ตอนที่ 1099
บทที่1099 หนังสือบนหัวเตียง
October 28, 2026
บทที่1099 หนังสือบนหัวเตียง
หวีหรูเจี๋ยหันหน้าไปมองเขาแล้วยิ้มบางๆ “จิ่งเฉิง หลายวันมานี้ฉันไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่มักจะรู้สึกว่ามีเรื่องราวในใจอยู่บ้าง”
ได้ยินว่าเธอมีเรื่องที่เก็บอยู่ในใจ โม้จิ่งเฉิงก็วางหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะน้ำชาที่อยู่ด้านข้าง “เรื่องในใจของคุณคงจะไม่ได้เกี่ยวกับโม่และฮอน พวกเขาสองคนหรอกนะ”
หวีหรูเจี๋ยพยักหน้า “ใช่แล้ว ฉันเห็นพวกเขาพาเด็กๆออกไปสนุกสนานด้วยกันทุกวัน ในใจฉันก็ดีใจมาก แต่ว่า เบื้องลึกของหัวใจกลับมีความห่วงใยบางส่วนอยู่ด้านใน แบบนี้มองดูแล้วคล้ายกับว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ครอบครัวหนึ่ง แต่มักจะยังขาดอะไรบางอย่างไป”
“คุณพูดถึงการโต้ตอบสื่อสารซึ่งกันและกันระหว่างคนในครอบครัวสินะ ระหว่างโม่กับฮอนนั้นขาดสิ่งนี้ไปจริงๆ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า คุณจำเป็นจะต้องให้เวลาพวกเขาสักเล็กน้อย”
แม้ว่าโม้จิ่งเฉิงจะเห็นด้วยกับความคิดของหวีหรูเจี๋ย แต่เขาก็รู้สึกว่าระหว่างพวกเขาสองคนยังมีลูก นอกจากนั้นแล้ว พวกเขาก็ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน
สิ่งเหล่านี้เป็นความจริงที่มองเห็นได้ แต่กลับขาดความรู้ใจในการโต้ตอบสื่อสารซึ่งกันและกันไปบ้าง
แม้ว่าสามีภรรยาที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายปี หลายสิบปี จนกระทั่งชั่วชีวิตก็อาจจะไม่ได้มีความเข้าใจกันแบบนั้น แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ความเข้าใจซึ่งกันและกันนั้นถึงจะสามารถเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาสามารถอยู่ด้วยกันได้ในตอนท้าย
พวกเขาไม่เหมือนกับคนอื่น เรื่องราวระหว่างพวกเขานั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค
อุปสรรคนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถมองเห็นอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน อาจจะดี และอาจจะไม่ดีเช่นกัน
หวีหรูเจี๋ยมองโม้จิ่งเฉิง เธอก็เห็นด้วยกับคำพูดของเขา แต่ถึงอย่างไรก็เป็นแม่คน จึงมักจะมีความเป็นห่วงในตัวลูกชายลูกสาวไม่มีวันหมด
เธอรู้สึกว่า ควรจะสร้างโอกาสให้พวกเขาทำความรู้จักกันเป็นการส่วนตัวสักครั้งหนึ่ง
แน่นอนว่า โอกาสนั้น ขอเพียงแค่คิดจะสร้าง ก็จะต้องมีอย่างแน่นอน
ผู้ชราทั้งสองคนล้วนมีความคิดเดียวกัน หวังว่าเป่หมิงโม่และกู้ฮอน คู่รักคู่แค้นคู่นี้ จะสามารถลงเอยกันได้
ที่จริงแล้ววิธีการนั้นง่ายดายมาก ให้ดีที่สุดนั่นก็คือหาโอกาสให้พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นการส่วนตัว
เพียงแต่ สำหรับบทสรุปแบบนี้ ยังจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเล็กๆน้อยๆที่แอบแฝงอยู่อย่างหนึ่งสักหน่อย เหล่าเด็กๆ
หลายวันมานี้เด็กน้อยสามคนตามติดพัวพันคุณพ่อคุณแม่พวกเขาไม่น้อยเลย แม้จะเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าคิดจะเดินหน้าจับคู่ทั้งสองคนนี้ต่อไป ก็จำเป็นจะต้องแยกเด็กทั้งสามคนออกไป
*
“เด็กๆ พวกหลานรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อและคุณแม่ของพวกหลานเป็นอย่างไร”
“พอใช้ได้ครับ......” หยางหยางที่ถือไม้กายสิทธิ์ที่ผ่านการพูดจาหว่านล้อมอ้อนวอนคุณแม่อยู่นานสองนาน ถึงจะยอมซื้อให้เขา เอ่ยตอบส่งๆหนึ่งประโยค
ที่จริงแล้วสำหรับเขา เรื่องราวระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ใช่ช่วงระยะเวลาสั้นๆแล้ว สำหรับการกระทำที่เดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลของพวกเขานั้น ตัวเองคุ้นชินกับมันนานแล้ว
จะว่าไป ขอเพียงแค่ไม่ส่งผลกระทบต่อการกินดื่มเที่ยวเล่นของตัวเองก็โอเคแล้ว
