ตอนที่ 1100
บทที่1100 ความสัมพันธ์อันน่าสนใจ
October 28, 2026
บทที่1100 ความสัมพันธ์อันน่าสนใจ
เขาเดินไปถึงด้านหน้าหยางหยาง “ขอโทษด้วย ฉันเข้าใจนายผิดไป ฉันไม่ควรพูดแบบนั้น”
“ฮิฮิ ไม่เป็นไร นายก็ไม่ได้พูดกับฉันแบบนี้แค่ครั้งเดียวสักหน่อย คุ้นชินไปนานแล้ว และก็ต้องโทษที่ฉันพูดจาไร้สาระแล้วทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา หลังจากนี้จะไม่ทำแล้ว เพียงแต่เมื่อครู่นี้ ฉันรู้สึกเกลียดนายบ้างแล้วจริงๆ”
ใบหน้าของหยางหยางเต็มไปด้วยรอยยิ้มขึ้นมาในทันที เขาไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเสียเท่าไร ขอเพียงแค่สามารถลบล้างความอยุติธรรมนี้ไปได้ ก็จะไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรกับเรื่องเก่า
เมฆหมอกอึมครึมสลายไปแล้ว แต่ว่าปัญหายังลอยอ้อยอิ่งอยู่บนศีรษะของพวกเขา
ควรจะใช้วิธีการใดมาทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้ใกล้ชิดกันอีกหน่อยดีนะ
ทุกคนล้วนหลบหนี ให้พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัวก็ไม่ได้แล้ว
จิ่วจิ่วกระพริบดวงตากลมโตสองสามครั้ง คล้ายกับว่าคิดวิธีออกมาได้วิธีหนึ่ง “อืม......หนูว่า ให้คุณพ่อกับหม่ามี๊ไปดูหนังเป็นอย่างไรคะ หนูเห็นในโทรทัศน์แสดงกันแบบนี้ ดูจบแล้วก็ยังจูงมือกันออกมาด้วย”
“นี่ได้หรือ”
วิธีการนี้ฟังดูแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ว่าใช้ได้กับสองคนนี้จริงๆหรือ
ในหลายๆครั้ง เดิมเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก กลับถูกคนวัยกลางคนคิดอย่างซับซ้อนหรือไม่ก็ยากลำบาก
แต่เด็กๆนั้นมองปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายดาย
ดูหนัง ความคิดนี้สามารถดึงระยะห่างของทั้งสองคนให้ใกล้ชิดกันได้จริงๆ เป็นวิธีที่ง่ายดายเสียจนไม่สามารถง่ายไปกว่านี้ได้แล้ว
ลองคิดดูว่า มีคนมากน้อยเพียงใดที่ไม่ได้เดินผ่านมาแบบนี้ เป็นผู้เชิญหรือผู้ถูกเชิญ ถึงตอนท้ายแล้วก็ไม่ใช่ว่าเดินจูงมือกันออกมาจากโรงภาพยนตร์หรอกหรือ
ในเมื่อหาวิธีได้แล้ว ถัดมาเรื่องนี้ก็ต้องจัดการทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป
*
ตอนที่ตั๋วสองใบถูกส่งให้กับเป่หมิงโม่และกู้ฮอนนั้น ก็เป็นช่วงพลบค่ำของวันถัดไปแล้ว
“ให้”
โม้จิ่งเฉิงนั่งอยู่บนโซฟา ถัดจากเสียงที่สิ้นสุดไป ตั๋วสองใบก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาราวกับมายากล จากนั้นเขาก็ส่งไปให้เป่หมิงโม่ที่นั่งอยู่ข้างๆไม่ไกลนัก
นี่ทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ก็รับตั๋วมา อ่านอย่างละเอียดแล้ว นี่เป็นตั๋วของRoyal Opera House การแสดงนี้มีชื่อว่า แมว
เห็นชื่อการแสดงแล้ว ก็ทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกยินดีเล็กน้อย เขายิ้มบางๆ “ผมอยากดูการแสดงนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ว่าหลายปีมานี้ไม่มีเวลาไปตลอด”
“อ่อ อย่างนั้นหรือ ดูท่าเธอจะมีโชคไม่เลวเลย” โม้จิ่งเฉิงเห็นเขาชื่นชอบมาก ดูท่าว่าสิ่งที่ตัวเองเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆเป็นการส่วนตัวนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
สำหรับพวกเขาสองคนที่ผ่านอุปสรรคและความยากลำบากมา มองว่าละครเพลงเหมาะกับด้านที่เป็นผู้ใหญ่ของพวกเขามากกว่า
ถัดมา เป่หมิงโม่ที่เผชิญหน้ากับตั๋วสองใบก็รู้สึกลำบากใจ เขารู้สึกว่าการแสดงที่ดีขนาดนี้ ควรจะเพลิดเพลินด้วยกันกับคนทั้งครอบครัว
“การแสดงเริ่มคืนวันนี้ตอนสามทุ่ม เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ลุงหวังว่าพวกเธอจะผ่านวันนี้ไปอย่างมีความสุขสักหน่อย” โม้จิ่งเฉิงเอ่ยเตือนด้วยความปรารถนาดี
ตอนนี้ กู้ฮอนก็เดินออกมาจากห้องอาบน้ำพอดี
แต่ว่าสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่บ้านที่จะทำตัวได้ตามสบายอย่างนั้น แน่นอนว่า แม้ว่าจะอยู่ในบ้านพักปานซานของเป่หมิงโม่ ก็เหมือนกับอยู่ที่นี่เช่นกัน
“ฮอน ลูกออกมาได้ประจวบเหมาะเลย พ่อมีตั๋วอยู่สองใบ เชิญลูกกับโม่ไปดูละครเพลง
นี่ทำให้กู้ฮอนตะลึงค้าง การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้ล้วนกำหนดให้ไปด้วยกันทั้งครอบครัว ทำไมจู่ๆถึงได้มีสิ่งนี้ขึ้นมาได้กัน
“พ่อบุญธรรม ไม่ใช่ว่าพวกเราไปด้วยกันหรือคะ”
“พ่อมีตั๋วอยู่สองใบ แน่นอนว่ามีแค่ลูกกับโม่สองคน โม่เขาอยากดูละครเรื่องนี้มาก”
กู้ฮอนหันหน้าไปมองเป่หมิงโม่ตามสัญชาตญาณ คล้ายกับว่าสามารถมองเห็นความรู้สึกตื่นเต้นได้จากนัยน์ตาของเขา
ถ้าหากพูดว่าให้ไปดูละครกับเป่หมิงโม่สองคนในเวลากลางคืน ก็ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง หรือจะพูดได้ว่าทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างเล็กน้อย
พวกเขาใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันน้อยมาก ดูหนังอะไรพวกนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก
“พ่อบุญธรรมคะ กลางคืนหนูต้องอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ......”
เธออยากจะหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ต้องไปข้อหนึ่ง
สายตาที่เป่หมิงโม่มองไปทางเธอนั้นมีแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
“วันนี้เด็กๆก็ยกให้พ่อกับคุณป้าหวีหรูเจี๋ยของลูกดูแลก็ได้แล้ว พวกลูกก็ไปดูละครกันอย่างสบายใจเถอะ นี่ถือว่าเป็นการให้พวกลูกได้ลาหยุด อยากจะเที่ยวเล่นจนถึงกี่โมงแล้วค่อยกลับมาก็ได้ คืนวันนี้จะไม่กลับมาก็ไม่มีปัญหา”
ดูท่าโม้จิ่งเฉิงนั้นดื้อดึงจะให้พวกเขาสองคนไปดูละครด้วยกันให้ได้
กู้ฮอนเห็นแบบนี้ ก็เห็นแก่หน้าของผู้ชรา ไม่บอกปัดอะไรอีก
“ได้ค่ะ หนูจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” เธอพูด พลางหมุนตัวเดินไปยังห้องนอน
เห็นกู้ฮอนเดินเข้าไปแล้ว โม้จิ่งเฉิงก็มองเป่หมิงโม่ยิ้มๆ “เมื่อครู่ตอนที่ฮอนบอกว่าไม่อยากไป เธอรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยใช่หรือไม่”
เมื่อเผชิญหน้ากับโม้จิ่งเฉิง ในที่สุดครั้งนี้เป่หมิงโม่ก็พยักหน้า
เขาวาง ศักดิ์ศรี ทั้งหมดที่ตัวเองถือเอาไว้มาโดยตลอดลง
ในอดีตเขาเคยใส่ใจมัน แต่ในตอนนี้กลับได้รับการเปลี่ยนแปลงไป
จำเป็นจะต้องพูดว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากบุคคลเป้าหมายในบทสนทนา กู้ฮอน
“รู้สึกได้ว่าระหว่างพวกเราเดี๋ยวไกลเดี๋ยวใกล้ คิดไม่ถึงเลยว่าการเผชิญหน้ากับเธอนั้นยากยิ่งกว่าการเจรจาธุรกิจครั้งใดๆเสียอีก”
โม้จิ่งเฉิงมองเขา พลางยิ้มบางๆ “ทำไม เธอเตรียมตัวยอมรับความพ่ายแพ้แล้วหรือ อย่างนั้นก่อนหน้านี้ที่เธอทำมา.......ลุงเห็นว่าบนมือของฮอนสวมแหวนที่เธอให้เอาไว้นะ เด็กน้อย ฮอนไม่ได้ถอดมันออกก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าเธอยังมีความหวังอยู่ ที่จริงแล้วฮอนก็กำลังให้โอกาสเธออยู่ ต้องคว้ามันเอาไว้ให้ดีล่ะ”
ได้ฟังคำพูดของเขาแล้ว เป่หมิงโม่ก็รู้สึกใจสงบขึ้นมาเล็กน้อย
ในตอนนี้ เขากลายเป็นเด็กที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มที่ดื้อดึงและไม่เชื่อฟังคนหนึ่ง และกำลังใจไม่สงบเพราะความหุนหันพลันแล่นในวัยเยาว์ของเขา
ในตอนนี้ เขาต้องการผู้อาวุโสคนหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนที่เขารังเกียจคนหนึ่ง ทั้งยังเป็นผู้อาวุโสที่น่าภูมิใจและเชื่อถือได้คนหนึ่ง
นับตั้งแต่บิดาเสียชีวิตไป ในชีวิตของเขาก็ขาดบุคคลแบบนี้มาโดยตลอด
นี่ทำให้เขารู้สึกเสียใจอยู่บ้างจริงๆ ความบ้าบิ่น มุทะลุในวัยเยาว์กลายเป็น ทุน อย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกเสียใจที่ได้ทำสิ่งผิดพลาดในอดีตไป