุณปู่โม้ ความต่างของเวลาคืออะไรหรือคะ”
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลยว่า จิ่วจิ่วไม่เข้าใจว่านี่หมายความว่าอะไรกันแน่
โม้จิ่งเฉิงมองเธอยิ้มๆ “ความต่างของเวลาอธิบายได้อย่างง่ายๆว่า เดิมตอนที่หนูอยู่ที่บ้าน นอนหลับตอนกลางคืน แต่ตอนที่หนูอยู่ที่ประเทศอังกฤษนั้น ก็ถึงเวลานอนแล้วเหมือนกัน แต่หนูกลับพบว่าที่นั่นยังคงเป็นเวลากลางวัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น พวกเราจะพยายามปรับร่างกายตอนที่อยู่บนเครื่องบิน พักผ่อนเช้าหน่อย แบบนี้พอถึงช่วงเวลากลางวันของที่นั่น จะได้กระปรี้กระเปร่าสดชื่นมาก”
จิ่วจิ่วพยักหน้า คล้ายว่าจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ
กู้ฮอนอยู่เป็นเพื่อนข้างกายเธอ ค่อยๆช่วยเธอปรับตัว
ผ่านช่วงเวลาการบินอันยาวนานไป 12 ชั่วโมง ในที่สุดเครื่องบินก็ลงจอดได้อย่างมั่นคงที่ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ลอนดอน
“หม่ามี๊ ที่นี่คนเยอะมากเลย”
ภายในสนามบินมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมามากมายไม่หยุด นี่เป็นครั้งแรกที่จิ่วจิ่วได้พบเจอ
“นั่นแน่นอนอยู่แล้ว ที่นี่รู้จักกันในชื่อประเทศอังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นสนามบินแห่งหนึ่งที่วุ่นวายยุ่งเหยิงมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง สามารถพบผู้คนบนโลกจากทุกแห่งได้ในที่นี่” เป่หมิงโม่เห็นท่าทางประหลาดใจของลูกสาวแล้วก็ยิ้มน้อยๆ
“มา พวกเรามาดูให้ชัดเจนอีกหน่อย” เขาพูด โค้งตัวลงไปให้จิ่วจิ่วขึ้นมาขี่คอตัวเอง
ท่ามกลางกลุ่มผู้คนที่หนาแน่น มีใบหน้าของเด็กผู้หญิงชาวจีนที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงคนหนึ่งปรากฏขึ้น
รถแท็กซี่ยุคเก่าสีดำสองคันทยอยขับรถพานักท่องเที่ยวที่เพิ่งจะลงจากเครื่องบินออกจากสนามบิน มุ่งหน้าไปยังที่พักแรม โรงแรมซีหมิ่นเฉียวที่จัตุรัสพาร์ค
เป่หมิงโม่นั่งอยู่กับหวีหรูเจี๋ยและโม้จิ่งเฉิงบนรถคันที่หนึ่ง รถที่กู้ฮอนกับเด็กๆสามคนนั่งตามติดอยู่ด้านหลังพวกเขา
สิบชั่วโมงกว่าบนเครื่องบิน แม้ว่าจะเป็นที่นั่งชั้นหนึ่ง สามารถรับประกันการพักผ่อนได้เต็มที่และเงียบสงบตลอดการเดินทาง
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการเดินทางยาวนานมากช่วงหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือว่าเด็ก ล้วนมีสภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
เด็กๆสามคนที่เพิ่งจะขึ้นไปนั่งเรียงกันบนรถ ก็ผล็อยหลับไปที่เบาะด้านหลังแล้ว
คล้ายกลับว่าไม่มีความกระปรี้กระเปร่าที่จะไปมองทิวทัศน์แดนไกลระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังที่พักแรม
กู้ฮอนนั้นยังมีพลังอยู่ นอกจากนี้เด็กๆทั้งสามคนก็จำเป็นต้องให้ตัวเองดูแลด้วย
หลังจากขึ้นรถแล้ว เป่หมิงโม่ก็ให้ผู้ชราทั้งสองพักผ่อนสักเล็กน้อย
ภายในรถคันหนึ่ง มีเพียงแค่คนคนหนึ่งที่ยังตื่นตัวอยู่ก็พอแล้ว
มองตึกรามบ้านช่องเก่าสองข้างทางที่ผ่านอะไรมามากกว่าร้อยปีข้างนอกรถแล้ว ก็คล้ายกับว่าได้เดินทางท่องเที่ยวอยู่ในห้องโถงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานอย่างไรอย่างนั้น