จิ่วจิ่วกระพริบดวงตากลมโต เธอยังค่อนข้างเล็กอยู่ ยิ่งงุนงงไม่เข้าใจในเรื่องราวของผู้ใหญ่ยิ่งกว่า โดยเฉพาะได้ผ่านประสบการณ์ที่ไม่มีคุณแม่และคุณพ่อมาอย่างยาวนานช่วงหนึ่ง ตอนนี้ขอเพียงแค่พวกเขาอยู่ข้างกายตัวเอง ก็รู้สึกพอใจมากแล้ว
ดังนั้นเธอจึงให้คำตอบกับคุณย่าคำหนึ่งว่า “ดีค่ะ”
ฟังความเห็นการประเมินของน้องชายน้องสาวทั้งสองแล้ว เฉิงเฉิงในฐานะพี่ชายกลับไม่คิดแบบนั้น
เขาเติบโตกว่าเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด ความคิดก็ยิ่งละเอียดอ่อนกว่า
“ผมยังคงคิดว่าพวกเขาควรจะอยู่ด้วยกันน่าจะดีกว่า แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ขัดแย้งกันเหมือนแต่ก่อนบ่อยๆ แต่ก็ยังสามารถรู้สึกได้ว่าขาดความรู้สึกของคำว่าครอบครัวไป ผมเป็นกังวลมากว่า ไม่แน่ว่าตอนไหน พวกเขาจะไปจากพวกเรา ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะกลายเป็นเด็กที่ไม่มีคุณพ่อหรือคุณแม่อีก”
หวีหรูเจี๋ยที่ได้ยินคำพูดของเฉิงเฉิงก็รู้สึกเจ็บปวดใจ คำพูดของเฉิงเฉิงนั้นเอ่ยถึงสิ่งที่อยู่ในเบื้องลึกหัวใจของตัวเอง ทำไมตัวเองจะไม่กังวลใจ
เป่หมิงโม่และกู้ฮอนก็เหมือนกับเม่นสองตัว ที่คิดอยากจะเข้าใกล้ฝ่ายตรงข้าม แต่หลังจากที่เข้าใกล้แล้ว กลับถูกหนามของอีกฝ่ายทำร้าย
อย่าเห็นว่าท่าทางภายนอกของเป่หมิงโม่ดูไม่แยแส แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยเฉพาะการที่คนที่ตัวเองชอบทำร้ายเขาแบบนั้น
ในจุดนี้ ตัวเองที่เป็นมารดานั้นเข้าใจมากที่สุด และเพราะอย่างนั้นตัวเองก็มีความสำนึกในผิดบาปมากว่าครึ่งชีวิต
สำหรับกู้ฮอนนั้น ดูภายนอกแล้วเป็นคนอ่อนแอคนหนึ่ง แม้ว่าในใจจะแข็งแกร่งขึ้น แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความรู้สึกเช่นนี้ ก็ยังคงเปราะบางเช่นเคย
น่าสงสารเด็กสามคนนี้จริงๆ มองดูแล้วเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ครอบครัวหนึ่ง แต่กลับไม่ได้สมบูรณ์ขนาดนั้น
“เด็กๆ ย่ามีวิธีหนึ่ง อาจจะช่วยคุณพ่อคุณแม่ของหลานๆได้ เพียงแต่ว่าจำเป็นต้องให้พวกหลานให้ความร่วมมือด้วย” สุดท้ายแล้วหวีหรูเจี๋ยก็ยังคงตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนให้กับเด็กๆฟัง
ตอนที่วางแผนเกี่ยวกับครอบครัวนั้น ผู้ใหญ่ส่วนมากมักจะคุ้นเคยกับการให้เด็กๆอยู่วงนอก คิดว่าพวกเขายังเล็กมาก ไม่เข้าใจอะไรเลย
แต่ไม่ตระหนักรู้เลยว่าเด็กก็เป็นสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งเช่นกัน มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการตัดสินใจนี้เช่นกัน แม้ว่าความคิดของพวกเขาจะไม่เรียบร้อยรอบคอบเหมือนกับผู้ใหญ่ขนาดนั้น แต่กลับไม่ต้องกังวลมากมายเหมือนกับผู้ใหญ่ และพูดในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของเรื่องราวออกมาได้
ท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดลงแล้ว
เป่หมิงโม่และกู้ฮอนนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา
ดูเหมือนว่าตอนที่ลูกๆไม่อยู่ ระหว่างพวกเขาสองคนก็ไม่มีหัวข้ออะไรมาสนทนากัน
หรือไม่ก็ปากของพวกเขานั้นถูกซิปล่องหนรูดปิดสนิทอยู่ แม้ว่าในใจทั้งสองคนจะอยากพูดคุยกับฝ่ายตรงข้ามมาก แต่กลับหาเหตุผลที่จะเอ่ยพูดไม่เจอ
ในตอนนั้น ทั้งห้องเพรสซิเด้นท์สูทมีเพียงแค่พวกเขาสองคน
กู้ฮอนนั้นใจไม่สงบอยู่บ้าง โดยเฉพาะตอนที่แอบมองเป่หมิงโม่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเอง
เขาดูโทรทัศน์ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ถ้าหากว่าให้เขากอดถ้วยชาที่มีไอร้อนลอยขึ้นมา บนน้ำมีใบชาลอยอยู่ชั้นหนึ่งล่ะก็ นั่นก็คือตาเฒ่าที่มีชีวิตอยู่มาครึ่งทางแล้ว
โดยเฉพาะตอนที่เห็นจอนผมของเขามีสีเงินแซมอยู่เล็กน้อยแล้ว