ทุกอาคาร ล้วนมีประวัติศาสตร์เฉพาะตัวและวัฒนธรรมของตัวมันเอง
*
ในที่สุดรถของพวกเขาก็จอดลงที่หน้าประตูโรงแรม
บริกรที่สวมชุดเครื่องแบบเป็นระเบียบเรียบร้อย เปิดประตูรถด้วยความเป็นสุภาพบุรุษอย่างมาก เพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากแดนไกล
กระเป๋าสัมภาระมีพวกเขารับผิดชอบนำไปส่งยังห้องที่จองเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
เด็กทั้งสามคนถูกเป่หมิงโม่ กู้ฮอนและโม้จิ่งเฉิงอุ้มมาส่งที่ห้องพัก
ตอนที่วางพวกเขาลงบนเตียงใหญ่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็กลิ้งตัวมุดเข้าไปในผ้าห่มที่อ่อนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
หลังจากที่กู้ฮอนช่วยพวกเขาจัดระเบียบผ้าห่มแล้ว ก็เดินออกไปจากห้องนอน และปิดประตูห้องเบาๆ
“ดูท่าตอนที่อยู่บนเครื่องบิน พวกเขาจะพักผ่อนไม่พอ ตอนนี้ถึงได้นอนเหมือนกับหมูอย่างไรอย่างนั้น”
ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มน้อยๆประดับอยู่ เดินมานั่งลงบนโซฟาเดียวที่อยู่ข้างกายหวีหรูเจี๋ยในห้องรับแขก
“คุณป้าหวีหรูเจี๋ย พ่อบุญธรรม พวกคุณก็น่าจะพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่อย่างนั้นพวกคุณก็ไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะค่ะ”
หวีหรูเจี๋ยกับโม้จิ่งเฉิงสบตากัน จากนั้นก็พยักหน้า “แบบนี้ก็ดี พวกเราไปพักผ่อนกันสักหน่อย เด็กๆล้วนนอนหลับอยู่ พวกเราก็รีบไปพักผ่อนกันเถอะ รอจนพวกเขาตื่นขึ้นมา เกรงว่าจะยุ่งวุ่นวายขึ้นมาแล้ว ฮ่าๆ”
ห้องของผู้ชราทั้งสองนั้นอยู่ข้างๆห้องของพวกเขา เป็นห้องเพรสซิเด้นท์สูทเช่นกัน สว่างและกว้าง ทั้งยังสะดวกสบาย
ที่สำคัญก็คือทิวทัศน์สวยงามมาก
เห็นผู้ชราทั้งสองคนจากไปแล้ว ภายในห้องรับแขกก็เหลือแค่เป่หมิงโม่กับกู้ฮอนสองคน
จำเป็นต้องพูดเลยว่า การเก็บเสียงของห้องพักนี้ดีมาก ไม่ต้องพูดเรื่องเสียงจากโลกภายนอกถูกปิดกั้นเอาไว้ กระทั่งภายในห้องก็เงียบสงบจนเกือบจะได้ยินเสียงดังอย่างชัดเจน หากมีเข็มเล่มหนึ่งตก
“คุณก็ไปพักผ่อนเถอะ ผมอยู่ที่นี่เอง” เป่หมิงโม่พูด หยิบแอปเปิลที่ล้างสะอาดแล้วขึ้นมาทานลูกหนึ่ง ต่อด้วยเปิดโทรทัศน์ ดูรายการภาษาอังกฤษ
ห้องเพรสซิเด้นท์สูทห้องนี้มีสองห้องนอน ห้องหนึ่งมีเด็กๆสามคนอยู่ด้านใน ส่วนอีกห้องหนึ่งนั้น......
กู้ฮอนรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อย่างนั้นคุณทำอย่างไร” เธอมองเป่หมิงโม่ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“อะไรทำอย่างไร” คล้ายกับว่าเขาจะไม่เข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อ กระทั่งสายตาก็ไม่ออกห่างจากโทรทัศน์
“คุณพักผ่อนที่ไหน”
“ผมหรือ” เป่หมิงโม่พาดมือข้างหนึ่งไว้บนโซฟา “ที่นี่ก็สบายดี”
“อ่อ......”
กู้ฮอนไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปในห้องนอน
ในที่สุดห้องรับแขกแห่งนี้ก็เหลือเป่หมิงโม่คนเดียว
***
สงบเงียบ สงบเงียบเป็นอย่างมาก